ธปท.สั่งสอบทุจริตปล่อยกู้"เพรซิเดนท์"


ผู้จัดการรายวัน(3 สิงหาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

"ไทยธนาคาร"โดนหางเลข กองทุนฟื้นฟูฯสั่งตั้งคณะกรรมการสอบกรณีปล่อยกู้"เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง กรุ๊ป"ขาดจรรยาบรรณในการดำเนินการ เร่งสรุปผลให้ได้ภายใน 30 วัน ยันหากพบผิดปกติต้องมีผู้รับผิดชอบ พร้อมเตรียมให้ตั้งสำรองอีกรอบในไตรมาส 3 ด้านไทยธนาคาร ยันเดินหน้าติดตามแก้ไขปัญหาลูกหนี้อย่างใกล้ชิด

นายสาทร โตโพธิ์ไทย ผู้อำนวยการสำนักกฏหมายและติดตามหนี้ ฝ่ายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)(BT) ได้สั่งให้ฝ่ายบริหารธนาคารตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการปล่อยสินเชื่อให้แก่ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง กรุ๊ป รวมถึงการเข้าลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ในประเด็นของการลงทุนเป็นไปตามกระบวนการพิจารณาหรือขาดจรรยาบรรณในการดำเนินการหรือไม่ โดยกองทุนฟื้นฟูฯได้ให้เวลาคณะกรรมการฯ ดำเนินการตรวจสอบภายใน 30 วัน นับจากวันที่แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ จึงคาดว่าจะรู้ผลตรวจสอบภายในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูฯซึ่งอยู่ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่เอง ก็จะต้องดำเนินการเข้าตรวจสอบด้วยอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อให้เป็นเกิดความชัดเจน และหากพบว่ามีความผิดปกติจะต้องมีผู้รับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวด้วย

นายสาทร กล่าวอีกว่า ในส่วนของหนี้ของบริษัทบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริฯนั้น มีผลทำให้ธนาคารไทยธนาคารจะต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2550 จากก่อนหน้านี้ในไตรมาส 2 ที่ธนาคารได้กันสำรองกรณีดังกล่าวไปแล้วจำนวน 695 ล้านบาท

นอกจากธนาคารไทยธนาคารแล้ว บริษัทเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด มีวงเงินสินเชื่อยู่ในสถาบันการเงินหลายแห่ง โดยในส่วนของธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทเพรซิเดนท์ อะกริฯ มีมูลหนี้หลาย 100 ล้านบาทที่ถูกจัดชั้นเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และทางธนาคารได้ทำการกันสำรองไว้แล้ว แต่จะต้องสำรองเพิ่มหรือไม่ขึ้นอยู่กับการชำระหนี้ของลูกหนี้ในช่วงต่อไป

ขณะที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้อีกรายของกลุ่มเพรซิเดนท์ฯ ระบุว่าบริษัทดังกล่าวเป็นลูกหนี้ที่เป็นปัญหามานาน ซึ่งธนาคารกสิกรไทยเองมีสิทธิที่จะฟ้องคดีได้ เพราะหลักประกันบางส่วนเป็นสต็อกข้าว และได้ดำเนินการในเรื่องของการกันสำรองฯไว้แล้ว

และในส่วนของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กรณีลูกหนี้กลุ่มเพรซิเดนท์ฯนั้น เป็นหนี้เก่าที่มีมูลหนี้กว่า 1,000 ล้านบาท แต่ในส่วนของธนาคารได้รับความเสียหายไม่มาก เพราะมีโกดัง ไซโล และสต็อกข้าวบางส่วนเป็นหลักประกัน ด้านฝ่ายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. ได้ปฏิเสธข่าวที่ว่า ธปท.ได้สั่งให้ธนาคารพาณิชย์จัดชั้นลูกหนี้รายได้หรือจับตามองพิเศษกรณีของบริษัทเพรสซิเด้นส์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด บริษัทคิงพาวเวอร์ จำกัด บริษัทแคปปิตอล โอเค จำกัด หรือบริษัทชิน แซลเทิลไลท์ จำกัด (มหาชน) โดยเป็นการดำเนินการตามความเห็นของธนาคารแต่ละแห่งที่สอบถามมายังธปท.เอง แต่อย่างไรก็ตาม ธปท.จะดำเนินตรวจสอบการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ต่อไป และหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ายังมีลูกหนี้ที่มีฐานะอ่อนแอ หรือต้องจับตาเป็นพิเศษเพิ่มอีก ก็จะมีการสั่งให้ธนาคารพาณิชย์กันสำรองเพิ่มอีก

ไทยธนาคารยืนยันเดินหน้าติดตามแก้ไขปัญหาลูกหนี้อย่างใกล้ชิด

นายฐาภพ คลี่สุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร ไทย ธนาคาร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาลูกหนี้กลุ่มเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง กรุ๊ป ซึ่งมีวงเงินกับธนาคารในประเทศและต่างประเทศรวมถึงธนาคารรัฐทุกแห่ง รวม 9 แห่ง ประมาณ 12,000 ล้านบาทว่า ขณะนี้ธนาคารได้ติดตามถึงความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารได้ทำการยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นธนาคารแห่งแรกที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว นอกเหนือจากนี้ ทางไทยธนาคารยังได้ยื่นฟ้องคดีเช็คต่อศาล และดำเนินการเพื่อฟ้องร้องในทางแพ่งต่อบริษัทฯควบคู่กันไปด้วย

สำหรับลูกหนี้กลุ่มเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง กรุ๊ป ได้ใช้วงเงินกับธนาคารมาตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งขณะนั้นถือเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก โดยมีกลุ่มสหพัฒน์ฯ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และมีผลการดำเนินงานที่เติบโตมาโดยตลอด จนในปี 2548 ได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งในส่วนของไทยธนาคารมิได้นิ่งนอนใจ ได้มีการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยได้ทยอยลดวงเงินการให้สินเชื่อแก่บริษัทฯ มาอย่างต่อเนื่อง จนเหลือรวม 1,760 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2550 ซึ่งแบ่งเป็นสินเชื่อ Cash ประมาณ 1,300 ล้านบาท ที่เหลือเป็นภาระค้ำประกัน ซึ่งปัจจุบันเนื่องจากลูกหนี้เริ่มค้างชำระ 1 เดือน เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มธนาคารจึงได้แต่งตั้งให้บริษัทเคพีเอ็มจี ภูมิชัย ที่ปรึกษาธุรกิจ เข้าตรวจสอบสินทรัพย์ และได้ข้อสรุปว่าธนาคารอาจจะไม่ได้รับการชำระหนี้บางส่วน ไทยธนาคารจึงได้ทำการตั้งสำรองจำนวน 695 ล้านบาท และพร้อมจะทำการตั้งสำรองเพิ่มเติมในครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ ในเรื่องดังกล่าว ที่ผ่านมาคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของธนาคารก็ได้มีการหารือเพื่อแก้ไขปัญหามาเป็นระยะ นอกจากนี้ทางธนาคารก็ได้รายงานต่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ระดับสูง ฝ่ายกำกับและตรวจสอบของธปท. รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ในระยะแรกที่ธนาคารทราบถึงปัญหา

ส่วนในกรณีที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ได้มีความประสงค์ที่จะให้คณะกรรมการของไทย ธนาคารแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อดูแลและตรวจสอบนั้น ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว โดยจะนำผลที่ได้ดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่ในระยะแรกถึงปัจจุบันเข้ามาประกอบในการดำเนินการด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับการติดตามและแก้ไขปัญหาลูกหนี้กลุ่มเพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง กรุ๊ป นั้น ธนาคารถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องรับผิดชอบและดูแลแก้ไขด้วยความใกล้ชิด รอบคอบ และระมัดระวังเป็นพิเศษ

อนึ่ง สำหรับการตั้งสำรองค่าเผื่อการด้อยค่าในเงินลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภท CDO ชื่อ Coriolanus Series 39 จำนวน 276 ล้านบาทนั้น เป็นการตั้งสำรองเผื่อไว้ถึงแม้ว่าการลงทุนดังกล่าวยังมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ระดับการลงทุน (BBB-) อยู่ และยังไม่มีการผิดนัดชำระหนี้ของตราสาร RMBS ใน CDO นั้นแต่อย่างใด


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.