|

นครหลวงไทยปลื้มกำไรพอร์ตขยับเป็น6.5%
ผู้จัดการรายวัน(29 มิถุนายน 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
บล.นครหลวงไทย ปลื้ม 6 เดือนแรก กำไรพอร์ตลงทุน 6.5% จากมูลค่าพอร์ต 2 พันล้านบาท สูงกว่าทั้งปี 49 ที่มี 4.5% เหตุชิงขายบอนด์ระยะสั้นเกลี้ยงก่อนอัตราผลตอบแทนดิ่ง ได้ผลตอบแทนลงทุนหุ้นกว่า 17% บวกกับปล่อยมาร์จิ้นโลนมากขึ้น ขณะที่ครึ่งปีหลัง เล็งเพิ่มพอร์ตปล่อยมาร์จิ้นโลนเป็น 700 ล้านบาท ผู้บริหาร เผยรายได้พอร์ตลงทุนคิดเป็น 50%ของรายได้รวม
นายสาธิต วรรณศิลปิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นครหลวงไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน 6.5% จากพอร์ตการลงทุนที่มี 2,000 ล้านบาท ซึ่งมากว่าทั้งปี 2549 ที่มีผลตอบแทน 4.5% เนื่องจากบริษัทได้มีการขายตราสารหนี้ระยะสั้นออกมาทั้งหมดจำนวน 400 ล้านบาท ก่อนที่ผลตอบแทนตราสารหนี้จะมีการปรับตัวลดลง และต้นทุนที่บริษัทได้มีการเข้าไปลงทุนนั้นมีระดับที่ต่ำ ขณะที่การลงทุนในหุ้นจำนวน 100 ล้านบาท ได้รับเงินปันผล 9%
ทั้งนี้ เมื่อรวมกับกำไรจากการยกเว้นภาษีจากซื้อขายหลักทรัพย์ (แคปปิตอลเกน) ทำให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นรวม 17% รวมถึงการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิ้นโลน) มากขึ้นเพิ่มเป็น 500 ล้านบาท จากสิ้นปี 2549 ที่มี 200 ล้านบาท และได้รับผลตอบแทนจากในอัตราที่ดี ซึ่งพอร์ตการลงทุนของบริษัทที่มี 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนในตราสารหนี้กว่า 1 พันล้านบาท ปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิ้นโลน) 500 ล้านบาท ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้จำนวน 200 ล้านบาท ลงทุนในหุ้นจำนวน 100 ล้านบาท
"การที่ครึ่งปีแรกนี้บริษัทได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนมากถึง 6.5% จากทั้งปี49 ที่มี 4.5% เนื่องจาก พอร์ตการลงทุนหุ้นให้ผลตอบแทนที่ดี และการลงทุนในตราสารหนี้นั้นบริษัทมีต้นทุนที่ต่ำ และบริษัทได้มีการขายตราสารหนี้ระยะสั้นออกมาหมดก่อนที่ยิวจะมีการปรับตัวลดลง รวมถึงบริษัทมีการปล่อยมาร์จิ้นโลนได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้านบาท จากสิ้นปีที่มี 200 ล้านบาท" นายสาธิต
สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนที่จะมีการปรับพอร์ตการลงทุน ซึ่งจะเพิ่มการปล่อยมาร์จิ้นโลนเป็น 700 ล้านบาท เพราะได้รับผลตอบแทนที่ดีและบริษัทมั่นใจในด้านการควบคุมภายในของบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี โดยคาดว่าผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังจะดีเหมือนกับในช่วงครึ่งปีแรกนี้
ส่วนเรื่องการไปลงทุนในต่างประเทศนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดเรื่องการลงทุน และตอนนี้ผลตอบแทนจากการลงทุนในประเทศก็ยังให้ผลตอบแทนที่ดี ซึ่งหากบริษัทจะไปลงทุนในต่างประเทศก็อาจจะลงทุนผ่านกองทุนเพื่อลงทุนในต่างประเทศ (FIF)
นายสาธิต กล่าวว่า สำหรับรายได้จากพอร์ตการลงทุนของบริษัทขณะนี้คิดเป็น 50% ของรายได้รวม แต่บริษัทเชื่อว่ารายได้จากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวขึ้น จากที่ส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์)ของบริษัทมีการเพิ่มขึ้น2 เท่า จาก 0.4% เพิ่มขึ้นเป็น 0.9% ในช่วงครึ่งปีแรก โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีมาร์เกตแชร์1% จากที่บริษัทจะมีการเจาะ กลุ่มลูกค้าใหม่โดยจะเน้นลูกค้าที่เป็นฐานลูกค้าจากธนาคาร เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีเงินออมพร้อมที่จะลงทุน การอำนวยความสะดวกด้วยการสร้างความพร้อมในการให้บริการจึงถือว่าเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนที่ต้องการออมด้วยวิธีที่หลากหลาย
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|