Internet Company

โดย วิรัตน์ แสงทองคำ
นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2543)



กลับสู่หน้าหลัก

เสน่ห์ของตลาดหุ้นไทยลดลง ก็เพราะกิจการในประเทศไทยไม่ใคร่จะมียุทธศาสตร์ ที่มีศักยภาพเกี่ยวพันกับอินเตอร์เน็ตเท่าที่ควร

ธุรกิจในกระแสคลื่นลูกใหม่ที่รุนแรงกว่าคลื่นลูกเก่า ก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ช่วงก่อนหน้านั้น ธุรกิจการเงิน และโทร คมนาคม คือดาวรุ่ง แต่ ณ วันนี้ อินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถเชื่อมโยงดาวรุ่งรุ่นก่อนเข้าหากันอย่าง มีมูลค่าเพิ่มทางยุทธศาสตร์ เป็นธุรกิจที่ก้าวหน้าอย่างมาก ในเชิงการเติบโต การแสวงหากำไร และสร้างโอกาสได้อย่างหลากหลาย อย่างกว้างขวาง อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ซึ่งก็ต้องยอมรับความจริง ยอมรับถึงข้อจำกัดทั้งวิธีคิด การบริหาร รวมถึงโครงสร้างธุรกิจที่มีข้อจำกัด อันเนื่องมาจากความคิดเก่า ของราชการไทย

แม้ว่าปรากฏการณ์ของความพยายามเข้าสู่กระแสใหม่ของธุรกิจไทย ดูจะมีสีสันและกระตือ รือร้นอย่างมากในช่วงนี้ แต่ในความเป็นจริง ก็ยังขาดเสน่ห์อยู่พอสมควร

โครงสร้างเครือข่าย

สังคมไทยมีเครือข่ายสื่อสารอย่างหลากหลาย ครบถ้วนตามมาตรฐานการสื่อสารในโลกอินเตอร์เน็ตอย่างเต็มที่ ซึ่งมันเกิดขึ้นท่ามกลางความรุ่งเรืองก่อนล่มสลายครั้งล่าสุด แต่ด้วยโครง สร้างการจัดการของรัฐที่ไม่ประสานทั้งมาตรฐานของเทคโนโลยี รวมทั้ง "วิธีคิด" จำกัดการเป็นเจ้า ของโครงสร้างเครือข่ายของสังคมไทยจึงกระจัด กระจายอย่างไม่มีศักยภาพ มีความแตกต่างทางเทคโนโลยี มีต้นทุนในการเชื่อมเทคโนโลยีในลักษณะภูมิศาสตร์ มีความแตกต่างจากความเป็น เจ้าของหลายราย รวมทั้งความคิดระบบสัมปทาน ของรัฐ เป็นผลทำให้ต้นทุนของเครือข่ายสำคัญของไทยสูงกว่าที่ควรจะเป็น

ต้องยอมรับว่าเครือข่ายสื่อสาร คือพื้นฐานของอินเตอร์เน็ต ทั้งเป็นการเร่งกระแสการเติบโต รวมไปจนถึงธุรกิจเหล่านี้ก็คือธุรกิจแรกๆ ที่จะได้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ต ซึ่งคาดว่าจะเติบโตขึ้นอย่างมากในประเทศไทยจากนี้ไป

หากมองจากมุมนี้ TA (Telecom Asia) จะได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์มากที่สุด ในฐานะที่เป็นเจ้าของเครือข่ายความเร็วสูง (broadband) มากที่สุด ในขณะความเคลื่อนไหวเชื่อมโยงกับอินเตอร์เน็ตยังมีน้อย โอกาสทางธุรกิจในอินเตอร์ เน็ตสำคัญที่สุดมิใช่การเป็นเจ้าของเครือข่าย (TA เป็นเจ้าของเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็ไม่ครอบ คลุมทั่วประเทศ) หากเป็นความสามารถของผู้นำที่สามารถบันดลบันดาล และเชื่อมโยงภาพต่างๆ อย่าง ชัดเจนต่อไป

ขณะที่กลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโทรศัพท์ เคลื่อนที่ ซึ่งมีข้อจำกัดของเครือข่ายที่มีระดับแค่ความ เร็วปานกลาง แต่มีเสน่ห์ของตลาดอย่างมาก อย่างไร ก็ตาม เจ้าของธุรกิจนี้ของไทยก็ยังกระจัดกระจายกัน อยู่อย่างไม่เป็นระบบ ภาพเครือข่ายจึงเป็นการลงทุนที่ซ้อนทับ และมีต้นทุนสูงของทั้งเจ้าของเครือข่าย และผู้ใช้บริการ

ดูตามโครงสร้างธุรกิจแล้ว ISP จึงกลายเป็นธุรกิจที่มีผลตอบแทนช้ามาก มีการแข่งขันสูงมาก ทั้งรัฐยังมี "เอี่ยว" อยู่ด้วย โดยไม่ต้องลงทุนใดๆ

วันนี้ความหลากหลาย ความสับสนของเครือข่ายทั้งหมด แม้จะเริ่มมีความพยายามในการปรับโครงสร้างกันครั้งใหญ่ แต่โครงสร้างที่ว่านี้ก็คงไม่เกิดผลภาพรวมที่มีพลังโดยง่ายนัก

การซื้อกิจการ การแลกหุ้น กับการจับมือกันที่ผ่านๆ มา เป็นเพียงชิ้นส่วนชิ้นเล็กๆ เสียส่วนใหญ่ ซึ่งเชื่อกันว่าจะมีการปรับโครงสร้างธุรกิจเครือข่ายกับสาระ (content) ในธุรกิจอินเตอร์เน็ตที่สำคัญมากกว่านี้จากนี้ไป

พันธมิตรธุรกิจ

ในโลกธุรกิจอินเตอร์เน็ต ปัจจัยของการเติบโตมาจากความสามารถของผู้นำมากกว่าธุรกิจ อื่นๆ ก็จริง แต่ยุทธศาสตร์การมีพันธมิตรที่ดีจะทำให้การเติบโตอย่างมีศักยภาพมากขึ้นอย่างมาก

ธุรกิจไทยเพิ่งผ่านยุคของการเป็นเจ้าของคนเดียวที่ "ทำอะไรก็ได้" กับธุรกิจที่คิดว่าเป็นของ ตนเอง (แม้จะเข้าตลาดหุ้นก็ตาม) ไม่นานนัก โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูล การบริหารอย่างมือ อาชีพ การร่วมมือกันเชิงยุทธศาสตร์ จึงกลายเป็น บททดสอบบทใหม่ของเจ้าของกิจการไทยครั้งสำคัญ

พันธมิตรธุรกิจในความหมายเดิมของพ่อค้าชาวจีน เช่น การค้าสุรา ซึ่งจัดแบ่งผลประโยชน์อย่างลงตัวนั้น จะต้องมาประยุกต์เข้ากับธุรกิจอินเตอร์เน็ต ที่มองประโยชน์เฉพาะหน้า ไม่ได้

เช่นเดียวกัน พันธมิตรในโลกอินเตอร์เน็ต มิใช่การจับเอาสินทรัพย์มารวมกันทางบัญชีให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้น เพื่อสร้างภาพเข้าตลาดหุ้น เช่นที่เห็นกันมามากแล้ว ในยุคก่อนล่มสลาย

ธุรกิจอินเตอร์เน็ตต้องการความร่วมมือ ร่วมความคิด ร่วมปัญญากับพันธมิตรอย่างมาก มาย เพื่อสร้างเครือข่ายที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด สร้างสรรค์ธุรกิจอย่างเป็นจริง มิใช่ภาพทาง บัญชี ธุรกิจไทยในยุคก่อนสามารถสร้างเครือข่าย เพื่อการผูกขาดได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกอินเตอร์เน็ต

นี่ก็คือสิ่งที่ท้าทายธุรกิจไทยในยุคนี้

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นภาพของจริงทั้งสิ้น มิอาจใช้วิธี "จับแพะชนแกะ" อย่างหยาบ หลอกใครได้อีก

ผมจึงคิดว่าธุรกิจอินเตอร์เน็ต เพิ่งเริ่มคิดกันอย่างไม่ลงตัวเท่านั้น พิมพ์เขียวที่กำลังก๊อบปี้กันอยู่เวลานี้ เป็นความเข้าใจเพียงครึ่งเดียว เท่านั้น

ทั้งยังไม่กล่าวถึง content ซึ่งในเชิงปรัชญาธุรกิจไทย ยังเข้าไปไม่ถึง Internet company ของไทย มองความยิ่งใหญ่ของเครือข่ายและสินทรัพย์เป็นหลัก ยังไม่อาจจะเข้าใจความยิ่งใหญ่และความสำคัญของ content ได้ในเวลานี้ ซึ่งจะทำให้ธุรกิจมีเสน่ห์อย่างสำคัญ ซึ่งเรายังไม่มี



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.