ตลาดแอลซีดีทีวีเดือดราคาร่วง แบรนด์ใหญ่เปิดศึก-แอลจีเครื่องร้อน


ผู้จัดการรายวัน(8 พฤษภาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

ศึกจอภาพแอลซีดี ทีวี ปีนี้ ยังมีการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่องไม่แพ้ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะเข้าสู่ตลาดเมืองไทยมาได้ 2-3 ปีแล้วก็ตาม แต่กระแสความนิยมนั้น ยังคงมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้เนื่อง

จากราคาที่ขยับตัวเฉลี่ยลดลงกว่าครึ่งจากปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีสินค้าให้เลือกซื้อมากมายขึ้น จึงทำให้ผู้บริโภคมีกำลังทรัพย์ที่เพียงพอในการซื้อได้

ทั้งนี้จากข้อมูลทางจีเอฟเค พบว่าความต้องการของตลาดแอลซีดี ทีวีในปีที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ 100,000 เครื่อง โดยแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคสูงสุดได้เปลี่ยนไปแล้ว จากเดิม คือโซนี่ ได้เสียแชมป์ให้กับซัมซุงไป โดยทางซัมซุง มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 38.1 % ส่วนโซนี่ มี 25.2%

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าความต้องการในแต่ละเดือนนั้น ขยับเพิ่มขึ้นมาตลอด นับตั้งแต่เดือน ก.พ.2549-ก.พ.2550 ที่ผ่านมา จากความต้องการ1,245 เครื่องต่อเดือน เพิ่มขึ้นเป็น 11,105 เครื่องในเดือน ก.พ.2550 หรือมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นมากว่า 10 % ทำให้มองว่าแนวโน้มความต้องการของตลาดในปีนี้ จะมีกว่า 250,000 เครื่อง

ซัมซุงชูแอลซีดี ทีวีแขวนผนัง เคลื่อนย้ายมุมได้ และจากความต้องการของตลาดที่มีกว่า 2.5 แสนเครื่องนี้เอง ผู้เล่นในตลาดจึงต้องทำตลาดอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะจูงใจให้ผู้บริโภคยอมควักกระเป๋า ซื้อสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเองให้ได้ สำหรับผู้นำคนใหม่ อย่าง"ซัมซุง" ได้ทุ่มเม็ดเงินอีกว่า 670 ล้านบาท อัดทำตลาดแอลซีดีทีวี อย่างจริงจัง

นายอาณัติ จ่างตระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์ทางการตลาดนั้น จะเน้นความแตกต่างของสินค้าเป็นหลัก โดยเฉพาะยังชูดีไซน์และเทคโนโลยี ภายใต้สโลแกน "The Art of Experience" สำหรับการใช้งาน ซึ่งจอแอลซีดี ทีวีที่แขวนผนังได้นั้น ยังสามารถขยับเคลื่อนย้าย หรือหมุนทำมุมให้สามารถรับชมได้ให้ตรงตามจุดที่ลูกค้าอยู่ ผ่านสัญญาณรีโมทคอลโทล โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายแอลซีดี ทีวีแต่อย่างไร มั่นใจว่าปีนี้จะมียอดขายที่ 1 แสนเครื่องอย่างแน่นอน พร้อมขยับแชร์เป็น 40 %อีกด้วย จากเดิมที่มีอยู่ 38.1 % ในปีที่ผ่านมา

โซนี่ เดินหน้ารุกเทคโนโลยีไฮเดฟฟิเนชั่น อย่างไรก็ตามทางด้านโซนี่ ถึงแม้จะเสียแชมป์ให้กับทางซัมซุงไปแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจที่วางไว้เช่นเดิม โดยยังคงมุ่งเน้น ความเป็นผู้นำเทคโนโลยีไฮเดฟฟิเนชั่นต่อเนื่อง

ซึ่งในปีนี้ทางโซนี่ได้นำจอภาพในระดับโปรเจกชั่น ทีวี ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีไฮเดฟฟิเนชั่น มาเสนอแก่ผู้บริโภคคนไทยอีกครั้ง กับ บราเวีย เอสเอ็กซ์อาร์ดี ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

นาย คาซูโอะ ซูยาม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดเผยว่า โปรเจกชั่น ทีวี ที่บริษัทฯ ได้นำมาจำหน่ายในครั้งนี้ ถือได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในเซกเมนต์ใหม่ โดยทางบริษัทฯ ได้วางไว้เป็นเซกเมนต์ที่อยู่เหนือกว่าแอลซีดีทีวี เนื่องจากมีคุณภาพของภาพที่ถือได้ว่าสูงสุดที่มีอยู่ในท้องตลาดในขณะนี้ แต่ในขณะเดียวกันต้องขึ้นอยู่กับทางผู้บริโภคด้วยว่า จะยอมรับเซกเมนต์ใหม่นี้หรือว่าจะนำเอาไปรวมกับเซกเมนต์แอลซีดี แต่เป็นในระดับโปรเจกชั่นทีวีแทน

นอกจากนี้โปรเจกชั่นทีวี อย่าง บราเวีย เอสเอ็กซ์อาร์ดีนั้น ยังจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีวีจอใหญ่ตระกูลบราเวียอีกด้วย ภายหลังจาก บราเวีย แอลซีดีทีวี ได้รับการตอบรับอย่างสูงทั่วโลก

แอลจีรุกหนัก หลังกระโดดเข้าตลาดไม่ถึงปี

สำหรับแอลจี ถือเป็นผู้เล่นล่าสุดที่เพิ่งกระโดเข้าร่วมวงในตลาดแอลซีดี ทีวีอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม ในปีที่ผ่านมา แต่สามารถมียอดขายไปได้กว่า 10,000 เครื่อง หรือมีส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 10 %

จากความสำเร็จดังกล่าว กลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ จึงยังคงเน้นในเรื่องของการเพิ่มจำนวนสินค้าให้ครบ และมีขนาดให้เลือกมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ 20 นิ้ว ไปจนถึง 47 นิ้ว คาดว่าทั้งปีจะสามารถมีแชร์ในตลาดได้ที่ 10 % แน่นอน

นายอลงกรณ์ ชูจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ถึงแม้ว่าแอลจีจะเพิ่งเริ่มทำตลาดในกลุ่มแอลซีดี ทีวี ในปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่ไตรมาสแรกที่ผ่านมานี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ได้ว่าแอลจีเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้การยอมรับเป็นอย่างดี โดยสามารถมียอดขายแอลซีดี ทีวีได้กว่า 5 หมื่นเครื่อง เติบโตขึ้นกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับยอดขายทั้งหมด10,000 เครื่องในปีที่ผ่านมา ดังนั้นทางบริษัทฯจะมุ่งทำตลาดมากยิ่งขึ้น โดยจะเน้นในเรื่องของการเพิ่มจำนวนรุ่นของแอลซีดี ทีวี ให้ครบทุกความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด ตั้งแต่ขนาด 20 นิ้ว ไปจนถึง 47 นิ้วนั่นเอง


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.