|

ธุรกิจเกาะกระแสกินเจ ชิงเค้ก 6,000 ล้าน
ผู้จัดการรายสัปดาห์(15 ตุลาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดกาลตลาดในช่วงเทศกาลกินเจจะมีการเติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่าตลาดเจในปีนี้จะสูงถึง 6,000 ล้านบาท ซึ่งตลาดกรุงเทพฯจะสูงถึง 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาดเจทั่วประเทศ สำหรับในปีนี้คาดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจในการกินเจมากขึ้น เพราะมีการเชื่อมโยงไปสู่ปีมหามงคลในการทำความดีเพื่อถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,797 คน พบว่า 2 ใน 3 ตั้งใจที่จะกินเจในปีนี้ แต่ทั้งนี้รวมถึงคนที่กินเจบางวัน บางมื้อ ตามแต่โอกาสจะอำนวยด้วย
ปัจจัยต่างๆดังกล่าวจะส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเจปีนี้รุนแรงขึ้น อกีทั้งธุรกิจต่างพยายามอาศัยช่วงโอกาสเทศกาลต่างๆในการดึงดูดกำลังซื้อเพื่อชดเชยยอดขายในช่วงปกติที่ตกต่ำลงจากความไม่มั่นใจของผู้บริโภคทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้มีการจับจ่ายลดลง
สำหรับการแข่งขันในช่วงเทศกาลกินเจปีนี้หลายค่ายยังคงเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ณ จุดขาย มีการทำโปรโมชั่นเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนเพื่อควบคุมราคาสินค้ามิให้สูงเกินที่ผู้บริโภคจะรับได้ รวมถึงการร่วมกิจกรรมในชุมชนที่มีการจัดมหกรรมกินเจอย่างจังหวัดภูเก็ต ตรัง ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้ยอดขายของธุรกิจมีการเติบโต 5-10% เมื่อเทียบกับยอดขายในช่วงปกติ โดยธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากเทศกาลกินเจ นอกจากร้านอาหารเจที่มีตามตลาดแล้วยังมีในห้างสรรพสินค้า
ทว่าศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าโอกาสอาหารเจสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปทั้งประเภทกระป๋องและอาหารเจแช่แข็งจะมีความได้เปรียบเนื่องจากมีมาตรฐานราคาที่แน่นอน ในขณะที่ร้านอาหารเจแบบตักขายจะมีราคาขายผันผวนไปตามราคาต้นทุนวัตถุดิบซึ่งปกติในช่วงเทศกาลกินเจ ราคาผักผลไม้จะสูงกว่าปกติอยู่แล้ว สำหรับในปีนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าราคาอาหารเจแบบตักขายหรือทำตามสั่งอาจจะปรับสูงขึ้น 5-10 บาท แต่บางร้านอาจใช้วิธีลดปริมาณ โดยยังคงจำหน่ายในราคาเดิม นอกจากนี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังแนะนำให้มีการปรับเมนูด้วยการนำวัตถุดิบในการปรุงอาหารเจที่มีราคาถูกกว่ามาทดแทนวัตถุดิบที่มีราคาแพงกว่า เพื่อรักษาราคาให้อยู่ในระดับที่ผู้บริโภครับได้ มิฉะนั้นอาจจะเสียส่วนแบ่งให้กับตลาดอาหารเจกระป๋อง ซึ่งมีหลากเมนูให้ผู้บริโภคเลือกมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ในปีนี้ทางภาครัฐได้เข้ามามีบทบาทในการควบคุมราคาสินค้ามากขึ้น โดยกรมการค้าภายในมีการจัดงาน "ผักสดจากสวนสู่ผู้บริโภค...เทศกาลกินเจ" รวมถึงการขอความร่วมมือกับบรรดาไฮเปอร์มาร์เกตไม่ว่าจะเป็น โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ แม็คโคร และท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ให้จัดมุมธงฟ้าราคาประหยัด พร้อมกับออกตรวจสอบผู้ประกอบการที่ขึ้นราคาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ในส่วนของร้านจำหน่ายวัตถุดิบในการประกอบอาหารเจ จะได้ลูกค้าประเภทร้านอาหารมากกว่า เนื่องจากผู้บริโภคทั่วไปจะนิยมซื้ออาหารเจสำเร็จรูปมากกว่าการซื้อไปประกอบอาหารเอง เพราะมีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของเวลา ความยุ่งยากในการปรุง รวมถึงรูปแบบครอบครัวที่มีขนาดเล็กลง ทำให้การซื้อรับประทานคุ้มกว่าการประกอบอาหารรับประทานเอง
ในขณะที่ซูเปอร์มาร์เกตและศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้าถือเป็นสถานที่จับจ่ายที่ผู้บริโภคนิยมเนื่องจากมีความสะดวกในเรื่องที่จอดรถ มีสาขาครอบคลุมทำให้สะดวกต่อการเดินทาง ตลอดจนความสะอาดของสถานที่และมีที่นั่งให้ผู้บริโภครับประทานอาหารนอกบ้าน ส่งผลให้สามารถดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการได้มาก อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมและโปรโมชันต้อนรับเทศกาลกินเจ เช่น เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีการทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท เพื่อจัดงาน "อาหารเจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย" ดึงร้านอาหารกว่า 400 ร้าน 3,000 กว่าเมนู กระจายให้บริการอาหารเจ บนพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร ณ อีเวนต์ฮอลล์ ใน เดอะมอลล์ พารากอน และเอ็มโพเรียม ชูกลยุทธ์ Green Marketing ผุดรายการ Organic Lovers ขนสินค้าผักผลไม้ปลอดสารพิษหลากหลายรายการ เอาใจคนรักสุขภาพ ตลอดจนการตกแต่งห้างให้มีบรรยากาศแห่งการรักษาศีลกินเจ รวมถึงนำกิจกรรมสุขภาพมาดึงดูดลูกค้า เช่น การสาธิตการฝึกโยคะ การจัดนิทรรศการเทพเจ้าของจีน กิจกรรม Cooking Class และการทำบุญให้แก่สถานสงเคราะห์และหน่วยงานสาธารณกุศลต่างๆ โดยตั้งเป้ารายได้ 10 วันในช่วงกินเจ 30 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วน ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ในเครือเซ็นทรัลมีการทำโครงการ “กินเจ สร้างกุศลจิต คิดดี ทำดีเพื่อพ่อ” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งรณรงค์ให้คนไทยตื่นตัวและตั้งใจที่จะกระทำความดี เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นของขวัญในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลถือศีลทานเจ โดยกิจกรรมในงานจะประกอบด้วย การร่วมประกาศเจตนารมย์ทานเจถวายแด่องค์ พ่อหลวงพร้อมกัน การร่วมเจริญสมาธิพร้อมกัน การเสวนาในหัวข้อ “ถือศีลกินเจ ทำดีเพื่อพ่อ” การร่วมแสดงพลังปณิธานความดี ผ่านใบความดีและต้นราชพฤกษ์ ขณะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเองก็มีการจัดกิจกรรมรับเทศกาลกินเจโดยแต่ละสาขาจะมีรูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละสาขาเพื่อตอบสนองความต้องการและกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงเทศกาลกินเจ
นอกจากนี้ยังมีสินค้าและบริการอื่นๆที่พยายามเกาะกระแสการกินเจเพื่อเพิ่มยอดขาย เช่น ร้านอาหารเอสแอนด์พีมีการพัฒนาเมนูอาหารกล่องสูตรเจภายใต้ชื่อ "ควิกมีลเจ" ซึ่งจะมีจำหน่ายตลอดเดือนแห่งการกินเจในราคากล่องละ 54 บาท และคาดว่าจะส่งผลให้ยอดขายในเดือนตุลาคมสูงกว่าเดือนกันยายน 10% คิดเป็นปริมาณขาย 15,000 กล่อง หรือ 1 ล้านบาท สำหรับอาหารเจแบบกล่องในช่วง 1 เดือน ในขณะที่บรรดาเครื่องปรุงรสไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว หรือซอส ต่างโหมกิจกรรม ร่วมกับโรงเจต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขาย เช่นเดียวกับนมถั่วเหลืองและเครื่องดื่มธัญพืชที่เพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรมการตลาดในช่วงเทศกาลกินเจ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|