ตระกูลเอ็มปรับกระบวนท่าตั้งรับศึกหนักช้างซื้อแรงเยอร์


ผู้จัดการรายวัน(13 กันยายน 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

เอ็ม-150 ข่มขวัญ ไทยเบฟฯ ซื้อแรงเยอร์ระเบิดศึกตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง 2 หมื่นล้านบาท ชูมัลติแบรนด์คลุมผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่มทุกพื้นที่ ไม่หวั่นกลยุทธ์ขายพ่วง มั่นใจดิสทริบิวชั่นแกร่งยึดร้านตู้แช่ 90% อัดฉีด 100 ล้านบาท ชูมิวสิกมาร์เก็ตติง 6 ปีซ้อน ปีหน้าปรับแพกเกจจิ้ง ขยายกำลังผลิต รับศึก

นายธัชรินทร์ โอสถานุเคราะห์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โอสถสภา จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังเอ็ม-150 เปิดเผยว่า จากการที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ในวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้เจรจาซื้อโรงงานผลิตเครื่องดื่มชูกำลังภายใต้แบรนด์ “แรงเยอร์” จากตระกูลเวศย์วรุฒม์ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ในฐานะที่บริษัทโอสถสภาเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง โดยเอ็ม -150 ครองส่วนแบ่ง 55-56% จากมูลค่าตลาดเกือบ 2 หมื่นล้านบาท de]y’จับตามองว่าหลังจากมีการซื้อกิจการแล้วไทยเบฟฯจะใช้กลยุทธ์อย่างไร

“แม้ว่าค่ายยักษ์ใหญ่ในวงการน้ำเมาจะเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง และที่ผ่านมาค่ายดังกล่าวมีการใช้กลยุทธ์ขายพ่วงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่บริษัทไม่ได้กลัวว่าค่ายดังกล่าว จะนำกลยุทธ์การขายพ่วงมาใช้ เพราะเป็นคนละกลุ่มเป้าหมายกัน อีกทั้งที่ผ่านมา ถือว่ากลุ่มผู้ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ค่อนข้างสูง”

แผนการตลาดเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำ บริษัทจะชูกลยุทธ์มัลติแบรนด์ จากการมีเครื่องดื่มชูกำลังครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ ประกอบด้วย เอ็ม-150 เป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ยี่ห้อฉลามแข็งแกร่งทางภาคใต้ มีแชร์ 10% ส่วนลิโพ วางราคา 12 บาท สูงกว่าแบรนด์อื่น 2 บาท เจาะกลุ่มเป้าหมายคนเมือง มีส่วนแบ่งกว่า 10% ส่วนเอ็มแม็กซ์ เจาะคนรุ่นใหม่อายุ 20-29 ปี มียอดขาย 70-80 ล้านกระป๋องต่อเดือน ขณะที่ชาร์ก เจาะตลาดต่างประเทศ เป็นหลัก

อีกทั้งบริษัทยังมีความแข็งแกร่งด้านการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งร้านค้า ตู้แช่ ฯลฯ ร่วม 90% รวมถึงการใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง ส่งผลให้บริษัทฯมีส่วนแบ่งเพิ่มจากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จาก 40% เป็น 50% รวมทั้งยังช่วยขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่อายุ 20 ปีเพิ่มขึ้น แต่กลุ่มเป้าหมายหลักยังคงเป็นผู้ใช้แรงงานอายุ 30 ปีขึ้นไป สำหรับกลยุทธ์มิวสิคมาร์เก็ตติ้งบริษัทได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว ด้วยการทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท จัดคอนเสิร์ตปีนี้ร่วม 100 ครั้งต่อปี

ล่าสุดใช้งบ 20 ล้านบาท จัดงาน “ M-150 GBOB 2007” ปีที่ 3 เวทีค้นหาวงดนตรีไปชิงแชมป์เวทีโลกในวันที่ 4-6 ธันวาคม นี้ ที่ ประเทศอังกฤษ ส่วนปีหน้านำนักร้องหญิงดา-เอ็นโดฟีนมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และในช่วงปลายปีหน้านี้บริษัทจะปรับปรุงบรรจุภัณฑ์เอ็ม-150 ใหม่ เพื่อให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยังได้ลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังการผลิตเพิ่มอีก 25% เพื่อรองรับการเติบโตของเอ็ม-150 จากเดิมโรงงานเก่าอยู่ที่หัวหมาก ทำให้มีปัญหาด้านจราจร

แนวโน้มตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ภาวะตลาดไม่ได้ขยายตัวมากโดยเติบโตปีละ 2-5% เท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังจากที่บริษัทไทยเบฟฯเข้าซื้อกิจการแรงเยอร์ คาดว่าตลาดจะมีการแข่งขันรุนแรง และมีผลทำให้ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมีการแข่งขันในเรื่องการทำคอนซูเมอร์โปรโมชันรุนแรง โดยเฉพาะเครื่องดื่มคาราบาวแดง สำหรับปีนี้เอ็ม-150 ได้ทำคอนซูเมอร์โปรโมชันเป็นปีแรก ทั้งนี้คาดว่าสิ้นปีบริษัทจะรักษาความเป็นผู้นำตลาด ด้วยการครองส่วนแบ่ง 55% จากมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนกระทิงแดง ส่วนแบ่งกว่า 10% และคาราบาวแดง กว่า 10%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.