ปั๊มน้ำมันไร้สารตะกั่วที่ภูเก็ตเบื้องหลัง ปตท. เฉือนเชลล์ได้อีกครั้ง


นิตยสารผู้จัดการ( กรกฎาคม 2534)



กลับสู่หน้าหลัก

หลักจากที่มีการเปิดขายน้ำมันเบนซินไร้ สารตะกั่วขึ้นอย่างแพร่หลายในกรุงเทพโดยมีการปีโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) เป็นคนชูธงเปิดขายเป็นรายแรกจจึงให้เชลล์ที่จะเป็นผู้นำต้องกลายมาเป็นผู้ตามแล้ว "ภูเก็ต" ยังกลายเป็นสนามอีกแห่งหนึ่งที่ ปตท. ได้แซงโค้งคู่แข่งอื่นโดยเฉพาะเซลล์อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมาได้กลายเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์อนีกวันหนึ่งของภูเก็ตที่เป็นจังหวัดแรกที่เปิดขาย เบนชินไร้สารตะกั่วในภูมิภาคของประเทศ

"ปตท.จะนำเบนชินไร้สารตะกั่วมาใช้ในภูเก็ตเป็นแห่งแรกแต่ข่าวรั่ว ขณะที่เซลล์แจ้งว่าจะเอามาขายแต่น้ำมันยังไม่ถึงคลังฉะนั้น แม้ ปตท. จะไม่ใช่คนแรกที่ประกาศว่าจะนำเบนชินไร้สารตะกั่วมาสู่ภูเก็ต แต่เป็นคนแรกที่นำเอามาให้ชาวภูเก็ตใช้" เลื่อน กฤษณกรี รักษาการผู้ว่าการ ปตท. กล่าวกับบันดาพ่อค้า นักธุรกิจข้าราชการชาวภูเก็ตที่ร่วมรับประทานอาหารกลางวันก่อนวันเปิดขาย พีทีทีไฮ-ออกเทนไร้สารตะกั่วที่ปั๊มรัษฎาแก็สในช่วงบ่ายนับเป็นการช่วงชิงโอกาสทางการตลาดดังที่เลื่อนมักจะพูดอยู่เสมอว่า การแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำทางการตลาดนั้นไม่สำคัญว่าใครจะคิดก่อน เตรียมก่อน หรือใครจะเลียนแบบใคร แต่อยู่ว่าใครจะทำได้ก่อน สำเร็จและดีกว่ากัน

เลื่อนมองว่าเมื่อ ปตท. จะมีคลังน้ำมันของตนที่ภูเก็ตเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และตอบเสนองความต้องการใช้ในแทบทะเลอันดามัน เป็นการช่วยประหยัดเงินซึ่งเดิมต้องข่นส่งน้ำมันจากอ่าวไทยได้ถึงปีละประมาณ 15 ล้านบาทแล้วก็น่าจะเปิดขาย พีทีทีไฮ-ออกเทนไร้สารตะกั่วที่ภูเก็ตไปพร้อมกับการเปิดคลังน้ำมัน

เพราะว่าแม้ว่าภูเก็ตจะไม่มีปัญหาเรื่องมวลภาวะมากถ้าเทียบกับเมืองใหญ่ของหาดใหญ่หรือสุราษฎร์ก็ตาม แต่ภูเก็ตมีข้อเด่นที่ต่างจากจังหวัดอื่นอย่างเห็นได้ชัดคือเป็นศูนย์ธุรกิจท่องเที่ยวมาตราฐานการครองชีพสูง มีการใช่เบนชินซูเปอร์ในรถยนต์เพื่อ การท่องเที่ยวมาก จนึงเห็นว่าควรที่จะใช้โอกาศนี้รุกเชิงตลาด เพื่อสร้างจิตสำนึกที่จะดำรงรักษาภูเก็ตให่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปรอดจากมลพิษตลอดไป

การที่ปตท. มีคลังน้ำมันในภูเก็ตเป็นแห่งที่ 17 ของประเทศทำให้รับน้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศได้โดยตรง ไม่ต้องขนไปกรุงเทพแล้วขนย้อนกลับไปภูเก็ตด้วยรถยนต์เหมือนแต่ก่อน

ดังนั้นจากวันแรกที่เปิดขาย พีทีทีไฮ- ออกเทนไร้สารตะกั่วด้วยการลดราคา 55 สตางค์ต่อลิตร อีก 3 วันต่อมาคือวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านช่วงซึ่งที่ปั๊มเชลล์เริ่มเปิดขายเบนชินพิเศษไร้สารตตะกั่ว ปตท. สั่งลดราคาพีทีทีไฮ-ออกเทนไร้สารตะกั่วลงอีก 10 สตางค์ต่อลิตร นัยว่าเป็นการคืนผลประโยชน์ให้ชาวภูเก็ตและต่อสู้กับคู้แข่งได้มากขึ้น

นอกจากการนำพีทีทีไฮ-ออกเทนไร้สารตะกั่วมาสู่ภูเก็ตแล้วยังเริ่มมีการขายเบนซินธรรมดาที่มีค่าออกเทน 87 และมีสารตะกั่ว 0.15 กรัมต่อลิตรซึ่งต่ำกว่าของยี่ห้ออื่นและน้ำมันดีเชลชนิดกำมะถัน 1%

การเปิกคลังที่ภูเก็ตจึงเป็นปัจจัยการพร้อมใหม่ ที่ทำให้ปตท. ริเริ่มคุณภาพน้ำมันใหม่แก่ชาวภูเก็ตได้อย่างเต็มที่

เล่ากันว่าปตท. เตรียมขายพีทีทีไฮ-ออกเทนภูเก็ตก่อน แต่เมื่อมีข่าวรั่วออกไป ขณะที่เชลล์ก็เคลือนไหวน้ำมันเข้าคลังและประกาศว่าจะขายน้ำมันเบนซสินไร้สารตะกั่วแก่ภูเก็ตเป็นรายแรกดูไปแล้ว ปตท. จะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบตามรูปแบบของรัฐวิสาหกิจจนมักที่จะติดระเรียบจึงทำงานล่าช้า

แต่ "ในความเสียเปรียบก็มาความได้เปรียบ" นั้นก็คือหลังจากที่อาณัติอาภาภิรม ผู้ว่าการปตท. ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีวส่าการการะทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคของนายอานั้นท์ ปันยารชุน เลื่อนก็ได้รับมอบหมายอาณัติให้รักษาการตำแหน่งผู้ว่าฯ

ขณะที่ปตท. มีปัญหาเรื่องระเบียบขั้นตอนมากมายซึ่งกลายเป็นข้อเสียเปรียบในการแข่งขันแต่โดยข้อบังคับของ ปตท. ก็ได้ให้อำนาจที่จะสังการได้

เลื่อนจึงอาสัยความชอบธรรมในการใช้อำนาจตรงนี้สั่งการให้ช่วงชิงการรุกก่อนเชลล์ ตามที่ตนคลุกคลีอยู่ในตลาดน้ำมันโดยตรงมากว่า 20 ปี

ทำให้ปตท. เปิดขายพีทีทีไฮ-ออกเทนไร้สารตะกั่วในภูเก็ตได้ก่อนเซลล์ประมาณ 2-3 วนันเช่นเดียวกับที่ตตัดหน้าทำพิธีเปิดขายในกรุงเทพก่อนด้วยแต่ทิ้งช่วงห่างแค่ชั่วโมง

ด้วยประสบการณ์ความเป็นนักตลาด เลื่อนจึงอาศัยการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เพื่อนำตลาดขณะที่ปตท. มีเครื่องไม่เครื่องมืออยู่พร้อม ซึ่งแม้ปตท.จะดูอุ้ยอ้ายอย่างที่หลายคนมองอย่างแต่ก็ทำให้ปตท. เป็นต่อบริษัทน้ำมันอื่นในเรื่องเบนซินไร้สารตะกั่วได้อย่างสดใส

แม้ว่าในภูเก็ตซึ่งเซลล์มีปั๊มน้ำมันอยู่ 6 แห่ง และกำลังที่จะเปิดเพิ่มอีกหนึ่งแห่งในเร็วๆ นี้เป็นผู้นำตลาด ตามมาด้วยเอสโซ่ขณะที่มาปั๊มน้ำมันปตท.อยู่เพียง 3 แห่ง แต่เมื่อมาคลังน้ำมันอยู่นี้แล้วการแข่งขันระหว่างบริษัทน้ำมันคงจะเข้มข้นขึ้นอีกมาก เนื่องจากที่ปตท.อยู่ในระหว่างการเพิ่มจำนวนปั๊ม

ใครจะเฉือนใครก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า ฝีมือใครแน่นกว่าใคร ดังที่เลื่อนมักจะพูดอย่างนักตลาดว่า…ในแต่ละสถานการณ์ ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ 100% แต่การแข่งขันอยู่ที่กลยุทธ์ ของนักตลาดแต่ละคน….

กล่าวได้ว่าการช่วงชิงการนำเรื่องเบนซินไร้สารตะกั่วในภูเก็ตในครั้งนี้ ปัจจัยแวดล้อมได้เอื้อต่อเลื่อนและชาวปตท.โดยแท้



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.