|

ทิสโก้ฟุ้งไตรมาส2กำไรพุ่ง 437 ล.
ผู้จัดการรายวัน(11 มิถุนายน 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
ธ.ทิสโก้ ประเดิมแจ้งผลประกอบการไตรมาส2 เป็นแบงก์แรก โชว์กำไรสุทธิพุ่ง 437.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 86.62 ล้านบาท โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากธุรกิจเช่าซื้อ และการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกสวนทางมีกำไรสุทธิ 793.63 ล้านบาท ซึ่งลดลง 101.54 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล กรรมการและรองกรรมการอำนวยการธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการของธนาคารและบริษัทย่อยประจำไตรมาส2 ปี 2550 ว่าธนาคารมีผลกำไรสุทธิ 437.79 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.54 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 351.17 ล้านบาท และกำไรสุทธิต่อหุ้นที่ 0.42 บาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 86.62 ล้านบาท หรือร้อยละ 24.7 โดยสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลร้อยละ 32.6 จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจเช่าซื้อ และการเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 3.2 เป็นร้อยละ 3.4 ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.2ขณะเดียวกันรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 50.2 จากธุรกิจประกันชีวิตธนกิจธุรกิจจัดการกองทุน และธุรกิจวาณิชธนกิจส่งผลให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.1
สำหรับผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกของปี 2550 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 793.63 ล้านบาท ลดลง 101.54 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.3เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 895.17 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุนและรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เนื่องจากภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่ซบเซาในครึ่งปีแรกของปี 2550 ซึ่งแตกต่างอย่างมากกับภาวะตลาดที่คึกคัก ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมกำไรจากเงินลงทุน รายได้รวม(ซึ่งรวมถึง รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ลดลงถึงร้อยละ 15.2ตามภาวะตลาด)ของธนาคารและบริษัทย่อย ยังคงเพิ่มขึ้น 102.69 ล้านบาท หรือร้อยละ4.3กำไรต่อหุ้นปรับลด(Diluted earnings per share) สำหรับงวดไตรมาส 2 และ งวด 6 เดือนแรกของปี 2550 เท่ากับ 0.54 บาท และ 0.96 บาท ตามลำดับ เทียบกับกำไรต่อหุ้นปรับลดจำนวน 0.42 บาทและ 1.10 บาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ยของไตรมาส 2 ปี 2550 เท่ากับร้อยละ 14.2 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.0
ด้านรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิมีจำนวน 884.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 183.68 ล้านบาท(ร้อยละ 26.2)เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลเพิ่มขึ้นจำนวน 462.81 ล้านบาท (ร้อยละ 32.6)และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจำนวน279.13 ล้านบาท (ร้อยละ 38.8) จากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากจำนวน 49.90 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.4 และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นจำนวน 223.21 ล้านบาท หรือร้อยละ 617.6 ทั้งนี้ อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลเล็กน้อย เนื่องจากธนาคารอยู่ในช่วงของการขยายฐานเงินฝากเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเมื่อพิจารณาในช่วงไตรมาส 2 ปี 2550 เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2550อัตราดอกเบี้ยตลาดโดยรวมลดลง เป็นผลให้อัตราดอกเบี้ยจ่ายโดยเฉลี่ยลดลงจากร้อยละ 4.7 เป็น ร้อยละ 4.5 ตามภาวะตลาด หากแต่ธนาคารสามารถรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยรับ โดยการปรับสัดส่วนการให้เช่าซื้อรถมือสองมากขึ้น เป็นผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของเงินให้สินเชื่อปรับตัวสูงขึ้นจากร้อยละ 3.2 เป็นร้อยละ 3.4ธนาคารและบริษัทย่อยมีรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิหลังหักหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 852.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140.31 ล้านบาท หรือร้อยละ 19.7 โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีรายการหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจำนวน32.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.37 ล้านบาท สัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลสุทธิต่อรายได้รวมคิดเป็นร้อยละ 63.4 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ร้อยละ 60.6รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในไตรมาสนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย จำนวน 510.67 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน จำนวน 55.16 ล้านบาท (ร้อยละ 12.1)โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากประกันชีวิตธนกิจธุรกิจจัดการกองทุน และธุรกิจวาณิชธนกิจ จำนวน 95.69 ล้านบาท (ร้อยละ 50.2)จาก 190.81 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2549 เป็น 286.50 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ประกอบกับกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น 20.09 ล้านบาท(ร้อยละ 120.7) จาก 16.66 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2549 เป็น 36.75ล้านบาทในไตรมาสนี้
ทั้งนี้ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ มีจำนวน 766.23 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันในปีที่แล้วจำนวน 73.45 ล้านบาท (ร้อยละ 10.6)เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานซึ่งผันแปรตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารสถานที่และอุปกรณ์ จากการลงทุนในการเปิดสาขาธนาคาร ภาษีเงินได้นิติบุคคลธนาคารและบริษัทย่อยมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับไตรมาส 2 ปี 2550จำนวน 159.36 ล้านบาทคิดเป็นอัตราภาษีร้อยละ 26.7ฐานะการเงินของธนาคารและบริษัทย่อย
ส่วนสินทรัพย์รวมของธนาคารและบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550มีจำนวน 103,949.16 ล้านบาท ลดลง 1,141.60 ล้านบาท (ร้อยละ 1.1)เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 เนื่องจากการลดลงของรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินจำนวน 1,219.40 ล้านบาท(ร้อยละ 38.8)และหลักทรัพย์ซื้อโดยมีสัญญาขายคืนจำนวน 2,420.00 ล้านบาท (ร้อยละ 16.1)หนี้สิน
นอกจากนี้หนี้สินรวมของธนาคารและบริษัทย่อย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2550 มีจำนวน92,243.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.94 ล้านบาท (ร้อยละ 0.2) โดยธนาคารได้ออกหุ้นกู้ระยะยาวอายุ 3 ปี จำนวน 3,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.75 และ หุ้นกู้ระยะยาวอายุ 5 ปี จำนวน1,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.04 เพื่อมาทดแทนหุ้นกู้ระยะยาวอายุ 5 ปี จำนวน 4,800 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 4.45ซึ่งจะครบกำหนดไถ่ถอนในครึ่งหลังของปี 2550
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|