กูรูยันเศรษฐกิจไทยมืดรอบทิศดีทแฮล์มโฟกัสค้าปลีกรายย่อย


ผู้จัดการรายวัน(9 พฤษภาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

เซียนการตลาด ชี้ปีนี้ไม่มีสินค้าแคธิกอรี่ไหนต้านกระแสเศรษฐกิจอยู่ ห้างฯ-โมเดิร์นเทรด ยอดขายติดลบระนาว ผู้บริโภคระดับบนยันรากแก้วไม่ซื้อสินค้า ระบุ 4 เดือน สินค้าอุปโภคบริโภคหดตัว 15% ซัปพลายเออร์-โมเดิร์นเทรด ระเบิดสงครามราคา-โปรโมชัน ณ จุดขาย กระทุ้งยอดขาย "เฮลธ์ ฟู้ดส์"กลายเป็นดาวดับยอดขายลด ดีทแฮล์ม ซบโชวห่วยกระจายสินค้าครอบคลุม รับมือพฤติกรรมผู้บริโภคซื้อของใกล้บ้าน สิ้นปีผลประกอบการโตตามเป้า

นายสมบุญ ประสิทธิ์จูตระกูล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยภาพรวมเศรษฐกิจหลังจากผ่านไปแล้ว 4 เดือนสำหรับปีนี้ว่า เศรษฐกิจประเทศไทยในขณะนี้คาดคะเนได้ยาก เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยพบว่าผู้บริโภคไม่ซื้อสินค้ามากกว่า 2 เดือนแล้ว พฤติกรรมของผู้บริโภคระดับบนและกลางเป็นกลุ่มที่ยังมีกำลังการซื้อดีอยู่แต่ไม่ซื้อสินค้า ส่วนระดับรากหญ้าเป็นกลุ่มที่ไม่มีกำลังการซื้อ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ภาวะดังกล่าวส่งผลให้ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 10-15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาตลาดมีอัตราการเติบโต 4% ดังนั้นขณะนี้บรรดาห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด บางแห่งมียอดขายติดลบหรือถ้ามีอัตราการเติบโตก็เพียง 2-3%

ภาวะตลาดที่เกิดขึ้นมีโอกาสที่ผู้ประกอบการจะนำสงครามโปรโมชันขึ้นมาใช้ โดยเฉพาะในส่วนของจุดจำหน่าย เนื่องจากเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ ส่วนโมเดิร์นเทรดหรือห้างสรรพสินค้ามีโอกาสที่จะนำสงครามราคาขึ้นมาใช้ เพื่อกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นๆ

อย่างไรก็ตามในภาวะอย่างนี้ แบรนด์ซึ่งเป็นผู้นำตลาดจะมีความได้เปรียบ เนื่องจากผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่าแบรนด์อื่นๆ อีกทั้งยังมีงบประมาณการสร้างทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อตอกย้ำตราสินค้าและสร้างการจดจำ ในขณะที่แบรนด์เล็กในภาวะอย่างนี้จะลดงบในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ลง ส่วนการชะลอการเปิดตัวสินค้าใหม่ คาดว่าจะไม่มีมากนักเพราะเป็นแผนที่วางไว้แล้ว

ชี้ไม่มีแคธิกอรี่ใดต้านเศรษฐกิจได้

นายสมบุญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ไม่มีแคธิกอรี่ใดที่กลายเป็นสินค้าดาวรุ่ง อีกทั้งยังพบว่าสินค้าเพื่อสุขภาพที่เป็นดาวรุ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ สภาพตลาดกลับหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้บริโภคมองว่าเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็น ส่วนตลาดเสื้อผ้าหรือสินค้าแฟชั่นหดตัวลงเช่นกัน ขณะที่สินค้าพื้นฐานหรือสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาทิ น้ำตาล ข้าว เป็นต้น ได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก จากปกติในช่วงที่ห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าจำนวนมาก เพื่อเป็นไว้เป็นสต็อก แต่ขณะนี้ผู้บริโภคซื้อสินค้าเฉพาะเท่าที่จำเป็นเท่านั้น


"สิ่งที่รัฐบาลต้องทำในขณะนี้ คือ ต้องสร้างความมั่นใจของผู้บริโภคให้กลับมา โดยพบว่าการลงทุนจากทางภาครัฐไม่ออกมา ส่วนผู้ประกอบการต้องใช้วิธีประคองธุรกิจ และเน้นการบริหารต้นทุนให้ลดลง แต่ไม่ควรชะลอการทำตลาดไปเลย เพราะภาวะเศรษฐกิจปีนี้เมื่อเทียบกับยุคฟองสบู่แตกหรือปี 2540 ยังไม่ถึงกับวิกฤติ โดยในสถานการณ์ปีนี้ยังมีปัจจัยบวกด้านการส่งออกที่มีแนวโน้มสดใส"

ดีทแฮล์มอัดสินค้าเข้าโชวห่วย

นายสมบุญ กล่าวถึงนโยบายการดำเนินการตลาดของบริษัทว่า มีการปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงอาศัยความได้เปรียบจากการเป็นสินค้าที่เป็นผู้นำตลาด เพื่อเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่งจากคู่แข่ง อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะร้านค้าปลีกรายย่อยหรือโชวห่วย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนหันมาซื้อสินค้าใกล้บ้านมากกว่าเดินทางไปโมเดิร์นเทรด

กลยุทธ์ดังกล่าวส่งผลให้ผลประกอบการในส่วนของสินค้าอุปโภคบริโภคมีอัตราการเติบโตเกือบเป็นตัวเลขสองหลัก ดังนั้นคาดว่าสิ้นปีนี้ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ล่าสุดได้ บริษัท แมนดอมคอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมแกสบี้ เป็นลูกค้าประเดิมรายแรกในปีนี้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.