|

SCGกวาดรายได้4เดือน3หมื่นล.
ผู้จัดการรายวัน(16 พฤษภาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
นายขจรเดช แสงสุพรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจจัดจำหน่าย เครือซิเมนต์ไทย ( SCG Distribution) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาว่า มีอัตราการขยายตัวลดลงต่ำกว่าที่มีการประมาณการไว้ในปีที่แล้ว เนื่องจากภาวะการณ์เมืองและเศรษฐกิจส่งผลต่อความเชื่อมั่น ขณะเดียวกันการชะลอซื้อที่อยู่อาศัย การก่อสร้างที่อยู่อาศัย รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยในภาคเหนือ, อีสาน และภาคตะวันตกของประเทศ มีอัตราการเติบโตลดลงเฉลี่ย 10% ในขณะที่ตลาดในภาคใต้ ,ตะวันออก และกรุงเทพฯปริมณฑล มีอัตราการเติบโตลดลงประมาณ 5%
ทั้งนี้ การขยายตัวของธุรกิจในภาคเหนือ ,ภาคอีสาน และภาคตะวันตกที่ลดลง ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง แต่เกิดขึ้นกับทุกๆธุรกิจ อาทิ รถยนต์ และจักยานยนต์ ส่วนในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ที่ได้มีการประมาณการว่าจะมีอัตราการขยายตัวลดลง 5-10% นั้น บริษัทได้ประมารการจากจำนวนตัวเลขการขออนุญาตก่อสร้าง ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกมีปริมาณการขออนุญาตก่อสร้างที่ลดลง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในภาคเหนือ ,อีสาน และตะวันตก จะมีปริมาณการขออนุญาตก่อสร้างและอัตราการขยายตัวของธุรกิจวัสดุก่อสร้างที่ลดลงถึง10% แต่ในตลาดกทม.และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก กลับขยายตัวลดลงเพียง5% เนื่องจากตลาดอสังหาริมฯยังมีการขยายตัว ส่วนในภาคใต้น่าจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวจากตลาดอสังหาฯและประสบกับฤดูมรสุม แต่พบว่า ตลาดกลับมีอัตราการขยายตัวในทิศทางที่ตรงกันข้าม เนื่องจากตลาดในจังหวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ยังมีการก่อสร้างโครงการอยู่ต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นฤดูการก่อสร้างของภาคใต้ด้วย
“ ตลาดอสังหาฯในภาคใต้ แตกต่างจากภาคอื่นๆ แม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูมรสุม แต่ผู้ประกอบการก็ยังเร่งการก่อสร้าง เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่จะมาถึง ดังนั้นแม้จะเป็นช่วงฤดูฝนแต่การก่อสร้างยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดรวมของการก่อสร้างในภาคใต้ชะลอเล็กน้อย ”
นายขจรเดช กล่าวว่า สำหรับรายได้จากการดำเนินงานของ SCG Distribution ในช่วง4 เดือนที่ผ่านมา ยังถือว่าต่ำกว่าประมาณการที่วางไว้ โดยมีรายได้รวม 30,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นรายได้จากการขายและการดำเนินงานในประเทศ 60% รายได้จากการขายในต่างประเทศ 30% ส่วนที่เหลืออีก 10% มาจากการดำเนินงานด้านระบบการขนส่งสินค้า หรือระบบรอจิสติก โดยการดำเนินงานในระบบลอจิสติกนี้ เป็นการจัดส่งสินค้าให้ภายในองค์กรเอง 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% เป็นการจัดส่งสินค้าให้ให้แก่ลูกค้าของบริษัท ซึ่งมีทั้งการนำเข้าสินค้า และการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาการชะลอตัวของธุรกิจของบริษัทในปัจจุบันว่า จะพยายามรักษายอดขายไว้ในระดับเดิมที่เป็นอยู่ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มในตัวสินค้า เพิ่มคุณภาพด้านการบริการเพื่อรักษากลุ่มลูกค้าไว้ พยายามขยายสัดส่วนการส่งออกไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากยังมีอัตราการขยายตัวที่ดีอยู่ โดยในปีนี้ตั้งเป้าจะส่งออกปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้นจากเดิม 7 ล้านตันต่อปี เป็น 7.5 ล้านตันต่อปี
นอกจากนี้ SCG ยังได้ยายศูนย์จำหน่ายสินค้าเพิ่ม ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ โดยจะใช้งบประมาณในการลงทุนก่อสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าใหม่นี้ประมาณ 400 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัท เค.อี. แลนด์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ศูนย์การค้าวัสดุก่อสร้างCDC ในย่านเลียบถนนเกษตรนวมินทร์-รามอินทรา ล่าสุด SCG ได้เปิดตัว “สถาบันนายช่างดี” ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมช่างฝีมือ และผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อพัฒนาช่างฝีมือผู้รับเหมาขนาดกลาง และขนาดย่อม ให้ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการของ SCG Distribution ด้วย โดยบริษัทจะใช้งบประมาณปีละ 30 ล้านบาทในการพัฒนาช่างฝีมือและขึ้นทะเบียนโดยจะออกใบรับรองคุณภาพ การันตีคุณภาพงานจากช่างฝีมือที่ผ่านการอบรมจากสถาบันที่ตั้งขึ้น ซึ่งบริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถผลิตช่างฝีมือได้ปีละ300ทีม หรือประมาณ 1,000 รายต่อปี
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|