|

พิษเศรษฐกิจไม่ระคายแพนฯ เล็งแตกไลน์จับสาวกลัวแดด
ผู้จัดการรายวัน(28 มิถุนายน 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
แพน ราชเทวี กรุ๊ป ชี้พิษเศรษฐกิจไม่กระทบตลาดสกินแคร์ 1.2 หมื่นล้านบาท ลั่นปีนี้ยังโต 10% รุกปั้นไมนัส-ซันลุยตลาดกันแดดเต็มสูบ หลังชิมลางตลาดร่วม 5 ปี เล็งแตกไลน์โปรดักส์จากหน้าสู่บอดี้ ซันแทน ล่าสุดเปิดตัวสูตรเอสพีเอฟ 60 เสริมทัพ มั่นใจสิ้นปีโกยแชร์เพิ่มจาก 8% เป็น 12% รายได้รวมโต 10% โกย 2,100 ล้านบาท
นายสุธีร์ รัตนนาคินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศหดตัวลง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ทางการเมือง ส่งให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง แต่สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมูลค่า 12,000ล้านบาท ปีนี้ยังคงมีอัตราการเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาการเติบโต 15% เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง เมื่อเทียบกับสินค้ากลุ่มอื่นๆ อาทิ เสื้อผ้า การท่องเที่ยว ตลาดดังกล่าวมีอัตราการเติบโตที่น้อยลง สำหรับผลประกอบการของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสองคาดว่าจะได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก ส่วนทั้งปีตั้งเป้ารายได้ 2,100ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 10% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,900ล้านบาท
“เศรษฐกิจปีนี้ไม่ได้เลวร้ายมากนักเมื่อเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ซึ่งเป็นจุดที่ให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ว่าอย่าทำธุรกิจที่เกินตัว และสามารถนำมาปรับใช้กับเศรษฐกิจปีนี้ สำหรับบริษัทในปีนี้มุ่งเน้นการบริหารต้นทุน และมุ่งเน้นการเติบโตจากต่างประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าในไตรมาสที่สี่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะมีสัญญาณที่ดีขึ้น ”
ล่าสุดรุกปั้นแบรนด์ไมนัส – ซัน ผลิตภัณฑ์กันแดดที่วางตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกันแดด ซึ่งเป็น 1 ใน 11 แบรนด์ที่มีศักยภาพในการทำตลาด ภายใต้การใช้งบ 25-35 ล้านบาท โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์กันแดดเอสพีเอฟ 60 พร้อมกันนี้ยังได้วางแผนขยายไลน์โปรดักส์จากใบหน้ามาสู่ร่างกาย ภายใต้รูปแบบสเปรย์ เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้เล่นกีฬากลางแจ้ง ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ ส่วนต้นปีเปิดตัวซันแทน เจาะกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยว โดยคาดว่าการเปิดตัวดังกล่าวจะส่งผลให้ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดดสิ้นปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามียอดขาย 35ล้านบาท และมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นจาก 8% เพิ่มเป็น 12%
แนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดมูลค่าไม่เกิน 1,200 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตที่ดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสภาพอากาศประเทศไทยที่เอื้ออำนวย ประกอบกับภาวะโลกร้อนส่งผลทำให้แสงแดดแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเริ่มมีอายุน้อยลงจากวัยทำงานสู่วัยรุ่นมากขึ้น สำหรับภาวะตลาดปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 15-25% โดยปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับหน้ามีสัดส่วน 43% หรือคิดเป็นมูลค่า 447 ล้านบาท มีการเติบโต 30% ร่างกาย 46% หรือราวมูลค่า 484 ล้านบาท โต 11-15% และซันแทนอีก 11% โตไม่เกิน 11%
“ผลิตภัณฑ์กันแดดในอนาคตมีอัตราการเติบโตมากกว่าตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวโดยรวม อย่างไรก็ตาม เทรนด์ของผลิตภัณฑ์จะต้องเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้บริโภคมากกว่าเป็นจะผลิตภัณฑ์กันแดดเพียงอย่างเดียว”
นอกจากนี้บริษัทยังได้วางแผนขยายตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์กันแดดไมนัส-ซันในเชิงรุกมากขึ้น ผ่านตัวแทนจำหน่าย หลังจากที่เริ่มส่งออกไปตลาดต่างประเทศเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งในอเมริกาและละตินอเมริกา โดยปีนี้ขยายตลาดเอเชีย เช่น เวียดนาม และตะวันออกกลาง โดยปัจจุบันยอดขายไมนัส-ซันภายในประเทศคิดเป็น 60% ส่วนต่างประเทศ 40%
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|