คิมเบอร์ลี่ย์ทุ่ม800ล.เพิ่มแกร่งโยกฐานผลิตจากออสซี่เข้าไทย


ผู้จัดการรายวัน(25 พฤษภาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าคฯ ควัก 800 ล้านบาท โยกฐานผลิตจากออสเตรเลียมาไทย มุ่งหน้าผลิตสินค้าเช็ดทำความสะอาดเจาะกลุ่มสถานประกอบการ หวังแทรกช่องทำตลาด ตอบรับอัตราโตยังดีอยู่คิดเป็นมูลค่าตลาดรวมกว่า 3.8 พันล้านบาท เชื่อสิ้นปียอดยังโต 15%

นางสาวอาภา พู่แสงมุกข์ ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป แผนกสินค้าเพื่อธุรกิจสถาบัน บริษัท คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดผลิตภัณฑ์กระดาษชำระสำหรับผู้บริโภคภายใต้ยี่ห้อสก็อต และกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับสถานประกอบการ กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษาความสะอาดในห้องน้ำครบวงจร เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปี 2549 จนถึงต้นปี 2550 คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าคได้โยกฐานผลิตเครื่องจักรจำนวน 12 ชุด จากประเทศออสเตรเลีย มายังประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตแห่งใหญ่ที่สุด ที่โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 700 - 800 ล้านบาท เพื่อมุ่งพัฒนาสินค้าเข้าสู่ตลาดในประเทศภายใต้โครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ซึ่งรวมในส่วนของการว่าจ้างแรงงานไทยที่เพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้จากการย้ายฐานผลิตส่วนหนึ่งเพื่อเป็นแผนการทำตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสถานประกอบการ หรือ โปรเฟสชันนัล ของบริษัทนับจากนี้เป็นต้นไป ภายใต้แบรนด์ต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดในภาคอุตสาหกรรม ยี่ห้อไวป์ออล คิมเท็ก อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล ยี่ห้อ คลีนการ์ด และ กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษาความสะอาดในห้องน้ำครบวงจร ยี่ห้อ คลีเน็กซ์ สก็อต คิมแคร์ และ คอมซอฟต์ เป็นต้น โดยทำตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายสถานประกอบการ 9 กลุ่มใหญ่ อาทิ อาคารสำนักงาน สถานพยาบาล โรงแรม เป็นต้น

ที่ผ่านมาภาพรวมการดำเนินธุรกิจในสถานประกอบการมีอัตราการเติบโตด้านค่าใช้จ่ายภายในองค์กรมากขึ้นทั้งเพื่อลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 กลุ่มเข้าไป ขณะกลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัท คือ กลุ่มโรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม และร้านอาหาร โดยปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 3.8 พันล้านบาท และตลาดชุดป้องกันภัยส่วนบุคคลมูลค่า 3.2 พันล้านบาท

ปัจจุบันผลิตสินค้าใน 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มเช็ดทำความสะอาด 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย และ 3.กลุ่มกระดาษชำระในห้องน้ำ เพื่อทำตลาดหลักในประเทศสัดส่วน 90% และที่เหลือ 10% สำหรับทำตลาดในต่างประเทศ อย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำเป็นอันดับหนึ่งมากกว่า 50% จากมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาทโดยคู่แข่งตรงคือ ยี่ห้อ เซลล็อกซ์ ส่วนคู่แข่งตลาดทางอ้อมคือเศษผ้าคิดเป็นสัดส่วนกว่า 99% พร้อมวางเป้าอัตราเติบโตสินค้ากลุ่มโปรเฟสชันนัลในปีนี้อยู่ที่ 15% หรือคิดเป็นยอดขาย 1ใน3 ของรายได้รวมบริษัท จากปี2549 ที่ผ่านมามีรายได้ 3 พันล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.