|

ทิสโก้มั่นใจสิ้นปีสินเชื่อแตะเป้า17%
ผู้จัดการรายวัน(3 กรกฎาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
ธนาคารทิสโก้จับมือไปรษณีย์ไทย เปิดบริการรับฝากเงินเข้าบัญชีลูกค้า เพิ่มช่องทางและเครือข่ายให้บริการมากขึ้นทันทีกว่า 1,000 แห่ง จากเดิมที่มีสาขาเพียง 23 แห่ง เล็งเปิดสาขาบริการครบวงจรให้ถึง 30 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ระบุยอดสินเชื่อเช่าซื้อโตต่อเนื่อง ทั้งปีวางเป้า 17 %ประมาณ 1.5 หมื่นล้าน จากพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด 7 หมื่นล้านบาท โดยยอด 5 เดือนสินเชื่อโตกว่า 7- 8 % คาดทั้งปีรายได้ทั้งกลุ่มไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท เชื่อหลังเลือกตั้งเศรษฐกิจจะดีขึ้น ความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะกลับมา
นายปลิว มังกรกนก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทิสโก้ จำกัด(มหาชน)เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย เพื่อให้บริการรับฝากเงินเข้าบัญชีลูกค้า โดยลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร สามารถฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคารได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่ง ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งในการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ซึ่งการให้บริการดังกล่าวถือว่าเป็นธุรกรรมครั้งแรกของประเทศไทย ส่งผลให้ธนาคารเพิ่มเครือข่ายให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นทันทีกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ จากเดิมที่มีสาขาธนาคารอยู่ประมาณ 23 แห่ง และมีนโยบายที่จะเพิ่มขึ้นภายในสิ้นปีนี้เป็น 3 แห่ง ที่ให้บริการกับลูกค้าเต็มรูปแบบ
ความร่วมมือดังกล่าวนอจากจะเพิ่มชองทางและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าแล้ว ธนาคารยังสามารถบริหารต้นทุนของการเปิดสาขาได้เป็นอย่างดี ซึ่งนโยบายการเปิดสาขา จะพิจารณาตามกลุ่มลูกค้า และเน้นในทุกๆจังหวัดใหญ่ รวมทั้งในกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องเปิดครบ 4 มุมเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการและให้บริการลูกค้าอย่างทั่วถึง ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของธนาคารจะเป็นกลุ่มเช่า-ซื้อ โดยมีสัดส่วนมากถึง 70 % รายใหญ่ 20-30 % ที่เหลือจะเป็นกลุ่มรายย่อยเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ จากอดีตที่ผ่านมา ลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่ของธนาคารมีมากถึง 70 %
สำหรับแผนธุรกิจ ธนาคารยังคงมีสินเชื่อส่วนใหญ่เป็น เช่า-ซื้อ ซึ่งจากพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดประมาณ 70,000 ล้านบาทเกือบ 100 %เป็นสินเชื่อเช่า-ซื้อ และในปีนี้มีเป้าหมายที่ขยายสินเชื่อประมาร 17 % ของพอร์ตทั้งหมด หรือประมาร 15,000 ล้านบาท จากตัวเลข 5 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อเติบโต 7-8 % ถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่น่าพอใจ ซึ่งในปีนี้ธนาคารจะยังคงเน้นให้บริการสินเชื่อเช่าซื้ออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสินเชื่อรายใหญ่ที่เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะมีการเติบโตขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังยังคงมีการขยายตัว ทั้งปีจีดีพีจะเติบโต 3-4 %
ทั้งภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก รวมทั้งด้านการลงทุน ที่ส่วนใหญ่ขณะนี้มีกำลังการผลิตที่เต็มหมดแล้ว จึงมีแนวโน้มต้องขยายกำลังการผลิต และต้องมีการลงทุน เพียงแต่ยังคงรอดูสถานการณ์และจังหวะระยะหนึ่ง เพราะยังไม่มีความมั่นใจสถานการณ์ทางการเมือง คาดว่าหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น จัดการรัฐบาลเชื่อว่าความมั่นใจของนักลงทุนน่าจะกลับมา มีการลงทุนเพิ่มขึ้นแน่นอน
อย่างไรก็ตามในส่วนผลประกอบการของกลุ่มทิสโก้ ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง จากรายได้ปีที่แล้วทั้งกลุ่มประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท และในปีนี้จะจะเติบโตได้เท่าหรือมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเป็นรายได้จากอัตราดอกเบี้ยประมาณ 60% เป็นรายได้จากค่าธรรมเนียม 40 % ซึ่งหากเป็นช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจดี ตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้น รายได้จากค่าธรรมเนียมของกลุ่มก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อาจจะเป็น 50%หรือเพิ่มขึ้นเป็น 55 % ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|