|

ซัมซุงงัดกลยุทธ์เซ็กเม้นท์เตชั่นดันยอดโต30%คิวต่อไปจีบทหาร
ผู้จัดการรายวัน(10 พฤษภาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
ซัมซุงขยับแต้ม เดินหน้าเจาะช่องทางขายใหม่ รุกกลุ่มเวดดิ้งต่อเนื่อง ต่อจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตอกย้ำกลยุทธ์การตลาดขยายฐานลูกค้าเพิ่ม สนองนโยบายบริษัทแม่ พร้อมเตรียมรุกกลุ่มข้าราชการทหาร และกลุ่มธนาคารต่อไป มั่นใจช่วยเพิ่มรายได้จากการทำตลาดแบบเดิมถึง 30% หรือช่วยกระทุ้งรายได้รวมปีนี้สู่ 17,500 ล้านบาท โตขึ้นอีก 19 % แน่นอน
นายมาร์โค โวคัลเล่ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า จากที่แบรนด์ซัมซุงประสบความสำเร็จในระดับโลกนั้น ล่าสุดทางบริษัทแม่มีนโยบายมุ่งเน้นกลยุทธ์ทำการตลาดแบบใหม่ ใน 3 ช่องทาง คือ 1.ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง 2.ยูธ มาร์เก็ตติง และ 3.เซ็กเมนเตชั่น มาร์เก็ตติ้ง พร้อมจัดตั้งทีมพัฒนาธุรกิจ หรือ บิสซิเนส ดีเวลลอปเมนท์ ขึ้นมาดูแลในการหาช่องทางและโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆมากขึ้น เพื่อสร้างยอดขายร่วมกันระหว่างสินค้าทั้ง 4 กลุ่ม คือ 1.หมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าภาพและเสียง(เอวี) 2.หมวดครัวเรือน(เอชเอ) 3.หมวดไอที และ4. หมวดโทรศัพท์เคลื่อนที่
โดยนโยบายการทำตลาดแบบใหม่นี้ ทางบริษัทฯได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว โดยเริ่มจากกลุ่มยูธ มาร์เก็ตติ้ง ที่จะเน้นในเรื่องของการจัดกิจกรรมในการสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากกว่า เช่น งานแข่งขันฟุตบอลประเพณี จุฬา-ธรรมศาสตร์ ที่เพิ่งผ่านพ้นไป รวมไปถึงการแข่งขันกีฬาในมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเอแบค ด้วยสินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ เทคโนโลยี ต่างๆ
ล่าสุดทางบริษัทฯได้เริ่มทำตลาดในกลุ่มเซ็กเมนเตชั่น มาร์เก็ตติ้ง ไปบ้างแล้ว ในกลุ่มเวดดิ้ง หรือคู่แต่งงานใหม่ เริ่มจากเฟสแรก ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-กรกฎาคม ร่วมกับทางตัวแทนจัดงานแต่งงาน หรือ เวดดิ้ง สตูดิโอ กับแคมเปญ “Imagine the Most Memorable Occasion” และเฟส 2 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน โดยร่วมกับทางดีลเลอร์ในกรุงเทพและปริมณฑลจำนวน 10 ราย ในการจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับคู่แต่งงาน ตอกย้ำกลยุทธ์การขายแบบมิกซ์แอน์แมท ด้วยมูลค่าส่วนสดสูงสุดถึง 30% เมื่อซื้อสินค้าภายใต้แบรนด์ซัมซุงตั้งแต่ 150,001 บาทขึ้นไป
“สาเหตุที่เน้นกลุ่มคู่แต่งงานใหม่นั้น เนื่องจากพบว่าแต่ละปีมีกลุ่มผู้แต่งงานถึง 4 แสนคู่ แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 2.9 หมื่นคู่ (ไม่รวมคู่แต่งงานที่ไม่จดทะเบียน)ซึ่ง 75% ต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่เข้าบ้าน ขณะเดียวกันในคู่แต่งงานใหม่ระดับบนจะมีค่าใช้จ่ายในการซื้อเฉลี่ยคู่ละ 5 หมื่นบาท-1 แสนบาท ส่วนทั่วไปเฉลี่ยคู่ละ 3หมื่นบาท จึงมองว่ากลุ่มดังกล่าวจะเป็นกลุ่มที่สร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี จากงบการทำตลาดสำหรับแคมเปญเวดดิ้งเฉลี่ย 5 ล้านบาทต่อเดือน มั่นใจว่าจะมียอดขายรวมกว่า 30 ล้านบาทจากแคมเปญดังกล่าวแน่นอน”
อย่างไรก็ตามการทำตลาดในกลุ่ม เซ็กเมนเตชั่น มาร์เก็ตติ้ง หลังจากที่รุกในกลุ่มคู่แต่งงานใหม่แล้ว ทางบริษัทฯกำลังวางแผนที่จะรุกในกลุ่มอื่นๆอีกด้วย เช่น กลุ่มธนาคาร เช่น และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และกลุ่มข้าราชการ ในกลุ่มทหารต่อไปด้วย
ส่วนการทำตลาดในกลุ่มไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง นั้น จะเริ่มทำการตลาดอย่างจริงจังในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ โดยจะมุ่งทำกิจกรรมการตลาดผ่านสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ เครื่องเพลงดิจิลตอล เอ็มพี3 เป็นต้น
นายมาร์โค กล่าวต่อว่า กลยุทธ์การทำตลาดในช่องทางใหม่นี้ ถือเป็นกลยุทธ์ที่จะดำเนินไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก โดยในเอเชียนั้น เริ่มไปบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ประเทศเกาหลี และประเทศไทย รวมไปถึงประเทศในแถบยุโรป ซึ่งถึงแม้ว่าไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคจะมีความแตกต่างกันก็ตาม แต่กลยุทธ์ดังกล่าวก็ยังสามารถใช้ทำการตลาดได้เป็นอย่างดี ขณะที่ในประเทศไทยนั้น กลยุทธ์ใหม่นี้ทางบริษัทฯได้เพิ่มงบการตลาดจากเดิมขึ้นอีกกว่า 30% แต่ก็คาดว่าจะมีรายได้จากกลยุทธ์นี้เพิ่มขึ้นอีก 30% ของการทำตลาดในรูปแบบเดิม พร้อมทั้งจะช่วยเสริมรายได้รวมให้เติบโตขึ้นอีกกว่า 19% คิดเป็นมูลค่าถึง 17,500 ล้านบาท ในปีนี้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|