แมคโดนัลด์ยอดขายไม่โตรอบ5ปีเพิ่มงบสู่300ล.-โหมดีลิเวอรี่กู้ยอด


ผู้จัดการรายวัน(24 พฤษภาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

“แมคโดนัลด์” คิดสวนทาง เพิ่มงบลงทุนปีนี้เป็น 300 ล้านบาท จากแผนเดิมวางไว้เพียง 250 ล้านบาท เน้นเรื่องการขยายสาขา โฆษณา และ เพิ่มเมนูอาหาร ช่วยดันยอดขายสิ้นปีโต 10-15% ระบุธุรกิจดีลิเวอรี่โตเร็ว ปีนี้เปิดเพิ่มอีก 10 แห่ง ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง ชูบริการถึงเที่ยงคืน สั่งได้ไม่จำกัดราคาขั้นต่ำ หวังมัดใจลูกค้า ตัดหน้าคู่แข่งขัน ที่มีข้อจำกัดมากกว่า

นายเฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้ดำเนินกิจการร้านแมคโดนัลด์ เปิดเผยแผนธุรกิจ ว่า ในปีนี้บริษัทฯจะใช้เงินลงทุนเพื่อขยายสาขาใหม่รีโนเวตสาขาเดิม และ เพิ่มบริการแมคดีลิเวอรี่ 1711 รวม 300 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าแผนเดิมที่คาดว่าจะใช้เพียง 200-250 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะจากสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทย ส่งผลกระทบให้กำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว ดังนั้นจึงมองว่าหากต้องการให้ธุรกิจเติบโต จะต้องทำการตลาดเชิงรุก เช่น การขยายสาขา เพิ่มบริการ และเพิ่มเมนูอาหารให้มีความหลากหลาย พร้อมจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายไปพร้อมๆกัน นอกจากนั้นจะต้องเพิ่มความถี่ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ถึงกลุ่มผู้บริโภคด้วย

“ยอมรับว่า 5 เดือนแรกของปีนี้ ยอดขายของแมคไม่เติบโต ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมาจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ ความกังวลด้านความปลอดภัยจากเหตุลอบวางระเบิด ทำให้คนงดเดินห้างสรรพสินค้า จึงกระทบต่อยอดขายของแมคโดนัลด์ เช่นกัน จึงทำให้บริษัทฯต้องปรับกลยุทธ์เข้าหาลูกค้าด้วยการเพิ่มบริการด้านดีลิเวอรี่ให้มากขึ้น”

ทั้งนี้ในรายละเอียดของการดำเนินงาน คือ จะเพิ่มสาขาใหม่อีก 5-6 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จากปัจจุบันแมคฯมีสาขาทั้งหมดกว่า 94 แห่ง ทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังขยายเพิ่มในส่วนของสาขาที่เป็นดีลิเวอรี่อีกไม่น้อยกว่า 10 แห่งในกรุงเทพและปริมณฑล และในปีนี้จะเปิดสาขาที่เป็นแมคคาเฟ่อีก 8-10 สาขา ด้านความหลากหลายของอาหารจะเพิ่มเมนูใหม่เฉลี่ยเดือนละ 1 เมนู ทั้งของคาวและของหวาน ส่วนราคาสินค้าต่อชิ้นหรือต่อเมนู เริ่มต้นที่ 19 บาท ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

นายชิวกล่าวว่า แผนธุรกิจของแมคโดนัลด์ นับจากนี้ไปจะเน้นเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่อยู่กับความเร่งด่วน และเป็นครอบครัวเดี่ยวหรือครอบครัวขนาดเล็ก ดังนั้นการเน้นบริการแบบดีลิเวอรี่จะเหมาะสมที่สุด ซึ่งสิ่งที่แมคฯแตกต่างจากคู่แข่งขันรายอื่นๆ คือ ระยะเวลาให้บริการตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึงเที่ยงคืน หรือ 24 .00 น. และไม่จำกัดขั้นต่ำของการสั่งอาหาร ตั้งเป้าหมายรายได้จากดีลิเวอรี่ปีนี้เติบโตอีก 40-50% จากปัจจุบันดีลิเวอรี่มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 10% ของรายได้รวมของบริษัท

ส่วนภาพรวมของธุรกิจแมคฯปีนี้น่าจะเติบโตได้ 10-15% ซึ่งแผน 5 ปีของบริษัทฯได้กำหนดว่า จำนวนสาขาจะเพิ่มเป็น 3 เท่าของวันนี้ ส่วนการลงทุนจะเฉลี่ยที่ปีละ 300 ล้านบาท ด้านรายได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยในแต่ละปี สำหรับตลาดรวมของร้านอาหารบริการด่วนในประเทศไทย มีมูลค่ากว่า 14,500 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 10-15%

ล่าสุดบริษัทฯจับมือกับดรีมเวิร์ค ผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนแอนิแมนชั่น เชร็ค 3 จัดแคมเปญ “แมคโดนัลด์ เชร็ค 3” ใช้งบโฆษณาประชาสัมพันธ์ 10-15 ล้านบาท ภายใต้คอนเซปต์ Go For Green จัดเซทเมนูอาหาร กรีนแก๊ง ,กรีนโฟลต์ และ เมนูอาหาร แฮปปี้มีล พร้อมชุดของเล่น คอลเลคชั่น เชร็ค 3

นางสาวกรรณิการ์ อัครชัยพานิชย์ ผู้จัดการด้านช่องทางธุรกิจใหม่ (New Business Channal) กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจดีลิเวอรี่ จะเพิ่มความถี่โฆษณาในสื่อทุกรูปแบบ โดยเฉพาะสื่อนอกบ้าน ที่ผู้คนพบเห็นได้บ่อย รวมถึงภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ และ สปอตวิทยุ ซึ่งมีมากถึง 7 สปอต จุดประสงค์ให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับแมคดีลิเวอรี่ และเบอร์โทรสั่งอาหาร 1711 ซึ่งความจริงการไม่กำหนดขั้นต่ำของการสั่งอาหารถือว่ามีความเสี่ยงที่บริษัทฯจะแบกรับต้นทุนสูงมาก เพราะแต่ละครั้งของการส่งอาหารจะเป็นต้นทุนค่าขนส่งไม่น้อยกว่า 30-40% ซึ่งต้องมียอดสั่งตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปจึงคุ้มทุน แต่บริษัทฯเชื่อว่าบริการนี้จะมีข้อดีในเรื่องของได้ใจลูกค้าว่าเราสามารถบริการให้คุณได้ทุกความต้องการ ให้ลูกค้าเกิดจดจำแบรนด์และประทับใจในบริการ ล่าสุดเปิดตัวเมนูใหม่ ฟิช แอนด์ ฟรายส์


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.