กองทุนฟื้นฟูอุ้มไทยธนาคาร พร้อมซื้อหุ้น-ไม่ห่วงCDOกระทบ


ผู้จัดการรายวัน(22 พฤศจิกายน 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

กองทุนฟื้นฟูฯยังใจเย็นเชื่อการลงทุนในซีดีโอที่มีปัญหาซับไพรม์ของไทยธนาคารไม่น่าห่วง ระบุผลกระทบได้สะท้อนมายังราคาตลาดให้เหลือ 63%แล้ว และสัดส่วนการลงทุนซีดีโอที่เหลือ 3% ได้มีการกันสำรองเต็มที่แล้วเช่นกัน ปัดการตรวจสอบการลงทุนเป็นหน้าที่ฝ่ายกำกับสถาบันการเงินไม่ใช่ผู้ถือหุ้น ยันใช้สิทธิเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุน เพื่อรักษาสัดส่วนไว้ แม้ในอนาคตจะมีแผนจะขายหุ้นธนาคารพาณิชย์ทิ้งก็ตาม

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และในฐานะผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เปิดเผยถึงกรณีที่ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) หรือบีที ไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (ซีดีโอ) ในสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ลูกหนี้มีความน่าเชื่อถือต่ำ (ซับไพรม์) หนุนหลังว่า ในส่วนตัวมองว่าปัญหาดังกล่าวไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากสถานการณ์ปัญหาซับไพรม์นิ่งแล้วและในส่วนของไทยธนาคารเองก็มีการแก้ไขปัญหาด้วยการกันสำรองไว้ทั้งหมดแล้ว

"ในช่วงที่ผ่านมาทางบีทีมีการปล่อยสินเชื่อได้ยาก ทำให้หันไปลงทุนในซีดีโอ ซึ่งก็มองว่าตราสารหนี้ประเภทนี้ก็ยังมีส่วนดีอยู่ไม่ใช่ของที่น่ารังเกียจอะไร แต่เป็นเพราะคนตกใจมากๆ ทำให้เครดิตสเปรดถ่างออกมากและส่งผลให้การตีราคาตลาด (มาร์คทูมาร์เก็ต) หายไป ซึ่งล่าสุดในเดือนต.ค.ที่ผ่านมาทางผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบพบว่า การลงทุนของไทยธนาคารในซีดีโอที่เป็นซับไพรม์ ทำให้ราคามาร์คทูมาร์เก็ตลดลงเหลือ 63%แล้ว และการลงทุนซีดีโอที่มีปัญหาซับไพรม์เหลืออยู่3-5% ก็มีการกันสำรองเต็มหมดแล้ว จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาแล้ว”นางทองอุไรกล่าว

อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของกองทุนฟื้นฟฯ ด้วย ส่วนการตรวจสอบการลงทุนของธนาคารไทยธนาคารนั้นไม่ได้เป็นหน้าที่ของผู้ถือหุ้นเข้าไปตรวจสอบ แต่เป็นเรื่องของฝ่ายกำกับสถาบันการเงินของ ธปท.ที่ต้องเข้าไปดูแล

ผู้จัดการกองทุนฟื้นฟูฯ กล่าวว่า แม้ไทยธนาคารได้ลงทุนในซีดีโอที่มีปัญหาซับไพรม์ก็ตาม แต่กองทุนฟื้นฟูฯยังคงเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิม เพราะมองว่าเป็นการลงทุนเพื่อรักษาสัดส่วนไว้ ซึ่งจะได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ถือหุ้นอย่างกองทุนฟื้นฟูฯเอง และนักลงทุนทั่วไปด้วย ขณะที่แม้ว่าในอนาคตกองทุนฟื้นฟูฯ จะมีแผนจะขายหุ้นของธนาคารพาณิชย์ที่ถืออยู่ทั้งหมดออกไป รวมถึงหุ้นของไทยธนาคารด้วย เนื่องจากมีการปิดตัวกองทุนฟื้นฟูฯลง แต่จะค่อยๆ ทยอยลดสัดส่วนที่ถืออยู่ลง และขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่เหมาะสม


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.