"คนแก่ หมาและแมวในแมนฮัตตัน"


นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2535)



กลับสู่หน้าหลัก

ฟ้าในแมนฮัตตันเริ่มมืดช้าลงกว่าที่เคยเป็น อากาศในนิวยอร์กเริ่มอุ่นขึ้นมาบ้างในตอนกลางวันในช่วงเดือนมีนาคม จะเป็นช่วงเดือนต่อของฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลิอากาศจากที่เคยหนาวก็เริ่มที่จะหนาวน้อยลง ใบไม้ใบหญ้าสองข้างทางในแมนฮัตตันก็แตกใบอ่อนหลังจากที่แช่หนาวมาหลายเดือน

เดือนมีนาคมดูเหมือนร้านขายยาจะคึกคักสักหน่อย มีคนแวะเวียนมาหายาแก้หวัดกันมาก เพราะอากาศจะเปลี่ยนแปลงฉับพลันในวันหนึ่งในตอนกลางคืนลดลงต่ำกว่าศูนย์ในตอนกลางวันอุ่นขึ้นมาหน่อย

คนแก่ในนิวยอร์กถึงกับสบถกับฤดูกาลนี้ว่า "MARCH CRAZY"!

มหานครนิวยอร์กยังพลุกพล่านไปด้วยคนหลายเผ่าพันธุ์ หลากผิวสี บางคนอพยพมาจากลุ่มแม่น้ำฮวงโห แยงซีเกียง สร้างชุมชนขึ้นมาเป็น CHAINA TOWN ภาษาอังกฤษสำเนียงกวางตุ้งกลายเป็นภาษาที่ใช้ในย่านนี้ไป

บางเผ่าพันธุ์ริมฝีปากหนาหน่อย ผิวดำผมหยิก เคยถูกบรรพบุรุษของอเมริกาจับมาเป็นแรงงานทาสปั่นฝ้ายเจริญเติบโตออกลูกออกหลานมาเขียนฝาผนัง สร้างศิลปะอันเลอะเทอะบนรถใต้ดินให้เทศบาลคอยตามเช็ดตามสถานี

ส่วนพวกที่มาจากทิศใต้ของประเทศอเมริกา ก็มาเป็นแรงงานราคาถูกตามเมืองใหญ่ ๆ บ้านเราเรียกแรงงานอีสานว่า "ลาว" เช่นเดียวกับบรรดานายจ้างทางนี้ก็เรียกแรงงานเหล่านี้ว่า "ไอ้โก้" เพราะมาจาก MEXICO, เปอร์โตริโก, โคลัมเบีย

ส่วนพวกที่มาจากกลุ่มทะเลสาปเมดิเตอร์เรเนียน ดูจะมีภาษีดีกว่าเผ่าพันธุ์อื่น ก็ตรงที่พวกนี้เป็นชาวยุโรปซึ่งเชื่อมญาติกลายเป็นบรรพบุรุษของประธานาธิบดีของอเมริกามาหลายชั่วคน ส่วนอีกพันธุ์หนึ่งซึ่งมาจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก็ได้แต่เบียดแทรกอยู่ตามช่องว่างของสังคมเหล่านี้

นิวยอร์กเป็นมหานครขนาดใหญ่เป็นขุมเครือข่ายทางเศรษฐกิจของโลกตลาดหุ้นบนถนนวอลล์สตรีทก็ตั้งอยู่ที่นี้ ศูนย์แฟชั่นของโลกก็เคลื่อนตัวมาอยู่ที่นี่ ยิ่งเทคโนโลยีบางชนิดบ้านเราเพิ่งจะมีใช้ขณะที่ในแมนฮัตตันเขาโละทิ้งจากท้องตลาดไปหลายปีแล้ว

ด้วยความที่มันเป็นเมือง "มหานครนิวยอร์ก" ความผูกพันธ์ของชิวิตมนุษย์พันธุ์นิวยอร์กก็ดูจะมีแต่เรื่องงานและธุรกิจเท่านั้น นอกเหนือกว่านั้นดูจะหายากมาก

นายจ้างต้องการคนขัดส้วมเพราะความสะอาดของห้องน้ำเป็นสิ่งที่เขาต้องการ เงินดอลลาร์ที่เป็นค่าจ้างก็เป็นค่าตอบแทนที่ได้มา

พ่อค้าก็ผูกพันกันด้วยกำไรของลูกค้าที่มาซื้อของ คุณในฐานะลูกค้าที่ต้องต่อรองราคาให้แหลกลาญกันไปเลย ส่วนพ่อค้าก็หาวิธีการตลาดขายทุกวิถีทางเพื่อระบายสินค้าออกจากชั้นวางของ

นิวยอร์กบางย่านเป็นย่านของอิตาเลียนการค้าขายก็แปลกกว่าใครเขามีทั้งข่มขู่ ปลอบลูกค้าไปในตัว ทั้งคนขาย ลูกจ้างซึ่งกล้ามเป็นมัด ๆ จะมาล้อมหน้าล้อมหลังคุณ ผลทางจิตใจที่ตามมาก็คือคุณต้อง ซื้อสินค้าชนิดหนึ่งออกมาแม้จะไม่อยากซื้อ เห็นทีจะปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว

"สรรพสิ่งในโลกล้วนธุรกิจกลยุทธ์ทางการตลาด สติปัญญาทางการค้าก็ผุดขึ้นมาจากนิวยอร์กนี้เอง"!

สภาพของปัจเจกชน ในรูหูอุดไว้ด้วยวิทยุซาวเบาด์ เดินเพล่นพล่านตามซอกตึกระฟ้า คนขันสกรูท่อแก๊สตามสำนักงาน ในแมนฮัตตัน คนเช็ดกระจกบนตึกสูง พนักงานไปรษณีย์รวมไปถึงขอทานอย่าง HOMELESS มนุษย์เหล่านี้ดำเนินชีวิตอย่างไร ? ภายใต้มหานครนิวยอร์ก เป็นคำถามที่นักสังคมวิทยา เริ่มตั้งคำถามกันมาก ยามที่เดินข้ามถนนมีคนแก่อายุสัก 70 ถือไม้เท้าแบกร่างท่อสังขารมาไม่มีใครสนใจว่า "จะเบียดแทรกคนแก่คนนั้นให้หกล้มก้นขวิดยามที่เขาเดินข้ามถนน"

มีอยู่คราวหนึ่งผมเห็นคนแก่ข้ามถนน แถวแมนฮัตตัน คิดจะไปจูงพาแกข้ามฟากไปพร้อมกัน เพื่อนรุ่นพี่ซึ่งเขาเข้าใจในวิถีชีวิตของคนนิวยอร์กห้ามไว้

"อย่าไปแตะต้องตัวเขา เดี๋ยวจะตายใส่เอา เกิดเรื่องยุ่งกันอีก" นี้ก็เป็นเรื่องความรู้สึกแปลก ๆ ที่คนจากลุ่มเจ้าพระยาเรียนรู้ได้เร็วเหลือเกินแถมรุ่นพี่ให้คำแนะนำกลับมาอีก

"เดี๋ยวเขาแกล้งล้ม เขาจะฟ้องเอาหมายถึงต้องชดใช้ค่าเลี้ยงดูหากเกิดอะไรขึ้นกับคนแก่คนนั้นมันไม่คุ้ม"

ครับ..จิตใจของมนุษย์ ในเมืองซึ่งเติบโตทางวัตถุ ก็ดูจะแยกไม่ออกเสียแล้วว่า คนที่เดินอยู่ตามท้องถนนกับกระป๋องน้ำข้างถนน มันต่างกันอย่างไร ?

กรุงเทพฯ ก็เป็นเมืองที่กำลังโตการโตเป็นเมืองใหญ่ เห็นทีต้องเดินทับเส้นประวัติศาสตร์ เหมือนอย่างนิวยอร์กเป็นมาเมื่อหลายปีก่อนเป็นแน่และเมืองหลวงหลายเมืองในประเทศกำลังพัฒนาก็ดูจะถอดแบบจำลองกันไป

จึงไม่เป็นเรื่องแปลกเลยที่มหาวิทยาลัยในอเมริกา ผลิตทฤษฎีทางสังคมวิทยาขึ้นมา ส่งออกไปให้นักวิชาการในประเทศกำลังพัฒนาได้เรียนรู้ทั้งนี้ก็เพราะ นิวยอร์กได้ผ่านจุดหนึ่งของพัฒนาการประวัติศาสตร์ที่ยุ่งยาก มีปัญหาของเมือง การคมนาคม, สลัม ขอทานเช่นนี้มาแล้ว

คนแก่ ในเมืองนี้ไม่มีลูกหลานดูแล หลังเกษียณก็กินเงินสวัสดิการสังคม อยู่ตามอพาร์ตเม้นต์ หากเราจะถามแกว่า

"ป้าอยู่คนเดียวหรือครับ"

แกจะบอกว่าเปล่าหรอก ไม่อยู่คนเดียว "อยู่กับหมาสองตัวแมวอีกสามตัว"

ก็มีแต่หมาแมว เป็นเพื่อนให้กับคนชราเท่านั้น จนกลายเป็นว่าวิถีชีวิตคนกับหมานิวยอร์กนี้ใกล้เคียงกันมีร้านตัดเสื้อผ้าสุนัข ร้านเสริมสวยหมา โรงพยาบาลหมาแมว มีการโฆษณาทางทีวีถึงการให้บริการของโรงพยาบาลซึ่งมีห้องผ่าตัดหมา มีสายให้น้ำเกลือให้ออกซิเจน มีหมอผ่าตัดหมา และมีผู้ช่วยหมอที่เป็นนางพยาบาล หากคิดเป็นเงินค่าบริการของสัตว์กลับกลายเป็นว่าแพงกว่าคนหลายเท่า เราอย่าพูดถึงขอทาน HOMELESS ที่นอนตายใต้ดินอยู่ตามสถานี SUBWAY เลย

มีเอกสารที่เขียนถึงความผูกพันของคนในสังคมนิวยอร์กเอาไว้ เป็นคดีที่เกิดขึ้นในนิวยอร์ก เมื่อปี 1964 มีการสืบสวนทำเป็นกรณีศึกษาขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เคยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์

อ่านแล้วเสียดแทงจิตใจคนจำนวนมาก ให้หวนกลับมาตั้งคำถามว่า "เกิดอะไรขึ้นกับคนในมหานครใหญ่"?

เรื่องนี้เกิดขึ้นในย่านควีนส์ (QUEENS) ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชนชั้นกลางในนิวยอร์ก ผู้หญิงซึ่งเป็นผู้เคราะห์ร้าย ทำงานเป็นผู้จัดการในร้านอาหารย่านแมนฮัตตัน เดินกลับบ้านในตอนเลิกงานพอใกล้ถึงอพาร์ตเมนต์ก็โดนปล้น

ฆาตกรใช้มีดจ้วงแทงผู้หญิงคนนี้แล้วเดินจากไป ผู้หญิงก็ร้องขอความช่วยเหลืออยู่นาน ฆาตกรก็เดินกลับมาใหม่ใช้มีดจ้วงแทงอีก ฆาตรกรเดินมาใช้มีดจ้วงแทงผู้หญิงถึงสามเที่ยว

จากเหตุการณ์นี้มีผู้เห็นเหตุการณ์ด้วยกันสามสิบแปดคน ปรากฏว่าไม่มีใครเลยที่จะหยิบโทรศัพท์หมุนไปบอกสถานีตำรวจ ทั้ง ๆ ที่แต่ละห้องต่างก็มีโทรศัพท์ใช้กัน พยานที่เห็นเหตุการณ์เหล่านี้ต่างให้เหตุผลว่า

"ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีในชั้นศาล เพราะไม่ใช่ธุระของฉัน" !

มีสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า

"ฉันจะไปโทรศัพท์ แต่ภรรยาห้ามไว้ บอกว่าอย่าไปยุ่งเรื่องผัวเมียทะเลาะกัน"

ชายอีกคนหนึ่งซึ่งเห็นเหตุการณ์เปิดเผยกับตำรวจว่า

"ฉันเองก็มองลงมาจากชั้น 4 เห็นคนร้องขอความช่วยเหลือ แต่เห็นไม่ค่อยชัดก็เลยไปนอนต่อ"

ส่วนอีกคนก็บอกว่า "กลับจากทำงานมาเหนื่อย ไม่ได้สนใจรีบกลับไปนอน"

ภายหลังจากที่รถพยาบาลมารับศพ บรรดาคนที่มุงดูก็จากไปเช่นกัน เรื่องก็จบลงกลายเป็นเรื่องประจำวันของนครใหญ่

ครับ…ตลกไม่ออกเลย หากใครสักคนที่เป็นญาติของเรา เป็นลมล้มลงในแมนฮัตตัน แล้วหายสาบสูญไป !

ความผูกพันทางสังคมของมนุษย์ดูจะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากในนครใหญ่ ๆ ยิ่งเมืองเติบโต ชีวิตเร่ง คนก็ต้องรีบเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ให้ได้ เรื่องบางเรื่องที่เป็นความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์พันธุ์เดียวกันก็ไม่มีให้เห็น

"ป้าโรส แมรี่ (ROSE MARRY)" เป็นสมาชิกในอพาร์ตเมนต์ที่เราอยู่แกอาศัยอยู่มาตั้งแต่เป็นสาว ทราบข่าวจากเพื่อนข้างห้องมาว่า ลูกหลานของแกเองย้ายไปทำมาหากินต่างรัฐหลายปีแล้วที่ขาดการติดต่อ ทุกเสาร์อาทิตย์ป้าโรสก็จะมานั่งรอทักทายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาตรงทางเข้าอพาร์ตเมนต์ จะรู้จักหรือไม่รู้จักกันก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

เพียงแต่แกเอ่ยปากถามคนว่า "เป็นไงวันนี้สบายดีหรือ ก็เพียงพอแล้ว" เพราะห้าวันที่ป้าซุกตัวพูดจาอยู่กับแมวหมาในห้อง

ยามที่แกนั่งอยู่คนเดียว เคยมีคนเห็นน้ำตาเอ่อล้นออกมามีคนเคยถามแกบ้างเหมือนกันว่า "ป้าร้องไห้ทำไม"

แกก็ฝืนยิ้ม ตอบแต่เพียงว่า "ลมหนาวพัดเข้าตา"

แต่เช้านี้รถพยาบาลเปิดไซเรนมาจอดอยู่หน้าอพาร์ตเมนต์ คนที่อยู่บนตึกก็ชะโงกหน้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น มีคนบอกว่า ป้า ROSE MARRY ตายแล้วตายมาสองอาทิตย์แล้ว กลิ่นเริ่มเหม็นคนที่อยู่ข้างห้องโทรศัพท์ไปหาตำรวจให้ช่วยมาดูหน่อยว่า คนหรือหมาที่ตายกันแน่

เช้าของปลายเดือนกุมภาพันธ์ไม่มีหิมะ แต่หนาว ที่ยังค้างอยู่ เมื่อตอนกลางคืน ยังปกคลุมตามท้องถนน…

ชีวิตของผู้คนในแมนฮัตตันยังเดินขวักไขว่ ดวงไฟบนคบเพลิงของเทพีสันติภาพ ยังส่องสว่างอยู่



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.