"อากร ฮุนตระกูล สุดยอดนักการเมือง"


นิตยสารผู้จัดการ( พฤษภาคม 2536)



กลับสู่หน้าหลัก

เส้นทางการเมืองของอากร ฮุนตระกูล แห่งเครือโรงแรมอิมพีเรียล ยุติลงอย่างรวดเร็วเกินคาด นับจากการได้รับเลือกเป็น ส.ส. เขต 1 ของกรุงเทพมหานคร เมื่อการเลือกตั้งเดือนกันยายนปีที่แล้ว ก็เป็นเวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้น

ผลพวงจากการที่บริษัทนิวอิมพีเรียล โฮเต็ลของเขาเป็นหนึ่งใน 153 รายซึ่งพัวพันกับการปั่นหุ้น ที่กล่าวอ้างกันว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ ก.ล.ต. ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปสืบสวนสวบสวนต่อ ทำให้อากรต้องแสดงสปิริตลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังธรรม และมีผลทำให้สถานภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงไปด้วย

"ผมรักพรรคพลังธรรม ไม่อยากจะให้เกิดความเสียหายต่อพรรค จึงตัดสินใจลาออก และการลาออกจะทำให้ผมหมดสภาพการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยปริยาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ผมก็พร้อมจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว" นี่คือคำแถลงอย่างเป็นทางการถึงเหตุผลในการลาออกของเขาเมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา

ช่วง 7 เดือนของการเป็น สส. อากรไม่เคยอภิปรายในสภาแม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยแสดงความคิดเห็นทางการเมืองให้รับรู้กันในวงกว้างเลย

"ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะต้องไปพูด ปล่อยให้คนอื่นเขาพูดไป เราก้มหน้าก้มตาสร้างระบบ สร้างพรรคการเมืองที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องไปบอกใครดีกว่า" บ่อยครั้งที่อากรพูดถึงสาเหตุแห่งความเงียบของเขาเช่นนี้

แต่ภายใต้ความเงียบและภาพพจน์ที่ออกจะดูซื่อ ๆ บนเวทีการเมือง ก็ไม่อาจมองข้ามความฉลาดในการตัดสินใจแต่ละครั้งของนักเรียนเก่าอังกฤษ ผู้สร้างอาณาจักรโรงแรมอิมพีเรียลจนใหญ่โตขึ้นมาคนนี้ได้

การเลือกตั้งเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว กลุ่มนักธุรกิจมีชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มบีเอ็มเอส เคลื่อนไหวสร้างความตื่นตัวทางการเมืองในหมู่นักธุรกิจด้วยกันอย่างคึกคัก รวมไปถึงการสนับสนุนให้นักบริหาร หลาย ๆ คนเข้าสู่เวทีเลือกตั้ง เอาเข้าจริง อาการเป็นคนเดียวที่ตัดสินใจลงสนามในนาทีสุดท้าย
ท่ามกลางการคัดค้านของศรีภรรยา และเพื่อนร่วมงานในเครืออิมพีเรียล ด้วยเหตุผลว่าเพื่อเป็นแบบอย่างการมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ

อากรเลือกลงเขต 1 ซึ่งมีพื้นที่เขตดุสิต ขุมกำลังของพรรคประชากรไทยอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่มีโอกาสจะเลือกเขตอื่นที่พลังธรรมนอนมาแน่ ๆ เป็นที่สุ่มเสี่ยงต่อการสอบตกเป็นอย่างมาก

"คุณอากรฉลาดที่เลือกเขตนี้ หากแพ้ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะแพ้ต่อสมัคร สุนทรเวช แต่ชนะขึ้นมาก็ดังเลย" ผู้สันทัดกรณีทางการเมืองวิเคราะห์การตัดสินใจของอากร ซึ่งเจ้าตัวไม่ตอบรับหรือปฏิเสธต่อข้องสังเกตนี้ ได้แต่หัวเราะชอบใจ!!

อากรสร้างความฮือฮาอีกครั้งหนึ่งหลังจากได้รับเลือกเป็น สส. เขต 1 ด้วยการประกาศว่าไม่ขอรับตำแหน่งใด ๆ ในคณะรัฐบาลผสม ทั้ง ๆ ที่เป็นคนหนึ่งที่มีศักยภาพเพียงพอ แม้จะอ่อนพรรษาทางการเมือง แต่ก็ชดเชยได้ด้วยชื่อเสียง ความสำเร็จจากการบริหารงานทางธุรกิจ ด้วยเหตุผลว่าไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองปรารถนา ขอทำหน้าที่เป็นแค่ที่ปรึกษารัฐมนตรีต่างประเทศ นต. ประสงค์ สุ่นศิริก็พอแล้ว

เพียงเท่านี้ก็เป็นที่ถูกอกถูกใจชนชั้นกลาง ชาวเมืองหลวงว่า นี่แหละการเล่นการเมืองแบบใหม่ ที่ไม่หวังตำแหน่ง ลาภยศ ผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น

เครดิตทางการเมืองของอากรพุ่งขึ้นสูงจากการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง สส. ในครั้งนี้ ท่ามกลางเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญในความมีสปิริตอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในระบบการเมืองไทย

การลาออกนี้จะหวังผลทางการเมืองหรือมีเบื้องหลังหรือไม่ก็ตาม อากรมีแต่ได้ลูกเดียว ทำให้พรรคพลังธรรมหลุดออกจากสมรภูมิการต่อสู้ทางการเมือง ที่มีการหยิบยกเรื่องการปั่นหุ้นขึ้นมาฟาดฟันกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลคือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคความหวังใหม่ ประการทั้งยังสร้างภาพพจน์นักการเมืองตัวอย่างได้อย่างสวยงาม

หากตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งอีกหน คงไม่ต้องเหนื่อยยากอย่างคราวที่แล้วแน่ เห็นซื่อ ๆ จนบางครั้งก็ทื่อ ๆ ในเชิง "ภาพ" แต่คนอย่างอากร ฮุนตระกูลฉลาดกว่าที่ทุกคนคิด



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.