|

ซีพีเอฟขยายลงทุนตปท.เป้า5ปีสัดส่วนรายได้50%
ผู้จัดการรายวัน(14 พฤศจิกายน 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
ซีพีเอฟ ชี้ปีหน้าคนไทย รับศึกหนักค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น ราคาไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อหมูปรับอีกเพียบ หลังต้นทุนอาหารสัตว์พุ่งสูงจากปัจจัยการนำพืชเกษตรไปผลิตพลังงานทดแทนและ ภาวะโลกร้อน จี้รัฐบาลใหม่ เร่งเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรผ่านการประกันราคาสินค้า ดันเศรษฐกิจโตรับส่องหาช่องทางขยายการลงทุนต่างประเทศเพิ่ม พร้อมผุดโรงงานผลิตอาหารสัตว์และฟาร์มในอินเดีย ยูเครนเพิ่ม วาดฝัน 5 ปี ปรับสัดส่วนรายได้ต่างประเทศได้อีก 50% แน่
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปีหน้า บริษัทฯจะเร่งขยายการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น โดยจะใช้เงินลงทุนคิดเป็นสัดส่วน 50% จากงบลงทุน 3,000-5,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิต อาหารสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ในหลายประเทศเพิ่มเติม เช่น ที่อินเดียและรัสเซียที่จะเพิ่มโรงงานผลิต อาหารสัตว์และไก่ และขณะนี้อยู่ระหว่างการดูลู่ทางลงทุนในประเทศยูเครนเพิ่มเติม
ทั้งนี้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เมื่อดูจากแผนการลงทุนคาดว่า จะช่วยผลักดันรายได้จากธุรกิจต่างประเทศเพิ่มเป็น 50% ได้ โดย 25% มาจากธุรกิจที่ไปลงทุนในต่างประเทศจากเดิมที่มี 20% และอีก 25% มาจากธุรกิจส่งออกอาหารแปรรูป จากเดิม 20% และอีก 50% มาจากยอดขายภายในประเทศ ขณะที่ปีหน้า คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 10% จากปีนี้ที่มีรายได้ 130,000-140,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันปีหน้าแนวโน้มราคาเนื้อสัตว์ในตลาดรวมบริษัทฯคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มมากขึ้น เช่น เนื้อหมู ไข่ไก่ ไก่เป็น ทั้งนี้สาเหตุที่ราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนการผลิตประเภทอาหารสัตว์ปรับตัวเพิ่มสูง การนำพืชเกษตรบางชนิดนำไปผลิตเป็นพลังงานทดแทน เช่น ข้าวโพดและกากถั่ว ที่ราคาสูงขึ้น 20-30% ประกอบกับภาวะโลกร้อนที่ส่งผลต่อผลผลิตสินค้าเกษตรในตลาดที่ลดลง
อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น มองว่าจะส่งผลกระทบให้ค่าครองชีพของคนไทยจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ จึงต้องเร่งลดผลกระทบในเรื่องของค่าครองชีพ
โดยการเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มเกษตรกรผ่านการรับประกันสินค้าเกษตร เพื่อให้กำลังเพียงพอต่อการจับจ่ายใช้สอย ขณะที่กลุ่มคนในเมืองจะต้องเพิ่มรายได้ขั้นต่ำให้กับคนทำงาน ซึ่งหากทั้ง 2 ส่วนสามารถทำได้ไปพร้อมๆกัน จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเชื่อว่าหากเกิดการเลือกตั้งจะสามารถทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นไม่มากก็น้อย
นายอดิเรก กล่าวด้วยว่า สำหรับวัตถุดิบอาหารสัตว์เพิ่มสูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันที่ทำให้ราคาเนื้อสัตว์ในปีหน้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากในปัจจุบันนี้เนื้อไก่เป็นราคากิโลกรัมละ 36-37 บาท แต่ต้นทุนมากกว่า 30 บาท เนื้อหมูเป็น ราคากิโกกรัม 43-44 บาท และไข่ไก่ ที่ตกฟองละ 2.00-2.10 บาท แต่ต้นทุนทั้ง 2 ตัวอยู่ใกล้กับราคาจำหน่ายหน้าฟาร์ม ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับราคาเพิ่มขึ้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|