|

รับเหมาแห่ขุดทองตะวันออกกลาง"ทีอาร์ซี"ควานหาพันธมิตรบุกนอก
ผู้จัดการรายวัน(4 กรกฎาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
บริษัททีอาร์ซีฯตะลุยเข้าไปรับงานก่อสร้างในแถบตะวันออกกลาง เล็งหาพันธมิตรจากไทยและต่างประเทศร่วมลงทุน หวังกระจายความเสี่ยง ลั่นโครงการภารรัฐฯหดตัวไม่กระทบ เหตุรายได้หลักหลัก 80% มาจากภาคเอกชน ระบุปีนี้เติบโตได้ 30% หลังมีตัวช่วยจากการบริษัทสหการวิศวกรฯที่เข้าไปเทกโอเวอร์มา
นางไพจริตร รัตนานนท์ ประธานกรรมการ บริษัททีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRC เปิดเผยว่า ในครึ่งปีหลังนี้บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปลงทุนในแถบตะวันออกกลาง เช่น ประเทศการ์ต้าและสหรัฐอาหรับเอมิเรต ซึ่งขณะนี้กำลังนี้อยู่ระหว่างการเจรจาว่าจะเข้าไปร่วมลงทุนกับพันธมิตรในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ส่วนจะทราบความชัดเจนเมื่อไหร่นั้นขณะนี้ตนยังไม่สามารถที่จะให้คำตอบชัดเจนในตอนนี้ เพราะว่าการที่เข้าไปลงทุนในต่างประเทศนั้นค่อนข้างที่จะมีความเสี่ยงพอสมควร ดังนั้นทางบริษัทจึงต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาและศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ
“ตอนนี้เราได้วางแผนงานว่า จะเข้าไปรับงานขนาดใหญ่ที่ประเทศตะวันออกกลาง เช่นที่ประเทศการ์ต้าและสหรัฐอาหรับเอมิเรต สาเหตุที่เข้าไป เพราะการ์ต้านั้นยังมีงานใหญ่ ๆ ที่ยังต้องขยายอยู่อีกมาก ส่วนจะเข้าไปรับงานได้เมื่อไหร่นั้นตอนนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ เพราะว่าเรากำลังเจรจากับทางพันธมิตร ทั้งในประเทศและต่างประเทศอยู่หลายรายเหมือนกัน” นางไพจิตรกล่าว
ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีแผนที่จะเข้าประมูลงานเพิ่มใหม่เพิ่มอีกประมาณ 2-3 โครงการ ซึ่งงานเตรียมยื่นประมูลนั้นเป็นงานการเดินท่อก๊าซกับบริษัทเอกชน ทั้งนี้ คาดว่าจะทราบผลการประมูลโครงการดังกล่าวภายใน 2 เดือนข้างหน้า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าโครงการที่รอรู้รายได้ (Backlog) อยู่ประมาณ 1,100 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงานเดินสายท่อก๊าซประมาณ 600 ล้านบาท งานธุรกิจท่อน้ำซึ่งได้รับจากกรมชลประทานมูลค่าประมาณ 140 ล้านบาทอีกทั้งยังมีงานจากบริษัทลูกของบริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด (มหาชน) หรือ SCC อีก 350 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ได้เลยในปีนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ บริษัทยังมี Backlog จากบริษัทสหการวิศวกร จำกัด หรือ SWK หลังจากที่บริษัทได้เข้าไปเทกโอเวอร์มาอีกประมาณ 800-900 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามารับรู้รายได้ในครึ่งปีหลัง
นางไพจิตร กล่าวต่อว่า สำหรับแนวโน้มรายได้ในไตรมาส 2/2550 คาดว่ารายได้ก็น่าจะใกล้เคียงกับไตรมาส 1/2550 ที่มีรายได้อยู่ที่ 194.37 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มรายได้ในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ คาดว่ารายได้น่าจะออกมาดีกว่าครึ่งปีแรกอย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากบริษัทสหการวิศวกร เข้ามาเป็นตัวเสริม ดังนั้นบริษัทจึงได้ตั้งเป้าอัตราการเติบโตปีนี้เพิ่มประมาณ 30% หรือมีรายได้อยู่ที่ 900-1,000 ล้านบาท จากปี 2549 ที่มีรายได้อยู่ที่ 736.87 ล้านบาท
“ทางบริษัทมั่นใจว่า รายได้ในปีนี้จะเติบโตจากปีก่อนประมาณ 30% สาเหตุก็เป็นผลมาจากงานบริษัทสหการวิศวกรฯเข้ามาเป็นตัวเสริม ทำให้สามารถขยายการรับงานต่อยอดธุรกิจในรูปแบบอื่นๆ ได้ นอกเหนือจากงานระบบท่อก๊าซและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและท่อน้ำ เนื่องจากบริษัทสหการวิศวกรฯนั้น มีความชำนาญในธุรกิจก่อสร้างซึ่งก็ส่งผลทำให้เราสามารถทำงานได้ครอบคลุมมากกว่าเดิมด้วย นอกจากนี้ในส่วนของสหการวิศวกร ก็ยังมี Backlog ที่รอรับรู้รายได้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก”นางไพจิตรกล่าว
นางไพจิตร กล่าวยืนยัน บริษัทได้รับผลกระทบไม่มากจากงานโครงการของภาครัฐที่ชะลอตัวลง เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนงานภาครัฐบาลเพียงแค่ 20% เท่านั้น ส่วนอีก 80% ที่เหลือจะมาจากงานที่รับจากภาคเอกชน โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มบริษัทปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ซึ่งทางกลุ่ม PTT นั้นเข้าค่อนข้างที่จะมีงบประมาณและมีแพลนงานที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่างบประมาณของภาครัฐจะเบิกจ่ายรวดเร็วหรือล่าช้าก็จะไม่กระทบกับการขยายงานของบริษัทเหล่านี้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|