ช้างทุ่มCSRแต่งหน้าเข้าตลาด


ผู้จัดการรายวัน(27 มิถุนายน 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

ไทยเบฟฯ ลั่นรอความชัดเจน พ.ร.บ.ควบคุมน้ำเมา 24 ชั่วโมงและประกาศอย่างเป็นทางการก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังปีนี้เจอพิษกฎเหล็ก ติดเบรกแผนการตลาดปั้นเบียร์พรีเมียมลงตลาดไตรมาสสาม ยันเจตนารมย์เดิมต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ล่าสุดออกตัวลุยทำกิจกรรมเพื่อสังคมเต็มสูบ ตั้งแผนกดูแลโดยเฉพาะ ยันไม่ได้สร้างภาพลักษณ์ก่อนเข้าตลาดฯ เท 30 ล้านบาท ปรับภาพยนตร์โฆษณาเชิงคอร์ปเรท อิมเมจแทน ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกทรงตัว

นายเกษมสันต์ วีระกุล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง อาชา เปิดเผยถึงการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า สำหรับบริษัทยังคงยืนยันเจตนารมย์เดิมตั้งแต่แรก ในฐานะที่เป็นบริษัทของคนไทยต้องการที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ขณะนี้คงต้องรอความชัดเจนของพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนในการพิจารณาอีก 2 ขั้นตอน ได้แก่ คณะกรรมาธิการและสภาฯ แม้ว่าขณะนี้จะผ่านกระบวนการพิจารณาจากอนุกรรมาธิการมีมติไม่เห็นด้วยกับการห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โฆษณา 24 ชั่วโมงไปแล้วก็ตาม และนอกจากรอให้ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวแล้ว คงต้องรอความพร้อมของสังคมไทยด้วย สำหรับบริษัทไทยเบฟฯ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 2.9 หมื่นล้านบาท และหากเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะทำให้ตลาดฯมีมาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้การนำหลักทรัพย์มาเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเบื้องต้นสามารถทำได้ 3 วิธีหลัก ได้แก่ การแบ่งหุ้งสิงคโปร์เข้ามาเทรดในตลาด การออกหุ้นใหม่ และนำหุ้นเดิมที่ยังไม่มีเจ้าของจากสิงคโปร์มากระจาย ซึ่งขณะนี้ทางบอร์ดยังไม่ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับการเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่อย่างใด ส่วนกระแสข่าวบอร์ดสิงค์โปร์ทั้ง 3 คน ไม่เห็นด้วยกับการเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่เป็นความจริง ขณะที่การเข้าตลาดหลักทรัพย์ทั้งสองแห่ง คงต้องนำโมเดลการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของดีแทค ซึ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์สิงค์โปร์และประเทศไทยมาศึกษา

"ไม่ว่าพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นไปตามทิศทางใด บริษัทพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายที่ภาครัฐวางไว้ ส่วนแนวทางการออกพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้กระทบต่อหุ้นสิงคโปร์ เพราะเป็นกติกาที่ผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเทศไทยต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยปัจจุบันหุ้นไทยเบฟในสิงคโปร์ยังคงติดอันดับทอปเท็นในตลาด ซึ่งทุกวันนี้จำนวนโวลุ่มของหุ้นไทยเบฟฯมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผลที่ให้กับคนในประเทศสิงคโปร์"

ยันไม่ได้ทำซีเอสอาร์ก่อนเข้าตลาดฯ

นายเกษมสันต์ กล่าวว่า จากนี้ไปทางบริษัทจะให้ความสำคัญนำเสนอการทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ“ ซีเอสอาร์” (CSR - Corperate Social Responsibility) ผ่านสื่อในวงกว้างขึ้น แต่ไม่ได้เป็นเพราะบริษัทจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แล้วต้องการสร้างภาพลักษณ์หรือแต่งตัวให้กับบริษัท เนื่องจากบริษัทได้ตั้งแผนกรับผิดชอบออกมาอย่างเป็นทางการ ประกอบกับแนวทางการควบคุมโฆษณาที่ห้ามการนำเสนอโฆษณาตัวสินค้า จึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการโฆษณาใหม่ สำหรับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมบริษัทได้สนับสนุน 4 ด้านหลัก ได้แก่ สังคม กีฬา สาธารณสุข และด้านศิลปวัฒนธรรม ภายใต้การใช้งบปีละ 200-300 ล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2546 กระทั่งปัจจุบันบริษัทใช้งบไปกว่า 1,000 ล้านบาท

นายสมชัย สุทธิกุลพานิช รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายการตลาด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ช้างเบียร์อาชา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ทุ่มงบ 30 ล้านบาท เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาใหม่ ซึ่งได้เปลี่ยนแนวทางการทำโฆษณาเบียร์ช้างใหม่ มาเป็นในลักษณะของการโฆษณาคอร์ปเรท อิมเมจ แทน โดยนำเรื่องราวของกิจกรรมการตลาดของเบียร์ช้าง มารวมไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบ 2ปี ที่ไม่มีโฆษณาชุดใหม่ออกมา เนื่องจากมีการประกาศห้ามทำโฆษณาในเชิงส่งเสริมการขาย ผ่านสื่อ

"โฆษณาชุดใหม่ไม่มีโลโก้เบียร์ช้าง แต่เชื่อว่าคนที่ดูจะยังคงนึกถึงแบรนด์เบียร์ช้าง เพราะเนื้อหาโฆษณามีกิจกรรมหลักๆอย่าง การแจกผ้าห่ม ซึ่งทำมานานถึง 11 ปี และปีนี้เป็นปีที่ 12 รวมถึงบทเพลงที่มีแอ๊ด คาราบาว เป็นคนร้อง ทำให้คนยังคนนึกถึง

ส่วนการที่คณะอนุกรรมการพิจารณาพ.ร.บ.คุมเหล้าเลิกแบนโฆษณา 24 ชั่วโมง แต่เปลี่ยนมาเป็นให้โฆษณาหลัง4 ทุ่มอนุญาติให้โฆษณาเห็นโลโก้ได้ไม่เกิน 5 วินาที และหลังตี 2 นั้น คงเห็นด้วย เพราะยังดีกว่าที่จะแบนโฆษณาตลอด24 ชั่วโมง เพราะอย่างน้อยช่วยรีมายแบรนด์ ได้บ้าง"

ติดเบรกเบียร์พรีเมียมตัวใหม่

นายสมชัย กล่าวว่าแนวทางการออกเบียร์พรีเมียมลงสู่ตลาดในไตรมาสสาม รวมถึงแผนการทำตลาด ขณะนี้ต้องชะลอไว้ก่อนจนกว่าพ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีความชัดเจนและประกาศใช้ออกมาอย่างเป็นทางการ ประกอบกับภาพรวมของตลาดเบียร์มูลค่า 8.2หมื่นล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกมีภาวะทรงตัว

ขณะที่ตลาดเบียร์พรีเมียมตกลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สถานการณ์ทางการเมือง ผู้บริโภคจึงเที่ยวนอกบ้านในจำนวนที่น้อยลง ส่งผลกระทบต่อตลาดเบียร์พรีเมียมมากกว่าเบียร์ในตลาดล่าง

ส่วนการนำกลยุทธ์ราคามาใช้กับเบียร์อาชาจำหน่าย 5 ขวด 100 บาท เพราะการตัดสินใจซื้อในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจหดตัว ผู้บริโภคจะคำนึงถึงปัจจัยราคาเป็นหลัก กลยุทธ์ดังกล่าวส่งผลให้เบียร์อาชาที่เปิดตัวลงสู่ตลาดมากว่า 3 ปี มีส่วนแบ่ง 10% สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของบริษัทอยู่ในภาวะที่ทรงตัว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.