"โลก ชีวิต ความคิด และความไร้สาระ"

โดย ยุทธ์ยง ลิ้มเลิศวาที
นิตยสารผู้จัดการ( ตุลาคม 2535)



กลับสู่หน้าหลัก

สายลมหนาวของปลายเดือนสิงหาคมเริ่มพัดกระโชกมาจากทางเหนือหอบเอาความหนาวมาจากขั้วโลกพัดผ่านนิวยอร์กอีกครั้งหนึ่ง มันเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่อีกแล้ว จากหน้าร้อน (Summer) ก็เริ่มย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วง (Fall)

ทันทีที่หนาวแรกพัดผ่านสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติรอบข้าง ก็เริ่มปรับตัวตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลใหม่

เสียงจักจั่นที่เคยออกมาร้องในยามค่ำคืนของหน้าร้อน ก็เริ่มลดเสียงเงียบหายไปกับลมหนาวแรก หลบลงใต้ดินฝังตัวเป็นดักแด้ ค่อยออกมาผสมพันธุ์แพร่พันธุ์ใหม่ในฤดูกาลหน้า

พืชที่มีหัวใต้ดินก็เริ่มสลัดใบทิ้งฝังหัวลงใต้ดินยามที่หนาวแรกมาเยือน สิ่งมีชีวิตพวกแมลงไม่ว่าจะเป็นแมลงสาบ, แมลงวัน,ยุง ระยะเวลาแค่ 3 เดือนที่นิวยอร์กปลอดหนาวแมลงเหล่านี้กลับขยายแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว เช้าก็ออกลูกเย็นก็ออกไข่

การเพิ่มขึ้นของแมลงเหล่านี้ บริเวณไหนมีเศษอาหาร เหมาะสมจะเพิ่มมากกว่าปกติ เพราะต้องแข่งขันกับธรรมชาติที่ผันแปร การดิ้นรนเพื่อดำรงชีวิตอยู่ให้รอด สิ่งมีชีวิตพวกแมลงดูดจะปรับตัวได้เป็นอย่างดี

เคยมีคนถามอยู่เหมือนกันแมลงวัน, ยุง นิวยอร์ก พวกนี้มาจากไหนในเขตหนาวอย่างนิวยอร์กแมลงพวกนี้ไม่น่าจะมีอยู่ บางคนก็โบ้ยปัดมาทางเอเชียว่า แมลงพวกนี้คงจะติดมากับสินค้าในตู้คาร์โก้ ที่ล่องเข้ามาจากประเทศในเขตร้อนอย่างประเทศไทย

ลมหนาวแรกพัดผ่านสังคมมนุษย์ผู้คนในนิวยอร์กก็เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลเช่นกัน เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมายังนุ่งน้อยห่มนิดกันอยู่ ใครมีดีก็โชว์สัดส่วนกันตามสภาพ เหตุผลเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมหรือเพื่อการขยายพันธุ์ก็แล้วแต่จะคิดกัน

แต่ปรากฏการณ์ที่พบเห็นในสังคมนิวยอร์กประการหนึ่งก็คือ พอสิ้นหน้าร้อนย่างเข้าหน้าหนาวแรงงานหญิงจากอเมริกาใต้ทั้งหลาย อุ้มท้อง ตั้งครรภ์ ขึ้นรถไฟ Subway กันเป็นแถว

เป็นที่รู้กันในหมู่แรงงานจากอเมริกาใต้ว่า หลังจากที่เล็ดลอดกันเข้ามาหางานทำในอเมริกาแล้ว สิ่งหนึ่งที่พวกเขาคิดกันเป็นประการแรกก็คือ ทำอย่างไรที่จะให้มีลูกคลอดออกมาบนแผ่นดินของอเมริกา

เพราะนั่นหมายถึงว่า สิบเดือนต่อมาเด็กน้อยที่เกิดออกมาก็จะกลายเป็น "เด็กสัญชาติอเมริกัน" ซึ่งจะทำให้พ่อแม่มีโอกาสตั้งรกรากในอเมริกาได้อีกด้วย อย่างน้อย เมื่อมีการตรวจสอบจากหน่วยตรวจคนเข้าเมือง ก็จะอ้างได้ว่า "ลูกของฉันเกิดในแผ่นดินอเมริกา ฉันต้องดูแลเขาอยู่ที่นี่"

การเลี้ยงดูก็ไม่ต้องอดอยาก เพราะหากพ่อแม่ของเด็กทารกคนใดก็แล้วแต่ไม่มีความสามารถเลี้ยงดู ก็สามารถยื่นเรื่องขอความอนุเคราะห์ นม, อาหารจาก City มาเลี้ยงดูทั้งแม่และลูกได้ สิ่งเหล่านี้ก็คงจะเป็นเหตุเป็นผลที่คล้ายคลึงกับการแพร่ขยายพันธุ์ของแมลงในช่วงหน้าร้อนเป็นแน่

ลูกเล็กเด็กแดงเหล่านี้ 17 ปี ต่อมาพวกนี้ก็จะเติบโตกลายเป็นเยาวชนของอเมริกา ได้คุณภาพบ้างขาดคุณภาพบ้าง เขาเหล่านี้ก็กลายเป็นเยาวชนอเมริกาไปเสียแล้ว

ในนิวยอร์กซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางของโลกพัฒนายังมีคนอ่านหนังสือไม่ออกคิดเลขไม่เป็นจำนวนมาก หากมีพลเมืองจำนวนส่วนเหล่านี้มาก

จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่นาน ๆ ครั้งอเมริกาจะเปิดสงครามในภูมิภาคอื่น ๆ สักครั้งหนึ่ง คัดสรรเอาเยาวชนพวกนี้ออกนอกประเทศเสียทีหนึ่งเป็นการคัดสรรพันธ์ไปในตัว หากอยู่กันมากมักยุ่งนักเด็กพวกนี้มันจะเผาเมืองทำลายข้าวของกันเสียเอง

อเมริกาดูจะยิ่งใหญ่ในสายตาชาวโลกมีแผ่นดินที่กว้างใหญ่กว่าทวีปบางทวีปอเมริกาเป็นประเทศแรกที่ส่งคนไปเหยียบดวงจันทร์เล่น เพื่อบอกชาวโลกว่า "ดวงไฟสีนวลยามค่ำคืนนั้น เป็นแค่ก้อนหินมหึมาเท่านั้นเอง" ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นผู้ผลิตวัฒนธรรมแบบ "กินด่วน" ส่งออกไปขายทั่วโลก เยาวชนจากประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลายก็ขวนขวายกันที่จะมารับวัฒนธรรมรับการศึกษากันที่ประเทศนี้มีตลกเสียดสีเขียนเอาไว้ว่า

"อเมริกามีอะไรดีอย่างนั้นหรือ ? ก็จงดูที่เนื้อที่นำมาบดในแมคโดนัลด์ปรากฎว่ามีแต่ เอ็นวัว กับพังผืด"

ขายเป็นอาหารรสนิยมสูงอยู่ตามเมืองหลวงประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ครับ ! นี่คือความมีดีของอเมริกา

นิวยอร์กเป็นเมืองท่าที่ถูกยกให้เป็นเมืองของความศิวิไลซ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรมของคนนิวยอร์กเลยกลายเป็นวัฒนธรรมของชาวกรุงไป ส่วนพวกต่างรัฐอื่น ๆ ก็ถือว่าเป็นรัฐบาลบ้านนอกต่างจังหวัด คนอเมริกาจากวอชิงตัน ดีซีมาเที่ยวนิวยอร์คก็จะกลายเป็นบ้านนอกเข้ากรุงไป

ยามค่ำคืนราตรีของนิวยอร์ก ตามโรงแรมใหญ่เกาะแมนฮัตตัน ก็จะเห็นคนใส่สูท นั่งรถรีมูซีนยาว ๆ บางคนกำลังจะไปดูละครบรอดเวย์ บางคนไปดูโอเปร่าใครจะรู้ได้ว่าในบรรดาคนเหล่านี้ บางคนเป็นเจ้าของกิจการน้ำมันทั่วโลก บางคนเป็นประธานบริษัทเป็นเจ้าของธนาคาร ภายใต้ระบบสังคมวิถีชีวิตเหล่านี้ เรามาดูซิว่ามีเรื่องราวที่หัวเราะไม่ค่อยออก ซ่อนอยู่เบื้องหลังของการใช้ชีวิตแบบนี้

มีอยู่คราวหนึ่งมีลูกค้าแต่งตัวดีนั่งรถรีมูซีนมาจอดเพื่อจะกินอาหารเย็นในร้านอาหารซึ่งจัดว่าหรูหราแห่งหนึ่งบนเกาะแมนฮัตตัน

เขาก็เรียกบ๋อยมาเพื่อจะสอบถามรายการอาหารและคำแนะนำอาหารของร้าน ปรากฏว่าบ๋อยก็แนะนำอาหารแพง ๆ ซึ่งทำจากปลาและอาหารทะเล

ปรากฏว่ามื้อนั้นลูกค้าคนนั้นอิ่มอร่อย และพึงพอใจกับการเสียเงินไปประมาณ 500 กว่าเหรียญ

ในมุมกลับกันเราตัดภาพมาดูธุรกิจในร้านอาหารที่ว่านี้ ก่อนที่ร้านจะเปิดบริการผู้จัดการร้านได้กำชับให้พนักงานเสิร์ฟว่า "…วันนี้จะต้องแนะนำ PUSH ปลาออกจากตู้เย็นให้หมดเสียทีเพราะค้างอยู่ในช่องฟิตมาหลายวันแล้ว"

ผู้จัดการร้านกำลังจะบอกแก่บ๋อยว่าจะต้องรีบขายปลาออกให้เร็วที่สุดเพราะ ใกล้จะเน่าแล้วจะต้องให้แขกลูกค้ารับประทานปลาให้มากที่สุด

เพียงไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป ปรากฏว่าปลาเกลี้ยงตู้เย็น ลูกค้าก็อิ่มอร่อยกับปลาค้างช่องฟิต เจ้าของร้านอาหารก็ดีใจกับกำไรที่กำลังจะขาดทุน

สิ้นลูกค้าเหล่านี้เขาแยกไม่ออกเลยว่าอาหารอะไรใหม่และสด เพราะการใช้ชีวิตบนวิถีชีวิตของคนอเมริกันอย่างเมืองใหญ่เขาจะชินชาอยู่กับเนื้อกระป๋องหมัก ทูน่าสำเร็จรูป ฮอทดอก ซึ่งอาหารเหล่านี้ใหม่กับเก่าแยกไม่ค่อยออกในรสชาติคนที่นี่รู้เพียงอย่างเดียว อาหารใหม่หรือเก่าดูที่วันเวลาที่เขียนบอกไว้เท่านั้น นี้ก็คือสารัตถะวิถีชีวิตของอเมริกันชนไปเสียแล้ว

เรื่องราวบางเรื่องที่เกิดขึ้นในนิวยอร์ก หากเราใช้บรรทัดฐานของความเป็นคนไทยเข้าไปมอง เรื่องราวปรากฏการณ์ของวิถีชีวิตอเมริกันบางอย่าง ช่างหาสาระยากเสียเหลือเกิน

มีข่าวปรากฏออกมาทางจอทีวีว่ามีการสอบสวนพนักงานขับรถไฟใต้ดินรายหนึ่ง ซึ่งเขาขับรถไฟ "ชนหมาหลงตาย" เพราะหมาเดินเข้ามาอยู่บนทางรถไฟในขณะที่รถไฟกำลังวิ่งอยู่

ข่าวถ่ายทอดอยู่สองวันถึงเรื่องราวการสอบสวนผลปรากฏว่าพนักงานขับรถไฟ SUB WAY ถูกว่ากล่าวตักเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางชมรมผู้รักหมาแห่งนิวยอร์ก มีการเอาพวงหรีดไปวางไว้ที่รางรถไฟแสดงความเศร้าโศกให้กับหมาผู้น่าสงสาร

หนึ่งเดือนผ่านมามีข่าวปรากฏอีกว่า รถไฟ Sub way เสียเวลา 3 ชั่วโมงไม่สามารถวิ่งได้ อันเนื่องมาจากมีหมาตัวหนึ่งติดอยู่บนราง Sub way รถดับเพลิงหน่วยกู้ภัยเปิดสัญญาณไซเรนวิ่งกันพล่านเพื่อมาไล่ให้หมาออกนอกราง Sub Way

มีการใช้หน่วยกู้ภัยกันมามาก ผู้คนสองข้างทางก็แตกตื่น เพียงเพราะว่าหมาติดอยู่บนราง Sub way พนักงานขับรถก็ไม่กล้าขับเข้าไปอีก กลัวจะชนหมาเข้าให้อีก รถไฟเสียเวลาอยู่สามชั่วโมง ผู้โดยสารที่นั่งมากับรถขบวนนั้นต้องสูญเสียเวลาไปเท่าไหร่ มาเข้างานสายกี่คน ผลประโยชน์เสียหายไปก็มากมาย เพียงเพราะว่า หมาตัวเดียว

ความไร้สาระที่แฝงอยู่ในสังคมศิวิไลซ์ เรื่องราวทำนองนี้กลับกลายเป็นเรื่องจริงจังมีเหตุผลทางมนุษยธรรมไปเสียแล้ว

มีอยู่คราวหนึ่งอีกในเขต Long Island ซึ่งเป็นย่านที่อยู่ ของคนรวย ๆ ของนิวยอร์ก สัญญาณไซเรนฉุกเฉินเปิดดังสนั่นสองข้างทางอีกรถดับเพลิง รถพยาบาลหน่วยกู้ภัยก็ตามกันมาอีกเป็นขบวนเพราะมีคนแก่โทรไปแจ้งวิทยุฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า "ขอความช่วยเหลือด่วน" ทางเจ้าหน้าที่ก็ตกใจเพราะคนแก่บอกแต่เพียงว่า "ช่วยด้วย ! ลูกของฉัน Janny กำลังตกอยู่ในอันตราย" แถมยังบอกชื่อที่อยู่บ้านเลขที่ชื่อถนนให้เสร็จเพียงไม่กี่นาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถดับเพลิงหน่วยกู้ภัยก็มาถึง เรื่องราวกลับกลายเป็นว่า ลูกแมวของแกที่ชื่อ Janny ติดอยู่บนต้นไม้ลงมาไม่ได้ เพราะแมวตัวเดียวกัน นั่นแหละที่ต้องมีการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถดับเพลิงหน่วยกู้ภัยมากันเป็นสิบ

เรื่องราวแบบนี้อีกเช่นกันที่กลายเป็นสาระของคนนิวยอร์กไปเสียแล้ว บางคนก็บอกว่ามันบ้า ๆ บอ ๆ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกวันบนวิถีชีวิตของเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก

การมีชีวิตบนสังคมสมัยใหม่ เกิดและเติบโตท่ามกลางสังคมที่เรียกว่าทันสมัย กินและบริโภคอาหารสำเร็จรูปที่ผลิตออกมาเสร็จสรรพแล้วจากโรงงาน

หากจะเข้าครัวทำอาหารกินเอง มีดและเขียงหน้าตาเป็นอย่างไร อเมริกันชนบางคนยังไม่เคยเห็นเลย หากหิวอาหารสำหรับคนเมืองนี้ก็แค่เปิดกระป๋องออกมาแล้วกินได้เลย สิ่งเหล่านั้นแหละคือ Food ที่หล่อเลี้ยงชีวิตเขาอยู่

มนุษย์เมื่อเกิดมาภายใต้บริบทของสังคมแบบใดชีวิตก็มักดำเนินไปตามบทของสังคมแบบนั้น หากเราเอาเนื้อหมูให้เขาสักก้อนหนึ่งเพื่อปรุงเป็นอาหาร เขาก็จะถามขึ้นทันทีว่า เครื่องหั่นเนื้ออยู่ที่ไหน เขาก็ทำเป็นอยู่สองอย่างนั่นก็คือ เสียบปลั๊กไฟฟ้า, แล้วก็กดเปิดสวิทซ์ หากเราเอาเนื้อมาให้เขาแล้ว ไม่ได้เอาเครื่องหั่นมาด้วยเป็น อันว่ามื้อนั้นอด ต้องวิ่งไปหาร้านแฮมเบอร์เกอร์สำเร็จรูป

นี้คือเรื่องราวที่เป็นวิถีชีวิต ของอเมริกาไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของหมาเพียงตัวเดียวทำเอาเสียเวลาไปสามชั่วโมงเรื่องราวของแมวกับคนรักสัตว์ก็ทำเอาวุ่นกันทั้งเมือง สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้คือพื้นฐานของชีวิตอเมริกาที่มีผลต่อความคิดและเรื่องราวของศีลธรรมและมนุษยธรรม โลก ชีวิต ความคิด และสารัตถะของการใช้วิถีชีวิตอย่างนี้แหละครับ !…

…ครับ! กลัวเหลือเกิน กลัวว่าคนอเมริกาจะเอาความคิดและความรู้สึกแบบนี้ ไปใช้เป็นมาตรวัด แล้วตัดสินให้กับประเทศอื่น ๆ ของโลก



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.