อีลิทดิ้นหาหัวเรือจี้"สุวิทย์"สรรหา


ผู้จัดการรายวัน(17 กันยายน 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

อีลิท ดิ้นหาผู้นำองค์กร รุดพบ "สุวิทย์" เป็นที่พึ่งให้ตัดสิน หวังเคลียร์ปัญหาให้จบ เหตุต่างฝ่ายต่างโยนเรื่อง อ้างไม่ใช่หน้าที่ของตน ทั้งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยว และททท. ด้านกระทรวงการคลังย้ำอีลิท เข้าข่ายรัฐวิสาหกิจ เลือกผู้นำต้องปฎิบัติตามกฎรัฐวิสาหกิจเท่านั้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในวันนี้ (17 ก.ย.50) ตัวแทนของบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด หรือทีพีซี ผู้บริหารบัตรอีลิทจะเข้าพบ ร.ท.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหารือปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาที่บริษัท ทีพีซี ยังไม่สามารถเปิดรับสมัครตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ได้ โดยต้องการให้ ร.ท.สุวิทย์ ช่วยหาทางแก้ไขปัญหา หรือสั่งการให้หน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบเร่งดำเนินการโดยเร็ว นอกจากนั้นยังเข้าพบเพื่อรายงานความคืบหน้าของผลประกอบการบริษัท รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ภายหลังมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ ทีพีซีเดินหน้าโครงการต่อไปได้

ทั้งนี้แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขั้นตอนการคัดเลือกตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด หรือ ทีพีซี ต้องเป็นไปตามระเบียบของบังคับของ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2543 เท่านั้น เพราะสถานะของทีพีซีเทียบเท่ากับองค์กรรัฐวิสาหกิจ เพราะ ถือหุ้นโดยรัฐบาล 100% ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ตามที่กฎหมายระบุไว้

โดยคณะกรรมการคัดเลือกนี้จะมีทั้งหมด 5 คนประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), ปลัดกระทรวงการคลัง, ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ , ผู้แทนจากคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และผู้แทนจากคณะกรรมการของทีพีซี โดยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องเป็นประธานคณะกรรมการโดยตำแหน่งที่ระบุไว้ตามกฎหมาย

ศักดิ์ทิพย์โบ้ยไม่ใช่หน้าที่

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวระบุว่า ที่ผ่านมาทีพีซีได้ทำหนังสือถึงนายศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อให้พิจารณาดำเนินการขั้นตอนการคัดเลือกตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของทีพีซี ตามกฎหมายที่กล่าวไว้ข้างต้นแต่เรื่องก็เงียบหาย ขณะที่นายศักดิ์ทิพย์เคยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เรื่องการสรรหาผู้บริหารของอีลิทการ์ด ไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงฯแต่เป็นหน้าที่ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เพราะเป็นผู้ถือหุ้น 100% เต็ม

ทางด้านนายรพี ม่วงนนท์ กรรมการและรักษาการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯยังมีผู้สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกบัตรไทยแลนด์อีลิทอย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาหลังมีมติครม.ให้เดินหน้าโครงการต่อไปได้แล้วนั้น บริษัทฯมียอดสมาชิกใหม่อีกจำนวน 70 ราย ขณะที่ 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทฯขายบัตรสมาชิกได้ 168 ราย ดังนั้นยอดขายสมาชิกใหม่ 8 เดือนปีนี้ เท่ากับ 238 ราย เมื่อรวมกับยอดสมาชิกเก่าของปีก่อน ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯมีสมาชิกแล้วทั้งสิ้น 2,250 ราย

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมศกนี้ บริษัทฯจะเริ่มปรับกฎเกณฑ์ในเรื่องของสิทธิประโยชน์ของสมาชิก คือ สามารถใช้บริการสปาและกอล์ฟได้เพียงปีละ 24 ครั้ง จากเดิมที่ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวน ส่วนราคาสมาชิกจะปรับเพิ่มในวันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นราคาใบละ 1.5 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามบริษัทฯมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีผู้นำบริษัทฯ เพื่อความมั่นใจของตัวแทนจำหน่ายสมาชิกและผู้สนใจเข้าเป็นสมาชิก เพราะจะมีอำนาจตัดสินใจและออกนโยบายได้มากกว่าตำแหน่งรักษาการ ซึ่งระยะเวลาหากเริ่มดำเนินการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาไปจนถึงประกาศชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.