ธสน.เล็งหั่นดอกเบี้ยเหลือ7%ทำใจเกณฑ์IAS39ฉุดขาดทุน


ผู้จัดการรายวัน(29 พฤษภาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

เอ็กซิมแบงก์จ่อหั่นดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในสัปดาห์นี้ส่งผลให้ดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำอยู่ที่ระดับ 7.00% พร้อมล้างพอร์ตหนี้เอ็นพีแอล 8 พันล้านบาทให้เกลี้ยงภายในสิ้นปี เชื่อกำไรปีนี้ 400 ล้านบาทตามเป้า แต่หากต้องตั้งสำรองตามเกณฑ์ IAS39ผลการดำเนินงานขาดทุนแน่นอน ระบุครึ่งปีหลังแม้จะมีปัจจัยลบแต่ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมาย 2 หมื่นล้าน

นายอภิชัย บุญธีรวร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(ธสน.) หรือ เอ็กซิมแบงก์ เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น เอ็กซิมแบงก์เตรียมประกาศลดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้าสำหรับการกู้ซึ่งเป็นเงินบาท (Prime Rate) จากปัจจุบันที่อยู่ที่ 7.25% ให้เหลือ 7.00% ภายในสัปดาห์นี้

“ภายใน 1-2 วันนี้เอ็กซิมแบงก์คงประกาศลดดอกเบี้ยไพร์มเรทลงอีก 0.25% เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยในตลาด ซึ่งในเดือนนี้ถือว่าเอ็กซิมแบงก์ประกาศลดดอกเบี้ยแล้ว 2 ครั้งโดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา” นายอภิชัยกล่าว

นอกจากนี้เอ็กซิมแบงก์ยังได้ว่าจ้างให้บริษัทเบเคอร์ ทิลลี่ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ในกระบวนการขายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPLs) ของธนาคารจำนวนประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 14% ของพอร์ตสินเชื่อรวม 56,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2549 ซึ่งเอ็นพีแอลจำนวนดังกล่าวกระจายอยู่ในทุกภาคอุตสาหกรรมโดยเอ็กซิมแบงก์จะพยายามขายเอ็นพีแอลให้หมดภายในสิ้นปีนี้

“ตอนนี้เราให้ที่ปรึกษาเข้ามาดูว่าสินเชื่อแต่ละรายจะขายในราคาเท่าไร โดยจะเปิดกว้างให้กับทุกคนที่สนใจไม่จำเป็นว่าต้องขายให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์เพียงเจ้าเดียว เนื่องจากหากมีผู้สนใจซื้อเอ็นพีแอลแล้วสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจของตนเองหรือแนวโน้มของสินเชื่อที่เป็นเอ็นพีแอลดังกล่าวมีโอกาสทางธุรกิจก็สามารถซื้อเอ็นพีแอลนั้นไปได้”

นายอภิชัยกล่าวว่า ส่วนผลการดำเนินงานของเอ็กซิมแบงก์ในไตรมาสที่ 1 เบื้องต้นก่อนการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อยู่ในระดับ 100 ล้านบาทตามเป้าหมายที่วางไว้ และคาดว่าทั้งปีจะสามารถทำกำไรได้ตามเป้า 400 ล้านบาทเช่นกัน แต่ทั้งนี้เอ็กซิมแบงก์ต้องตั้งสำรองตามเกณฑ์มาตรฐานทางบัญชีระหว่างประเทศฉบับที่ 39 (IAS 39) ของธปท.ก็จะทำให้ผลการดำเนินงานในปี 2550 ที่ออกมาขาดทุนแน่นอน

โดยเอ็กซิมแบงก์ได้เสนอแผนการตั้งสำรองตามเกณฑ์ IAS 39 ให้กับทางกระทรวงการคลังไปแล้ว ซึ่งตามแผนการตั้งสำรองในปี 2550 เอ็กซิมแบงก์จะตั้งสำรองจำนวนประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่หากแผนการขายหนี้เอ็นพีแอลที่เอ็กซิมแบงก์ว่าจ้างที่ปรึกษาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีจะส่งผลให้เอ็กซิมแบงก์นำวงเงินที่ขายเอ็นพีแอลจำนวนดังกล่าวกลับมาเป็นรายได้ของเอ็กซิมแบงก์ทดแทนได้

“ในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงบ้างแต่เชื่อว่ายอดการปล่อยสินเชื่อของเอ็กซิมแบงก์จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 2 หมื่นล้านบาท โดยอาจเป็นการขอสินเชื่อเพิ่มเติมของลูกค้ารายเดิมเพื่อขยายธุรกิจการส่งออกนำเข้า แต่สินเชื่อรายใหม่ที่ยื่นเข้ามาคงมีบ้างแต่ไม่มากนักเอ็กซิมแบงก์จึงถือโอกาสใช้ช่วงนี้เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปในวันที่เศรษฐกิจฟื้นตัว” นายอภิชัยกล่าว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.