ทิ้งแบตเตอรี่สะเทือนถึงดวงดาว


นิตยสารผู้จัดการ( ตุลาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

กระแสความตื่นตัวของภาวะโลกร้อน สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ของซิติเซ่นได้แบบไม่น่าเชื่อเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยการเลือกนาฬิกาประเภทควอทซ์ ที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมลภาวะได้ทางหนึ่ง

วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล ผู้จัดการทั่วไป ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีทองพาณิชย์ บอกว่า แต่ละปีนาฬิกาถูกผลิตขึ้นมากว่า 2 ล้านเรือน ทั่วโลก และส่วนใหญ่เป็นนาฬิกาที่ใช้แบตเตอรี่เป็นตัวขับเคลื่อน

ความเปลี่ยนแปลงเริ่มเกิดขึ้นกับผู้ผลิตนาฬิกา โดยเฉพาะทางฝั่งเอเชียคือ ญี่ปุ่น ที่เป็นผู้ผลิตนาฬิการายใหญ่ ลดการผลิตนาฬิกา ใช้แบตเตอรี่ลงเหลือแค่ 50% และหันไปใช้พลังงานอื่นแทน เหมือนกับในอเมริกาที่นาฬิกากว่า 80% ที่วางจำหน่าย ไม่ได้ใช้แบตเตอรี่

แนวคิดแบบนี้ทำให้เห็นความแตกต่างของผู้ผลิต 2 ซีกโลกคือฝั่งตะวันตก ที่ยกให้สวิตเซอร์แลนด์ เป็นผู้ผลิตรายใหญ่กับฝั่งตะวันออก ที่มีญี่ปุ่นเป็นรายใหญ่ มีแนวทางการพัฒนานาฬิกาต่างกัน อย่างเห็นได้ชัด

เริ่มกันที่ฝั่งตะวันตกก่อน นาฬิกาของกลุ่มนี้จะใช้เทคโนโลยีแบบเดิมที่เรียกว่า นาฬิกาอัตโนมัติ โดยใช้แรงเหวี่ยงของเครื่องจักรในนาฬิกามาขับเคลื่อน โดยแรงเหวี่ยงนี้มาจากการแกว่งแขนตามจังหวะการเดินของผู้สวมใส่ ซึ่งถือเป็นกลไกแบบเดิมและคลาสสิก นาฬิการะดับหรูของสวิสใช้ระบบนี้ ข้อเสียของระบบนี้คือ หากไม่สวม ใส่นาฬิกาเป็นเวลานาน นาฬิกาก็จะหยุดเดิน

ส่วนฝั่งญี่ปุ่นก็มีนาฬิกากลไกแบบนี้ให้เลือก แต่ที่พัฒนาไปกว่านั้นก็คือ นาฬิกาใช้พลังแสงอาทิตย์ และนาฬิกาที่ใช้แรงเหวี่ยงของฝั่งยุโรป แต่ปรับปรุงให้ทันสมัยและทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน แม้ไม่ได้สวมใส่

"ซิติเซ่นคิดค้นนาฬิการะบบ Eco-Drive มาตั้งแต่ปี 1995 และพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงรุ่นล่าสุดที่สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงทุกชนิดให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน" วิภาวรรณอธิบายถึงนาฬิการุ่นใหม่ที่เข้ากับภาวะโลกร้อน ในปัจจุบัน

ระบบของนาฬิการุ่นนี้ก็คือที่ใต้หน้าปัดนาฬิกาจะติดตั้งแผงรับแสง แล้วแปลงพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าบรรจุเข้าไปไว้ในแบตเตอรี่แบบพิเศษมีอายุการใช้งานยาวนาน 20 ปี โดยการบรรจุพลังงานจนเต็มจะสามารถทำให้นาฬิกาทำงานได้นาน 6 เดือน โดย ไม่ต้องรับแสงเพิ่ม

การขายนาฬิกาแบบนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะลุกขึ้นมาขายได้ ต้องหาตัวแทนหรือกลุ่มอ้างอิงขึ้นมา ทางซิติเซ่นก็เลยต้องมีแบรนด์ แอม บาสเดอร์เข้ามาช่วย ซึ่งก็ได้ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล โอรส ม.จ.ชาตรี เฉลิม ยุคล มาทำหน้าที่นี้

นาฬิกานอกจากทำหน้าที่บอกเวลาแล้ว ยังทำหน้าที่บอกถึงสถานะผู้สวมใส่ด้วย


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.