ฟิลิปส์ปรับเกมรุก3กลุ่มสินค้ามุ่งขายโซลูชั่นทั้งภาพและเสียง


ผู้จัดการรายวัน(31 สิงหาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

ฟิลิปส์ ปรับตัวทำตลาดเครื่องใช้ฟ้าภายในบ้านใหม่ รับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มุ่งพัฒนาร้านค้า 50 ร้าน จัดร้านภายใต้รูปแบบ “Premier Lifestyle Solution” ชูการขายสินค้าเป็นโซลูชั่นมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์เอ็กซ์พีเรียนซ์ มาร์เก็ตติ้ง หลังพบลูกค้ามีเวลาในการซื้อสินค้าสั้นลง พร้อมทำตลาดเป็น 3 เซกเม้นต์มากยิ่งขึ้น ในกลุ่มแอลซีดี ทีวี หวังรักษาความเป็นท็อปทรีของตลาดไว้ให้ได้

นายสมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัท ฟิลิปส์อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปลายปี 2549 ที่ผ่านมา หลังจากมีการปฎิวัติเกิดขึ้น พบว่าผู้บริโภคเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะเวลาในการเดินในห้างสรรพสินค้า เพื่อซื้อสินค้า เริ่มมีน้อยลง อันเนื่องมาจากอารมณ์ในการจับจ่ายซื้อของลดลงจากสภาพเศรษฐกิจและการเมืองอีกสาเหตุหนึ่ง ทางบริษัทฯจึงมีแผนการดำเนินงานทางการตลาดในปีนี้ เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ล่าสุดในส่วนของร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ทางบริษัทฯมีแนวคิดที่จะมุ่งพัฒนาและทำตลาดร่วมกับร้านค้าประมาณ 50 รายทั้งในกรุงเทพและหัวเมืองหลักในต่างจังหวัด ในการจัดร้านค้าภายใต้รูปแบบ Premier Lifestyle Solution” เพื่อให้ร้านค้าตกแต่งร้านให้ผู้บริโภคสัมผัสและมีประสบการณ์กับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งในหมวดภาพและเสียง การทำตลาดต่อไปจะเน้นให้ประสบการณ์ผ่านกลยุทธ์เอ็กซ์พีเรียนซ์ มาร์เก็ตติ้ง ณจุดขายให้มากขึ้น พร้อมกับสินค้าที่นำเสนอเป็นโซลูชั่นทั้งภาพและเสียง

ทั้งนี้ฟิลิปส์ได้แบ่งกลุ่มสินค้าทั้งในหมวดภาพและเสียง ตามไลฟ์สไตล์ได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่ม Luxury Style เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงสุด เช่น แอลซีดี ทีวี ที่จะใช้เจาะกลุ่มนี้ จะอยู่ในซีรีย์9 ขนาด 42 นิ้วขึ้นไป ระดับราคาตั้งแต่ 9 หมื่นบาทขึ้นไป 2. กลุ่ม Premium Style เป็นกลุ่มผู้บริโภคทำงานมีรายได้และรสนิยมดี ซึ่งผลิตภัณฑ์แอลซีดี ทีวี ที่จะนำมาทำตลาดในกลุ่มดังกล่าว จะอยู่ในซีรีย์7 ระดับราคาตั้งแต่ 3.5 หมื่นบาท ถึง 9 หมื่นบาท และ 3. กลุ่ม Trendy Art คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ เพิ่มเริ่มทำงานและนักศึกษา โดยแอลซีดี ทีวี ที่จะใช้ทำตลาดกลุ่มนี้ จะอยู่ในซีรีย์ TA ตั้งแต่ขนาด 32 นิ้ว ขึ้นไป ระดับราคาตั้งแต่ 2.6 หมื่นบาท ถึง 5-6 หมื่นบาท

อย่างไรก็ตามครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในหมวดภาพและเสียงอีกกว่า 60 รายการ ได้แก่ แอลซีดี ทีวี มี 9 รุ่น ตั้งแต่ขนาด 32-52 นิ้ว ชูเทคโนโลยี Perfect Pixel HD Engine และ LED Ambilight ชูความเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์มากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีความรู้และต้องการสินค้าที่เทคโนโลยีมากขึ้น ส่วนซีอาร์ที ทีวี จะมี 6 รุ่น ขนาด 21-29 นิ้ว หมวดเครื่องเสียง กลุ่มโฮมเธียเตอร์มี 7 รุ่น เครื่องเล่นภาพและเสียงแบบ ดีวีดี ไฮไฟ, ดีวีดี ไมโคร เธียเตอร์ และ ดีวีดี มินิ ไฮไฟ อีก 14 รุ่น และกลุ่มเครื่องเล่นเอ็มพี3 อีก 9 รุ่น

ล่าสุดจากการที่ฟิลิปส์สามารถผลิตโทรทัศน์จอบางระบบ Ambilight ครบ 1 ล้านเครื่องเมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา ฟิลิปส์ได้ผลิต โทรทัศน์ฟิลิปส์ฝังเพชร เครื่องเดียวในโลกขึ้น ด้วยการประดับเพชรน้ำหนักรวมกว่า 225 กะรัต จำนวน 2,250 เม็ด โดยจะมาจัดแสดงที่ประเทศไทย ที่ เซ็นทรัล ชิดลม และ สยามพารากอน ไปจนถึงวันที่ 9 ก.ย.นี้

นายสมชัย กล่าวต่อว่า ครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯจะพยายามรักษาตำแหน่งความเป็นผู้นำ 1 ใน 3 ของแอลซีดี ทีวีให้ได้ พร้อมทั้งตั้งเป้าขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ในกลุ่มสินค้า โฮมเธียเตอร์ และ กลุ่มดีวีดี ไมโคร เธียเตอร์ จากที่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา สามารถขึ้นเป็นผู้นำในกลุ่มดีวีดี ละดีวีดี เรคอเดอร์สำเร็จ พร้อมทั้งก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ของผู้นำหมวด Flat & Slim TV ได้อีกด้วย


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.