เบียร์ช้างระดม3หมื่นล.หวังเบียดสิงห์


ผู้จัดการรายวัน(24 มีนาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

แหล่งข่าววาณิชธนกิจ เปิดเผยว่าบริษัท เบียร์ไทย 1991 จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเบียร์ ภายใต้สัญญลักษณ์เบียร์ช้าง ที่มีนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าสัวน้ำเมา เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จะเระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปีนี้ โดยจะจัดโครงสร้างบริษัทเป็นลักษณะโฮลดิ้ง มูลค่าเงินระดมทุนรวมประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดโครงสร้างธุรกิจ และบริษัทกลุ่มเหล้าในเครือ

โดยแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์เมอร์ริล ริลภัทร จำกัด เป็นที่ปรึกษาการเงิน และแกนนำจัดจำหน่ายหุ้น

"การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัท เบียร์ไทย ถือเป็นหุ้นไอพีโอที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งในปีนี้ เพราะจะเป็นขนาดของทุนจดทะเบียนใหญ่ที่สุดของ บจ. เอกชนปีนี้ ทำให้มาร์เก็ตแคปของตลาดฯ เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2-3 หมื่นล้านบาท" แหล่งข่าวกล่าว

ระดมทุนหวัง "ตัดตอน" ส่วนแบ่งตลาดเบียร์

เบียร์ช้าง ของเจ้าสัวเจริญ เบียดเบียร์สิงห์ ของกลุ่มตระกูลภิรมย์ภักดี ที่เคยเป็นจ้าวตลาดเบียร์ไทยมานับทศวรรษ หลังจากนายเจริญทุ่มงบผูกขาดถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ที่โสมขาว-ยุ่น เป็นเจ้าภาพร่วม โดยไม่มีโฆษณาคั่น ซึ่งสร้างความฮือฮาทั่วประเทศช่วงนั้น

ส่งผลเบียร์ช้างเบียดเบียร์สิงห์ ผงาดขึ้นแท่นแชมป์เบียร์ไทยสำเร็จ ด้วยรูปแบบการทำธุรกิจที่ถึงลูกถึงคน และกล้าได้กล้าเสีย ของเจ้าสัวเจริญ พร้อมการบังคับขายเบี้ยร์ช้างควบเหล้าแสงโสม ผ่านร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ที่เกือบเป็นปัญหาระดับชาติมาแล้ว

แหล่งข่าวกล่าวว่า การระดมทุนมหาศาลของนายเจริญครั้งนี้ เพื่อใช้เงินสยายปีกกลุ่มเบียร์ช้างต่อเนื่อง รวมถึงการซื้อเครือข่ายเหล้านอก เพื่อให้ธุรกิจน้ำเมาของเขาครบวงจร พร้อม ๆ กับการรักษาแชมป์เบียร์ในประเทศต่อเนื่อง เพื่อ "ผูกขาด ตัดตอน" ความเป็นแชมป์ระยะยาว

ถอนยวงอิมพีเรียล

ก่อนหน้านี้ นายเจริญสั่งถอนยวงเครือโรงแรมอิมพีเรียลจากตลาดหลักทรัพย์ หลังเทกเครือนี้เบ็ดเสร็จจากนายอากร ฮุนตระกูล ผู้ก่อตั้ง และสร้างโรงแรมเครือนี้ จนอยู่ตัว หลังจากที่เขาประสบปัญหาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ซึ่งต้องตัดสินใจขายธุรกิจทิ้ง เพราะไร้ทายาทสืบทอด

การถอนเครืออิมพีเรียลจากตลาดหลักทรัพย์ เพราะนายเจริญมองว่า ขณะนั้น เขามีแหล่งเงินทุนเหลือเฟือ ไม่จำเป็นต้องพึ่งการระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ พร้อมเปลี่ยนชื่อ-ตบแต่งใหม่โรงแรมอิมพีเรียล ถนนวิทยุ เป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว พลาซ่า แอทธินี ปัจจุบัน

ตลท. เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ให้ความสำคัญกับคุณภาพของบริษัทที่จะจดทะเบียนมากกว่าปริมาณ ดังนั้น บริษัทที่มีคุณสมบัติพอจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ จึงต้องเตรียมความพร้อมให้ดี ก่อนจดทะเบียนในตลาด

โดยตลาดหลักทรัพย์ยังคงตั้งเป้าบริษัทที่จะจดทะเบียนปีนี้ 60 บริษัท แบ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ใหม่ อย่างละครึ่ง

ภาษี บจ. ปั 45 เพิ่ม 20%

การที่ภาครัฐเพิ่มแรงจูงใจบริษัทเอกชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยการลดหย่อนการเก็บภาษีนิติบุคคล ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้รับลดหย่อนภาษีจาก 30% เหลือ 25% ส่วนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (เอ็มเอไอ) ปรับลดภาษีนิติบุคลลจาก 30% เหลือ 20% มีผลรอบบัญชีระหว่างปี 2545-2547

ปี 2545 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 373 ยอดภาษีเงินได้นิติบุคคลรวม 37,636 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2544 ที่มียอดรวม 31,256 ล้านบาท ถึง 20.41% ขณะที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ 8 บริษัท รวมบริษัท ไดโดมอน กรุ๊ป และบริษัท ทราฟฟิก คอนเนอร์ โฮลดิ้ง ที่ปัจจุบันย้ายเข้าตลาดหลักทรัพย์หลักแล้ว

ยอดภาษีเงินได้นิติบุคคลรวม 101.1 ล้านบาท จากปี 2544 ที่ 66.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.67% ซึ่งถือว่ารัฐบาลยังได้รับผลประโยชน์จากการเก็บภาษี แม้จะมีมาตรการลดหย่อนให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็ตาม

ตลท.เร่งศีกษายืดลดภาษี บจ.

นายกิตติรัตน์กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์จะศึกษาการยกเว้นภาษีให้บริษัทจดทะเบียน คาดว่าจะมีข้อสรุปภายในปีนี้ว่า จะขยายเวลาหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีกับตลาดหุ้นมากแล้ว ภาคเอกชนจึงควรใช้ประโยชน์ให้เต็มที่

อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าว จะครอบคลุมมาตรการภาษีทุกด้าน ที่รัฐบาลให้สิทธิประโยชน์กับตลาดหลักทรัพย์

"ตลาดหลักทรัพย์จะมีการศึกษาเรื่องการลดหย่อนภาษีนิติบุคคลของบริษัทที่เข้าจดทะเบียน ซึ่งจะหมดสิทธิประโยชน์ในปี 2547 เพื่อให้ได้ข้อสรุปรวดเร็ว

แต่จะไม่ใช้เพื่อเป็นเงื่อนไขดึงบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดฯ จำนวนมาก เพราะขณะนี้ ตลาดหลักทรัพย์เห็นว่า ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณ" นายกิตติรัตน์กล่าว

กรรมการผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า กฏเกณฑ์รับหลักทรัพย์ที่แก้ไข จึงเข้มขึ้น ช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการบางรายให้ความเห็นว่า จะทำให้เอกชนเข้ามาจดทะเบียนยากขึ้น เพราะฉะนั้น บริษัทที่คุณสมบัติไม่ถึงเกณฑ์ จึงควรเตรียมความพร้อม ก่อนเข้ามาจดทะเบียน

รัฐบาลให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่ตลาดหุ้น ประกอบด้วย ภาษีกำไรจากการลงทุนหุ้นสามัญของบุคคลธรรมดา ภาษีกำไรจากการลงทุนหน่วยลงทุน ภาษีกำไรจากการบริหารกองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม(บลจ.) ภาษีนิติบุคคลที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ใหม่



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.