“บาวแดง”รุกเพิ่มฐานส่งออก30%ล้มแผนลุยเดี่ยวหันร่วมทุนในจีน


ผู้จัดการรายวัน(31 พฤษภาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

คาราบาวแดง รุกหนักตลาดส่งออก หวังเพิ่มสัดส่วนสู่ 25-30% เล็งขยายตลาดใหม่ๆตะวันออกกลาง พร้อมปรับแผนลงทุนในจีน หลังศึกษาแล้ว ชี้ต้องเป็นการร่วมทุนสถานเดียวถึงทำได้ เร่งเจรจาควานหาพาร์ทเนอร์ร่วมทุน ขณะที่ตลาดในประเทศไทย ตลาดรวมเติบโตเล็กน้อย อัดงบตลาด 300 ล้านบาทลุยไม่ยั้ง ส่งหนังโฆษณาใหม่ออกมากระตุ้นหลังเงียบไปกว่า 2 ปี เตรียมเพิ่มทีมสาวบาวแดงเจาะย่านชุมชน

นายกมลดิษฐ์ สมุทรโคจร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯมีแผนที่จะรุกตลาดส่งออกมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการส่งออกในแง่ของจำนวนสินค้าให้เป็น 25% จากกำลังการผลิตโดยรวมที่มีประมาณ 2 ล้านยูนิตต่อวัน จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนการส่งออกประมาณ 20% ซึ่งเพิ่มจากปีก่อนหน้าที่มีเพียง 10% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการส่งออกจะขึ้นอยู่กับค่าเงินบาท ซึ่งค่าเงินบาทในขณะนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงแข็งค่าขึ้น ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทฯมีการส่งออกทั้งในแง่ของอัตราค่าเงินบาทและดอลล่าร์สหรัฐ

สำหรับแผนการส่งออกจะดำเนินการในรูปแบบการตั้งตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศเพื่อให้เป็นผู้กระจายสินค้า โดยตลาดใหม่ๆที่จะขยายไปเช่น อินเดีย และประเทศในย่านตะวันออกกลาง เป็นต้น โดยเฉพาะที่อินเดียนั้นจะส่งไปทำตลาดที่เมืองมุมไบก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุนหลายกลุ่ม คาดว่ากลางปีนี้จะสามารถสรุปได้ ส่วนตลาดส่งออกที่ทำมาก่อนหน้านี้เช่นอเมริกา แคนาดา ตะวันออกกลาง กัมพูชา ลาว เวียดนาม พม่า บรูไน มาเลเซีย เป็นต้น

ขณะที่แผนการขยายตลาดเข้าสู่ประเทศจีนนั้น ล่าสุดได้ปรับแผนใหม่แล้วโดยจะเป็นการลงทุนร่วมกันกับนักลงทุนท้องถิ่นของจีน จากเดิมที่เคยจะเข้าไปลงทุนเอง แต่เมื่อศึกษากฎระเบียบและเงื่อนไขต่างๆแล้วพบว่า มีปัญหาทางด้านตัวบทกฎหมายและโครงสร้างภาษีนำเข้าที่สูงมาก ต้องเป็นการร่วมทุนเท่านั้น แต่บริษัทฯก็ไม่ได้รีบเร่งนัก ต้องศึกษาและหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมก่อนจึงจะลงทุน แต่ในแง่ศักยภาพของตลาดแล้วถือว่ามีสูงมาก เป็นประเทศที่ใหญ่มีตลาดกว้างขวาง และคาดว่าหากสัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 30% แผนตั้งโรงงานผลิตในจีนจะมีความชัดเจนมากขึ้นปัจจุบันในจีนนั้น ยังไม่มีเครื่องดื่มชูกำลังของต่างประเทศเข้าไปทำตลาด มีแต่เพียงการร่วมทุนเท่านั้นซึ่งในจำนวนก็มีของกลุ่มทุนไทยด้วยหนึ่งแบรนด์ที่ทำตลาดอยู่

สำหรับแผนการดำเนินงานในไทยนั้นก็ยังมีการทำต่อเนื่อง แม้ว่าตลาดรวมจะไม่ได้เติบโตมากเหมือนอย่างในอดีต โดยคาดว่าตลาดรวมชูกำลังปีนี้จะโตเพียง 3-4% เท่านั้น จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 14,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันคาราบาวแดงมีส่วนแบ่งเป็นอันดับที่สองในแง่ของปริมาณการขาย มีส่วนแบ่งตลาด 20% และเป็นอันดับที่สามในแง่ของคอร์ปอเรตแบรนด์ และปีนี้ตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตไว้ที่ 10% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ในปีนี้จะใช้งบการตลาดรวม 300 กว่าล้านบาท แบ่งเป็น บีโลว์เดอะไลน์ 70% และอโบฟเดอะไลน์ 30% ซึ่งเป็นงบประมาณที่น้อยกว่าในช่วงปีแรกๆที่ทำตลาด โดยช่วง 4-5 ปีของการทำตลาดคาราบาวแดงมาใช้งบตลาดไปแล้วมากกว่า 1,500 ล้านบาท

ล่าสุดในช่วง 2 เดือนนี้ไช้งบตลาด 30 ล้านบาท เพื่อออกหนังโฆษณาใหม่ชื่อชุด รัฐนาวา ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับ ความร่วมมือของคนไทยทั้งชาติที่ต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆเพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ลงเรือลำเดียวกัน ต้องร่วมมือกันมีความสามัคคี ซึ่งมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในเวลานี้พอดี โดยคาราบาวแดงไม่ได้มีหนังโฆษณาใหม่ที่ออกอากาศมานานเกือบ 2 ปีแล้ว

นายกมลดิษฐ์กล่าวต่อว่า ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในเวลานี้เหลือแค่ 4 รายใหญ่เท่านั้น มีการแข่งขันที่รุนแรงแต่อยู่บนเงื่อนไขของการทำตลาดที่ถูกต้อง ดังนั้นแนวโน้มการแข่งขันก็คงจะเป็นไปทั้งในแง่ของการออกสินค้าใหม่ การหาช่องทางตลาดและการจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดให้เติบโตขึ้น ล่าสุดบริษัทฯได้ปรับโลโก้และฉลากผลิตภัณฑ์คาราบาวแดงด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ที่คาราบาวแดงได้ออกคาราบาวแดงเอ็กซ์โอ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งนั้น ปรากฎว่า ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะตลาดยังไม่ตอบรับหรืออาจจะมาเร็วเกินไป แต่ก็ยังพอมีตลาดกลุ่มเล็กๆที่นิยมดื่มอยู่ ซึ่งบริษัทฯยังคงจำหน่ายต่อไป ส่วนการพัฒนารสชาติใหม่ๆออกมาในอนาคตนั้นย่อมต้องมีแน่นอนแต่ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดด้วย

นอกจากนั้นยังมีทีมสาวบาวแดงที่ทำหน้าที่ในการเดินสายโปรโมทและจัดกิจกรรมตามย่านชุมชนต่างๆอีกประมาณ 26 ทีม ทีมละ 8 คน และมีแผนที่จะเพิ่มทีมอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ด้วยโดยตรง

โดยพื้นที่ที่เป็นตลาดเป้าหมายหลักของคาราบาวแดงและมีโอกาสที่จะขยายได้อีกเช่น ตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้งตลาดภาคกลางด้วย ซึ่งรายได้ของคาราบาวแดงมีสัดส่วนมาจากกรุงเทพฯที่มากถึง 50%

ผุดชมรมฯควบคุมการทำตลาด

นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วกลุ่มผู้ประกอบการเครื่องดื่มชูกำลัง 4 รายใหญ่ คือ เอ็ม-150 กระทิงแดง คาราบาวแดงและแรงเยอร์ ได้รวมตัวกันตั้ง ชมรมผู้ประกอบการเครื่องดื่มชูกำลัง เพื่อเป็นแกนกลางในการดูแลและควบคุมการทำธุรกิจกันเองเพื่อให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและคู่แข่งขันซึ่งที่ผ่านมาก็มีการวางหลักการดำเนินการหลายอย่างเช่น การไม่ใส่ร้ายป้ายสีกัน ไม่กลั่นแกล้งกันเช่น ติดโปสเตอร์ทับกัน การให้ข้อมูลซึ่งกันและกันในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นต้น



ซินแสทักให้ปรับโลโก้คาราบาวแดง

หลังจากที่ทำตลาดมาได้ 4 ปีแล้ว คาราบาวแดงก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงโลโก้และฉลากผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ก็เป็นเพียงแค่ ไมเนอร์เชนจ์ เท่านั้น แต่เบื้องหลังของการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ดูน่าสนใจกว่า เพราะมีที่มาจาก คำทักของ “ซินแส” คนจีน นั่นเอง

คาราบาวแดงต้องการที่จะทำตลาดในจีน จึงได้มีการส่งสินค้ารูปแบบกระป๋องเข้าไปศึกษากับผู้ที่ได้ติดต่อกันไว้ เพื่อจะให้เขียน แบรนด์เป็นภาษาจีน เพื่อทำตลาดได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปได้ระยะหนึ่งก็ได้รับการติดต่อกลับมาจากทางคนจีนรายนั้นว่า จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโลโก้บ้าง เพราะว่าเมื่อ ซินแส ท่านหนึ่ง ได้เห็นทั้งโลโก้และฉลาก ก็ทักท้วงขึ้นมาเล็กน้อย โดยซินแสท่านนั้นแสดงความเห็นว่า โลโก้ที่เป็นเขาควายนั้นดูแข็งมากเกินไป น่าจะใส่ดาวลงไป 1 ดวง ให้อยู่ในตำแหน่ง 2 นาฬิกา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ชนกับปีฉลูพอดี สิ่งนี้มันจะทำให้เสริมบุญบารมีซึ่งกันและกันของคาราบาวแดงเองด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อใส่ดาวลงไปแล้ว ตัวของนกที่อยู่บนเขาควายนั้นกลับบินไปอีกทางหนึ่งไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งปรกติจะบินไปทางซ้าย ซึ่งถ้าหากว่าใส่ดาวลงไป ก็จะทำให้เสมือนกับว่า มีแสงสว่างและนกกำลังบินหาแสงสว่างนั่นเอง ส่วนตัวฉลากนั้นที่เป็นสีเขียวก็ดูเหมาะสมดีแล้ว เพราะเสมือนว่า กำลังกินหญ้าอยู่ แต่ตัวคาราบาวแดงนั้น ให้เปลี่ยนมาใช้เขียนเป็นตัวสีขาวแทนดีกว่า แล้วทุกอย่างที่ได้รับมา ทางคาราบาวแดงเองก็นำมาพิจารณาและปรับเปลี่ยนตาม

“ถือเป็นการปรับเพื่อให้ดูมีสีสันและสดใสมากขึ้น ซึ่งพอเราดูแล้วก็ดูดี ไม่มีอะไรเสียหายก็เลยทำ และคาดว่า โลโก้และฉลากใหม่คงจะเริ่มทยอยใช้ในเมืองไทยได้ในช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป”

งานนี้ ใครไม่เชื่อ ก็อย่าไปลบหลู่


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.