โอสถสภาอัดพันล.สู้เศรษฐกิจซบอิงเกาหลีฟีเวอร์ดันทเวลฟ์พลัสโต


ผู้จัดการรายวัน(7 มิถุนายน 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

โอสถสภา สวนกระแสเศรษฐกิจซบ อัดฉีดงบ 1,000 ล้านบาท เพิ่ม 30% กระตุ้นรายได้สิ้นปีเข้าเป้า 5,500 ล้านบาท เท 180 ล้านบาท ปลุกตลาดระงับกลิ่นกายส่อเค้าติดลบ 5% โหนกระแสเกาหลีบูม ควักกลยุทธ์ไอดอล แอดเวอร์ไทซิ่ง ดึงชอย ซี วอน ควงโฟร์-มด ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ทเวลฟ์ พลัส สูตรใหม่ สิ้นปีแชร์พุ่ง 24% ไล่บี้นีเวีย

นายวิเชียร สันติมหกุลเลิศ ผู้อำนวยการตลาด บริษัท โอสถสภา จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายทเวลฟ์ พลัส เปิดเผยว่า ผลประกอบการในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโต 7% ต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้โต 8-10% ทั้งนี้เพื่อให้รายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าโต 10% ในสิ้นปีนี้ จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 5,000 ล้านบาท บริษัทวางแนวทางการทำตลาดสวนกระแสกับสภาพตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ชะลอตัว ด้วยการทุ่มงบเพิ่มขึ้น 20-30% หรือราว 1,000 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดวัยรุ่นให้มีความแข็งแกร่ง

ทั้งนี้บริษัทได้ทุ่มงบ 400 ล้านบาท สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทเวลฟ์ พลัส ซึ่งเป็นสินค้าเรือธงสร้างรายได้หลักให้กับบริษัท 1,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์กลุ่มระงับกลิ่นกาย ภายใต้การทุ่มงบ 180 ล้านบาท ล่าสุดบริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทเวลฟ์ พลัส เอ็กซ์ตร้า ไวท์เทนนิ่ง โรลออน ฟรุ้ตตี้ อัลมอนด์ มิลค์ ภายใต้การใช้กลยุทธ์ “ไอดอล แอดเวอร์ไทซิ่ง” ด้วยการดึงนักร้องจากประเทศเกาหลี ชอย ซี วอน มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ร่วมกับโฟร์-มด นักร้องของไทย โดยภาพยนตร์โฆษณาออกอากาศทางปลายเดือนมิถุนายน-กันยายน

พร้อมกันนี้บริษัทยังได้เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับร้านค้าทั้งโมเดิร์นเทรดและเทรดดิชันนัลเทรด รวมถึงการจัดกองโชว์ สื่อ ณ จุดขาย และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อสร้างความโดดเด่นและให้เกิดการจดจำแก่ตัวสินค้า พัฒนาสินค้าใหม่ และมีความทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งล่าสุดบริษัทได้ปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่และปรับกลิ่น เพื่อให้ปกป้องได้นานยิ่งขึ้น สอดรับสภาพอากาศที่ร้อน และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของวัยรุ่น เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

“หลังจากที่บริษัทนำกลยุทธ์ไอดอล แอดเวอร์ไทซิ่งมาใช้ในกลุ่มแป้งทเวลฟ์ พลัส ด้วยการนำชอย ซี วอน มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ส่งผลให้แป้งในช่วง 3 เดือนมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น 2-3% จากเดิมมี17-19% ทั้งนี้หลังจากที่บริษัทนำชอย ซี วอน มาเป็นพรีเซ็นเตอร์โรลออน ทเวลฟ์ พลัส คาดว่าจะช่วยกระตุ้นส่วนแบ่งเพิ่มจาก 19% เป็น 22-24% ภายในสิ้นปีนี้”

สำหรับสภาพตลาดโรลออนมีมูลค่า 1,032 ล้านบาท ส่วนตลาดโคโลญจ์มูลค่า 300 ล้านบาท และบอดี้ สเปรย์ ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เนื่องจากความไม่นิ่งของการเมือง ทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย และออกไปเที่ยวนอกบ้านน้อยลง ส่งผลให้ตลาดดังกล่าวปีนี้ติดลบ 5% อย่างไรก็ตามบริษัทมั่นใจว่าในช่วงครึ่งปีหลัง สภาพเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ผู้บริโภคจะกลับมาจับจ่ายใช้สอย แต่ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมืองด้วย ดังนั้นบริษัทจึงชะลอแผนการทำตลาดโคโลญจ์ในระยะหนึ่งก่อน

ปัจจุบันทเวลฟ์ พลัส เป็นผู้นำตลาดในกลุ่มโรลออนสำหรับกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 12-18 ปี โดยครองส่วนแบ่ง 60% จากตลาดมูลค่า 361 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35% ของตลาดรวม อันดับสองเป็นจินส์นี่มีส่วนแบ่ง 40% ส่วนตลาดโรลออนสำหรับผู้ใหญ่สัดส่วน 65% มีมูลค่า 671ล้านบาท ขณะที่ในตลาดโรลออนมูลค่า 1,032 ล้านบาท ทเวลฟ์ พลัส เป็นอันดับสองมีส่วนแบ่ง 19% นีเวียผู้นำตลาดมีส่วนแบ่ง 30%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.