คิงเพาเวอร์ยื่นฟ้องทอท. เรียกเงินเฉียด7หมื่นล้าน


ผู้จัดการรายวัน(5 มิถุนายน 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

คิงเพาเวอร์ยื่นฟ้อง ทอท.เรียกกว่า 6.8 หมื่นล้าน ระบุ ทอท.บอกเลิกสัญญาโดยอ้างเหตุโมฆะเป็นการใช้สิทธิมิชอบ ยันผ่านการตรวจสอบและได้สัญญามาอย่างถูกต้อง ชี้ฟ้องเรียกทรัพย์คืนเพราะลงทุนจ้างคน ก่อสร้าง สั่งซื้อสินค้า มีภาระภาษี ไปแล้ว "สรรเสริญ" แนะจ้างนักกฎหมายมืออาชีพสู้ คาดหารือนอกรอบ ครม. วันนี้ "กัลยา" ยันชงบอร์ด ทอท. 7 มิ.ย.หาทางออก เชื่อฟ้องหวีงซื้อเวลาอยู่ในพื้นที่ต่อ

วานนี้ (4 มิ.ย.) ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นายบัณฑิต ศิริพันธ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก บริษัท ในเครือ คิงเพาเวอร์ กรุ๊ป ผู้ดำเนินการ จำหน่ายสินค้าปลอดภาษีและร้านค้าเชิงพาณิชย์เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.รวม 2 สำนวน สำนวนที่ 1. บริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ในส่วนของร้านค้าเชิงพาณิชย์ โดยนายสมบัตร เตชาพานิชกุล กรรมการผู้มีอำนาจ บมจ.คิงเพาเวอร์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ทอท. เป็นจำเลย เรื่องเรียกทรัพย์คืน จำนวนทุนทรัพย์ 20,878,512,019 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ 7.5 ต่อปี และสำนวนที่ 2 บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ในส่วนของร้านค้าปลอดภาษี โดยนายสมบัตร ได้ยื่นฟ้อง ทอท.เป็นจำเลยที่ 2 เรื่องเรียกทรัพย์คืน จำนวนทุนทรัพย์ 48,074,147,549 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ซึ่งศาลรับคำฟ้องไว้ และนัดชี้สองสถานในวันที่ 24 ก.ย. นี้ เวลา 09.00 น.

โดยคำฟ้องโจทก์สรุปว่า โจทก์เป็นผู้ดำเนินกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีประจำท่าอากาศยานนานาชาติมานาน จนเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียง เมื่อปี 2547 โจทก์ทราบว่าจะมีการย้ายจากท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปอยู่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โจทก์จึงเสนอเรื่องขอประกอบกิจการโดยทำเป็นลักษณะต่ออายุ เพื่อเข้าบริหารพื้นที่กับรัฐบาลชุดก่อนซึ่งมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม (ขณะนั้น) เป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ สัญญาต่ออายุดังกล่าว โจทก์ได้ให้คำมั่นว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนเกื้อกูลแก่ จำเลย มูลค่า 15,000 ล้านบาทต่อ 10 ปี เพื่อแลกกับการที่โจทก์จะเข้าไปเปิดร้าน จำหน่ายสินค้าปลอดภาษี

ทั้งนี้ การต่อสัญญาดังกล่าวทางจำเลยได้เปิดให้บริษัท เอกชนรายอื่น ๆ เข้าร่วมประมูลแข่งขัน โดยจำเลยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประวัติของผู้เข้าแข่งขัน เห็นว่าบริษัทโจทก์เคยประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีมานาน จนได้รับรางวัลระดับชาติ มีเงินทุนหมุนเวียนนับหมื่นล้านบาท จึงพิจารณาเห็น ชอบให้บริษัทโจทก์ชนะประมูล เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่สนามบิน ซึ่งโจทก์ก็มี หน้าที่ตามสัญญาต้องจ่ายค่าตอบแทนแก่จำเลยเป็นงวดจนกว่าจะครบสัญญา

ต่อมาเมื่อมีการเลื่อนการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ จำเลยได้เรียกบริษัทโจทก์ไปทำสัญญาบันทึกข้อตกลงท้ายสัญญาเดิม ให้โจทก์ดำเนินกิจการต่อไปในปี 2559-2560 เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายเวลาเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งบริษัทโจทก์ตกลงจ่าย ผลประโยชน์ตอบแทนแก่จำเลยอีกร้อยละ 20 ของยอดจำหน่าย

และต่อมาจำเลยกลับมีหนังสือแจ้งขอเลิกสัญญาทั้งหมด อ้างว่า สัญญาเป็นโมฆะเนื่องจาก โครงการจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีภายในสนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินภูเก็ต - สนามบิน หาดใหญ่ ที่โจทก์ได้เข้าทำสัญญานั้นเป็นโครงการมีมูลค่าเกินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งตาม พ.ร.บ.เอกชนเข้าร่วมงานในการกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 จะต้องผ่านความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่โครงการของโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว จึงไม่มีผลผูกพันรัฐบาลซึ่งเป็นคู่สัญญา และไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่โจทก์ใน การเข้าใช้พื้นที่ ทั้งยังแจ้งว่าบริษัทโจทก์ได้ทำการต่อเติมพื้นที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้เกิดความเสียหาย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ขาดความปลอดภัย จึงสั่งให้บริษัทโจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากสนามบินสุวรรณภูมิ

ซึ่งโจทก์เห็นว่าการบอกเลิกสัญญาของจำเลยโดยอ้างเหตุเป็นโมฆะนั้น เป็นการใช้สิทธิอันมิชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ บริษัทโจทก์ได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการของ จำเลยโดยมีการศึกษาประวัติการประกอบการ เมื่อโจทก์เริ่มลงทุนจ้างผู้รับเหมาก่อ สร้าง จ้างบริษัทศึกษาผลได้ผลเสียทางธุรกิจ จ้างบุคลากร รวมทั้งสั่งซื้อสินค้า เครื่องอุปโภค บริโภค จากทุกมุมโลกมูลค่ามหาศาลมานานกว่า 3 ปี โดยบริษัทโจทก์ ต้องไปกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างๆ อันมีภาระดอกเบี้ยเป็นเงาตามตัว ทั้งที่คณะ กรรมการพิจารณาของจำเลยมีผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการพิจารณาแล้ว เห็นชอบอนุญาต ให้บริษัทโจทก์ เข้าใช้พื้นที่ แต่ปัจจุบันจำเลยกลับขอเลิกสัญญา ทั้งที่เกิดจาก การกระทำของจำเลยเอง ต้องถือว่ากรณีของโจทก์เทียบเคียงได้กับแนวคำพิพากษาศาล ฎีกาที่ 508/2540 ที่กองทัพบกสั่งซื้อเลื่อยยนต์จากเอกชน แล้วไม่สามารถรับมอบ สินค้าได้ต้องถือว่าเป็นกรณีการชำระหนี้เป็นพ้นวิสัย โดยที่เอกชนไม่ต้องรับผิด และส่วนราชการมีหน้าที่ชำระหนี้ต่อแทนแก่เอกชน

ดังนั้นโจทก์จึงฟ้องขอเรียกทรัพย์คืน อันเกิดจากการที่โจทก์ได้ลงทุนจ้างคน จ้างงาน ก่อสร้างสั่งซื้อสินค้า ค่าภาระภาษี ที่ลงทุนในสนามบินสุวรรณภูมิ- สนามบิน ภูเก็ต - สนามบินหาดใหญ่ ค่าเสียหายจากการขาดรายได้เป็นทุนทรัพย์ตามฟ้องทั้งสอง สำนวน และขอให้จำเลยคืนหนังสือสัญญาค้ำประกันและคืนเงินประกันที่โจทก์ได้จ่าย ไปล่วงหน้าให้แก่โจทก์ด้วย

แนะ ทอท.หานัก กม.มืออาชีพช่วย

นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้รับทราบข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่ากลุ่มบริษัทในเครือคิงเพาเวอร์ได้ยื่นฟ้องทอท.ต่อศาลแพ่ง แต่ศาลยังไม่ได้มีการประทับรับฟ้องเรื่องนี้คณะกรรมการทอท.จะต้องไปพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปซึ่งจำเป็นจะต้องไปต่อสู้กันในกระบวนการทางศาลแต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทางทอท.อาจต้องพิจารณาในการว่าจ้างนักกฎหมายมืออาชีพเข้ามาช่วยดูแลคดีนี้ โดยได้กำชับเรื่องนี้ไปยังนางกัลยา ผกากรอง รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.ไปแล้ว

"เรื่องการฟ้องร้องในครั้งนี้เป็นสิ่งที่สามารถคาดเดาได้ภายหลังจากที่ทอท.ได้มีมติแจ้งว่าสัญญาเป็นโมฆะซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้ประชุมหารือกับผู้บริหารของทอท.ก็ได้มีการกำชับเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการของ ทอทซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อพิจารณาและเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ที่อาจมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น"นายสรรเสริญกล่าว

หารือครม.นอกรอบ เชื่อฟ้องซื้อเวลา

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า คาดว่าจะมีการนำเรื่องนี้หารือกับคณะรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ ( 5 มิ.ย.) ด้วยซึ่งการฟ้องของคิงเพาเวอร์ชี้ให้เห็นว่าต้องการซื้อเวลาในการอยู่ในพื้นที่ต่อไปภายหลังจากที่ ทอท.แจ้งสัญญาเป็นโมฆะไปแล้วหลังจากนี้คงจะต้องเป็นกระบวนการต่อสู้ในชั้นศาล

ทอท.พร้อมตั้งทีม กม.สู้

ด้านนางกัลยา ผกากรอง รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ทอท. กล่าวว่า จะมีการนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมบอร์ด ทอท.ที่มีพลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธาน ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ ในขณะเดียวกันต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายว่ามีขั้นตอนและกระบวนการอย่างไร ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายของทอท.ได้ยืนยันว่าเตรียมพร้อมกับการรับกับเรื่องนี้แล้ว ส่วนแนวทางจะต้องรอมติบอร์ดทอท.ที่จะออกมาว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป รวมทั้งจะต้องเร่งรัดแต่งตั้งคณะกรรมการที่บอร์ดทอท.มีมติไปแล้วซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายที่จะมาดำเนินการภายหลังแจ้งสัญญาเป็นโมฆะ

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการ ทอท.กล่าวว่า จะต้องหารือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดในฐานะที่เป็นทนายความของรัฐจะทำหน้าที่ในการพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดและเสนอแนะแนวทางออกและแนวทางการดำเนินการต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้ทอท.ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดแล้วว่าหากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นทางสำนักงานอัยการสูงสุดพร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายให้กับทอท.

แหล่งข่าวจาก ทอท กล่าวว่าการฟ้องร้องของบริษัทคิงเพาเวอร์ดังกล่าวเป็นการฟ้องเพื่อปกฟ้องตนเอง มิเช่นนั้นจะมีความผิดฐานละเมิดในการใช้พื้นที่โดยไม่มีสัญญาภายหลังที่ ทอท.แจ้งสัญญาเป็นโมฆะ ส่วนกระบวนการในชั้นศาลอาจยืดเยื้อหรือเป็นการซื้อเวลาเพื่อรอให้สถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไปหรือมีการเปลี่ยนบอร์ด ทอท. แต่ในทางกฎหมายนั้นทอท.สามารถที่จะฟ้องร้องขับไล่ให้อออกจากพื้นที่ได้เช่นกันเพราะถือว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์พื้นที่ซึ่งเป็นสิทธิ์ของแต่ละฝ่ายในการฟ้องร้อง

ตั้งอนุญาโตฯ รันเวย์-แท็กซี่เวย์ชำรุด

นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเรียกผู้บริหารทอท.พบ วานนี้ (4 มิ.ย.) ว่า ได้สั่งการให้ ทอท.เร่งจัดตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับความชำรุดของรันเวย์-แท็กซี่เวย์ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะะนี้อยู่ระหว่างการหาบริษัทที่ปรึกษา ศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการชำรุดของทางขับและทางวิ่ง และทอท.จะต้องตั้งอนุญาโตตุลาการเพื่อให้ได้ข้อยุติ ด้วย

ในส่วนของการจ่ายค่าชดเชยเรื่องผลกระทบด้านเสียงให้แก่ชาวบ้านรอบสนามบินสุวรรณภูมินั้นนายสรรเสริญกล่าวว่า ได้สั่งการให้ทอท.เร่งรัดการจ่ายค่าชดเชยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้มีผู้ที่เข้ามาตกลงขายที่ดินให้ทอท.แล้วจำนวน 18 ราย


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.