|

"เด็กแม้ว-หัวเหว่ย"ใหญ่คับ TOT
ผู้จัดการรายวัน(30 เมษายน 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
แฉเครือข่ายระบอบทักษิณยังมีฤทธิ์ในทีโอที เปิดโปงพฤติกรรมผู้บริหารระดับบิ๊กเพื่อนซี้ ‘เสี่ยเพ้ง’ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาลและ ‘บุญคลี ปลั่งศิริ’ ชักใยเอื้อประโยชน์ให้ ‘หัวเหว่ย’ เวนเดอร์ตัวใหญ่ในยุครัฐบาลแม้วใหญ่คับทีโอที ทำทุกอย่างเพื่อกลุ่มทุนจีนได้งาน แม้จะตกสเปกทั้งเชิงพาณิชย์-เทคนิค พร้อมใส่ไฟซีอีโอ หวังเดินเกมยึดอำนาจเป็นเลขาฯบอร์ดเอง ด้านคนในทีโอทีทนไม่ไหว ชี้ควรตรวจสอบทุกโครงการหัวเหว่ยที่ไม่เสร็จพร้อมขึ้นบัญชีดำไม่ให้ร่วมประมูลงานใหม่ ตามนโยบาย ‘สิทธิชัย โภไคยอุดม’ รมว.ไอซีที
แหล่งข่าวในบริษัท ทีโอที กล่าวว่าในขณะนี้ผู้บริหารทีโอทีที่มีความใกล้ชิดกับระบอบทักษิณ ยังคงแฝงตัวและปฏิบัติการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบริษัทหัวเหว่ยจากประเทศจีนที่ได้รับการป้อนงานจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์(เวนเดอร์)จากรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกรงกลัวพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ประธานกรรมการ(บอร์ด)ทีโอที โดยผู้บริหารระดับสูงคนนี้ในอดีตมักกล่าวเสมอมาว่าเป็นเพื่อนสนิทนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรมว.คมนาคม พรรคไทยรักไทย มีความสนิทสนมนายบุญคลี ปลั่งศิริ ผู้บริหารกลุ่มชินคอร์ป และทำงานให้หัวเหว่ยหลายโครงการ
สั่งลูกน้องส่ง SMS หวังปลดซีอีโอ
ผู้บริหารระดับสูงคนนี้อาศัยความไม่ลงรอยระหว่างบอร์ดเล็กทีโอที ที่คอยจ้องจับผิดนายสมควร บูรมินเหนทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และกลุ่มผู้บริหารภายในทีโอทีซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชาตนเอง ที่ไม่ชอบนายสมควรเป็นการส่วนตัว ปฏิบัติการใส่เกียร์ว่างเพราะเชื่อว่านายสมควรไม่น่าจะผ่านการประเมินผลจากบอร์ดเล็ก รวมทั้งน่าจะนั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ไม่นาน ด้วยการสั่งให้ผู้บริหารทีโอทีระดับผู้ช่วยและฝ่ายทั่วภูมิภาค ส่งข้อความสั้นหรือ SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของ กรรมการบอร์ดทีโอทีบางคนทำนองไม่สนับสนุนนายสมควร
“เขาให้คนส่งข้อความโจมตีกรรมการผู้จัดการใหญ่ หวังให้ปลดสมควร เพราะต้องการนั่งในตำแหน่งเลขาบอร์ดแทน นอกจากนี้เขามักกล่าวอ้างตอนนี้ว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับนายสิทธิชัย โภไคยอุดม รมว.ไอซีที หวังได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากบอร์ด”
นอกจากนี้ยังใช้ตัวแทนพนักงานทีโอทีบางคนเดินเกมออกหน้าเพื่อช่วยหัวเหว่ย เหตุการณ์ล่าสุดคือมีการทำหนังสือคัดค้านทีโออาร์การประกวดราคางานจ้างเหมาติดตั้งอุปกรณ์ระบบชุมสายและโครงข่ายรองรับการให้บริการบรอดแบนด์ ในพื้นที่ภาคขายและบริการนครหลวงที่ 4 ที่กำหนดยื่นซองประกวดราคาในวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีการล็อกสเปกให้อุปกรณ์บางยี่ห้อ ทั้งๆที่ในความจริงสเปกดังกล่าวเปิดกว้างให้มีผู้เสนออุปกรณ์เข้าร่วมประกวดราคาได้หลายราย ซึ่งปรากฏว่านายสมควรได้สั่งการให้เลื่อนการยื่นซองประกวดราคาออกไปก่อน พร้อมทั้งให้เรียกประชุมผู้ซื้อซองเพื่อตอบคำถามทางเทคนิคให้เข้าใจแบบโปร่งใสว่าไม่ได้มีการล็อกสเปกอย่างที่ถูกกล่าวหา
แต่ในขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา พนักงานในสังกัดผู้บริหารระดับสูงคนนี้ก็พาตัวแทนหัวเหว่ยหลายคนตบเท้าเข้าพบคนที่เขียนสเปก ทั้งขู่และปลอบ หวังให้มีการแก้ไขสเปกใหม่ ให้เข้าทางหัวเหว่ยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในสมัยระบอบทักษิณ ทั้งๆที่อุปกรณ์ของหัวเหว่ยพิสูจน์ว่ามีปัญหาโดยถูกตีตกทั้งเงื่อนด้านพาณิชย์ และเงื่อนไขด้านเทคนิคในโครงการงานซื้อพร้อมติดตั้งอุปกรณ์เพื่อให้บริการ Metro LAN พื้นที่ภาคขายและบริการภูมิภาคที่ 2 (พื้นที่ชุมสายอุดรธานี หนองคาย ขอนแก่น ฯลฯ) โดยวิธีประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออคชั่น)
หัวเหว่ยตกสเปกเมโทร แลน
โครงการดังกล่าวมี 4 บริษัทร่วมเสนอราคาประกอบด้วยบริษัท แอสตรา คอมมิวนิเคชั่น เซอร์วิส ,บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) ,บริษัท เอ.แอล.ที.อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่นและเทเลคอม แอดวานซ์-หัวเหว่ย คอนซอเตียม ซึ่งหลังจากประธานเปิดซองพิจารณาเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มหัวเหว่ยตกทั้งเงื่อนไขพาณิชย์และเงื่อนไขเทคนิค โดยด้านพาณิชย์ตกด้วยเหตุผล 4 ข้อคือ
1.การเสนอรายการอุปกรณ์ที่เป็นฮาร์ดแวร์สำหรับติดตั้งเป็นระบบบริหารจัดการโครงข่าย ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดข้อ 1.2.1 และข้อ 1.2.2
2.อุปกรณ์ Repeater ยี่ห้อ PANDATel ซึ่งผู้เสนอราคาเสนออุปกรณ์ของผู้ผลิตรายอื่นที่ไม่ใช่ของผลิตภัณฑ์ของผู้ร่วมการงาน (คอนซอเตียม) เอง ตามเงื่อนไขข้อกำหนดข้อ 1.2.5 ซึ่งระบุว่าต้องเสนอสำเนาหนังสือรับรองการเป็นตัวแทนให้เป็นผู้จำหน่าย ซึ่งเป็นเอกสารที่ต้องเสนอตามรายละเอียดในบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 แต่ผู้เสนอราคาไม่ได้เสนอเอกสารสำเนาหนังสือตามข้อกำหนดข้างต้น
3.อุปกรณ์ Media Converter ยี่ห้อ PHOTON ที่เสนอก็ไม่มีสำเนาหนังสือแต่งตั้งการเป็นตัวแทนจำหน่ายตามข้อกำหนด 1.2.5 ซึ่งเป็นเอกสารที่ต้องเสนอตามรายละเอียดในบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ผู้เสนอราคาไม่ได้เสนอเอกสารดังกล่าวมาในขั้นตอนการเสนอคุณสมบัติด้านเทคนิค
4.RADIUS Software ที่เสนอก็ไม่มีสำเนาหนังสือตามข้อกำหนดข้อ 1.2.5 ซึ่งทั้งเหตุผลทั้ง 4 ข้อถือว่าผู้เสนอราคายื่นเอกสารไม่ครบถ้วน ซึ่งทีโอทีถือเป็นสาระสำคัญที่สงวนสิทธิ์จะไม่รับพิจารณาการเสนอราคา
นอกจากนี้ กลุ่มหัวเหว่ยยังตกเงื่อนไขด้านเทคนิคอีก 7 ประเด็นประกอบด้วย 1.อุปกรณ์ที่เป็น Core Router ในโครงข่ายของหัวเหว่ยรุ่น NetEngine 40E นั้นไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของทีโอทีข้อ 4.1.8 โดยอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถรองรับการเชื่อมต่อตามข้อกำหนดที่อ้างถึงได้
2.Core Router ของหัวเหว่ยรุ่น NetEngine 40E ไม่สามารถ Comply ตามข้อกำหนดข้อที่ 4.1.26 ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อกับไอพี เน็ตเวอร์กของทีโอทีได้
3.อุปกรณ์ Metro Switch ของหัวเหว่ยรุ่น S3928P นั้นไม่สามารถรองรับตามข้อกำหนดข้อ 4.11.26 ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อกับไอพี เน็ตเวอร์กของทีโอทีได้
4.อุปกรณ์ LAN Switch ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ระบบบริหารจัดการ (NMS) ซึ่งเป็นยี่ห้อหัวเหว่ยรุ่น S3928P นั้นไม่รองรับตามข้อกำหนดข้อ 4.11.26ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อกับไอพี เน็ตเวอร์กของทีโอทีได้
5. อุปกรณ์ Repeater ที่เสนอยี่ห้อ PANDATel และอุปกรณ์ Interface เป็น FX-IH ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทีโอทีกล่าวคืออุปกรณ์และ Interface ดังกล่าวไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านเทคนิคข้อที่ 4.5.4 Interface Card ก็ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านเทคนิคข้อ 4.5.5 อุปกรณ์ Repeater ก็ไม่รองรับการบริหารจัดการตามข้อกำหนดข้อที่ 4.5.9 และไม่มีรายละเอียดที่แสดงว่าสามารถรองรับการทำงานตามข้อกำหนดข้อที่ 4.5.11
6.RADIUS Software ก็มีคุณสมบัติที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขข้อกำหนดข้อที่ 4.9.1.1 และข้อ 4.9.1.7 รวมทั้งข้อที่ 4.9.12 ที่ระบุว่าสามารถกำหนด Profile ได้เพื่อช่วยในการ setup แต่RADIUS Software ที่เสนอมาไม่มีรายละเอียดการทำงานตามฟังก์ชั่นดังกล่าว
7. อุปกรณ์ Media Converter ที่เสนอยี่ห้อ Photon และเสนอ Rack Shelf รุ่น PTD305F อุปกรณ์ Master Control Card รุ่น PTD551L และอุปกรณ์ Slave Control Card รุ่น PTD551C นั้นมีคุณสมบัติที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
แหล่งข่าวกล่าวว่าหลังจากที่คณะกรรมการปรับให้หัวเหว่ยตกเนื่องจากผิดเงื่อนไขด้านพาณิชย์ 4 ประการ ผิดเงื่อนไขด้านเทคนิค 7 ข้อ ปรากฏว่า ผู้บริหารคนอื่นๆรวมทั้งคนที่รับผิดชอบโดยตรงก็ไม่มีคนค้าน แต่มีเพียงบิ๊กทีโอทีรายนี้ที่ไม่พอใจอย่างมาก โดยสั่งให้คนใกล้ชิดโทรศัพท์ไปสอบถามประธานกรรมการประกวดราคา ทำนองว่าทำไมให้หัวเหว่ยตก ขณะเดียวกันเขาได้สั่งการให้กลับมาทบทวนใหม่ เพราะเป็นผู้รับผิดชอบงานในส่วนภูมิภาคทั้งหมด รวมทั้งต้องการให้นายสมควร ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ต้องชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการประมูลครั้งนี้คือคอนซอเตียมที่ประกอบด้วยบริษัท แอดวานซ์ เทเลคอมกับหัวเหว่ยนั้นปรากฏว่ากรรมการบริษัท แอดวานซ์ เทเลคอมเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด 4 คนคือนายเท็ดสิโอะ ฟูจิตะ นายคิโยชิ ยามากุชิ นายฮิเดะโนริ อิมานิชิและนายยูกิฮิสะ มัทสุโมโตะ โดยกรรมการที่ลงชื่อผูกพันบริษัทได้คือนายฮิเดะโนริ อิมานิชิ บริษัทมีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท
หลังถูกปรับตก หัวเหว่ยได้ส่งหนังสืออุทธรณ์ ด้วยการอ้างเหตุผลว่าโครงการ Metro LAN ที่อุปกรณ์หลักคือ Core Router และ Metro Switch นั้นหัวเหว่ยได้เคยเสนอโครงการในลักษณะเดียวกันนี้ให้ทีโอทีหลายๆโครงการ ซึ่งก็ได้ผ่านการพิจารณาทั้งด้านพาณิชย์และด้านเทคนิค โดยไม่มีปัญหา
อย่างไรก็ตามการอุทธรณ์ของหัวเหว่ยครั้งนี้ ในความคิดของคณะกรรมการเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาเห็นว่าคำอุทธรณ์หรือคำคัดค้านฟังไม่ขึ้นหรือฟังขึ้นแต่ไม่มีผลการเปลี่ยนแปลงผลการพิจารณาที่ได้แจ้งไปแล้วจึงขอยืนยันผลการคัดเลือกเบื้องต้นตามเดิม
“ประเด็นที่น่าสังเกตคือที่ผ่านมา ผู้บริหารทีโอทีร่วมมือกับหัวเหว่ย ทำให้หัวเหว่ยผ่านการพิจารณาด้านเทคนิค ทั้งๆที่ควรจะตกมากมายหลายโครงการ จนกลายเป็นบรรทัดฐานให้หัวเหว่ยเอามาอ้างได้ว่าเคยเสนอแบบนี้ครั้งก่อนทำไมผ่าน แต่คราวนี้ทำไมตก ซึ่งกรรมการผู้จัดการใหญ่น่าจะสั่งตั้งกรรมการสอบทุกโครงการที่หัวเหว่ยประมูลในลักษณะนี้ แต่ไม่ถูกปรับตก ว่าเกิดอะไรขึ้นและใครควรรับผิดชอบ” แหล่งข่าวกล่าวและย้ำว่านอกจากนี้บอร์ดทีโอที ควรสั่งการอย่างเร่งด่วนไปยังกรรมการผู้จัดการใหญ่ให้สนองนโยบายรมว.ไอซีทีที่ให้ขึ้นบัญชีดำบริษัทที่ติดตั้งงานไม่แล้วเสร็จ ไม่ให้เข้าร่วมประมูลงานใหม่ เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายกับทีโอที
“หากปฏิบัติตามนโยบายรมว.ไอซีทีอย่างเคร่งครัด ก็น่าติดตามงานของหัวเหว่ยมากที่สุด เพราะตอนนี้เรียกว่าชี้ไปที่งานไหน ก็ดูเหมือนไม่เสร็จสักงาน แต่ที่ผ่านมามีผู้บริหารทีโอทีบางคนคอยช่วยเหลือ บางงานยังใช้ไม่ได้ก็ช่วยให้ตรวจรับได้ เพราะจะได้เงินไปแบ่งสรรปันส่วนกัน”
พฤติกรรมฉาวบิ๊กทีโอที
พฤติกรรมฉาวของผู้บริหารระดับสูงทีโอทีคนนี้ ยังมีอีกมากที่เอื้อประโยชน์หัวเหว่ยและทำให้ทีโอทีเสียหายมากอย่างโครงการปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 470 เมกะเฮิรตซ์มาเป็น CDMA 2000-1X และการซื้อโทรศัพท์ลูกข่ายอีกจำนวน 1 หมื่นเครื่องจากหัวเหว่ย ปรากฏว่ายังไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในฐานะที่รับผิดชอบไทยโมบายผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในย่านความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ก็มีเรื่องอื้อฉาวและทำให้ทีโอทีเสียหายมากอย่างการเซ็นสัญญทำการตลาดบริการไอพีกับบริษัท มิลคอม ซิสเต็ม ที่ทำให้มิลคอมฯกลายเป็นทีโอที 2 ซึ่งบอร์ดเก่าสั่งให้มีการยกเลิกสัญญาไปนานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
รวมทั้งยังมีเรื่องการนำทราฟิกเถื่อนจากต่างประเทศเข้ามาผ่านไทยโมบายแล้วไปออกเบอร์ทีโอทีจำนวนมาก มีหลายบริษัทโดยไม่แน่ใจว่าแต่ละบริษัทมีการทำสัญญากับไทยโมบายอย่างถูกต้องในเรื่องการแบ่งรายได้หรือไม่เพราะไม่เคยมีการนำสัญญามาเปิดเผย รวมทั้งไม่รู้ว่ารายได้ที่ไทยโมบายควรได้รับ ผันไปเข้ากระเป๋าใครแทนหรือไม่เพราะไม่เคยมีการตรวจสอบปริมาณทราฟิก ไม่มีแม้กระทั่งการบันทึกหรือออกใบแจ้งหนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องทำให้ประเทศชาติเสียหายมากหรือการซื้อโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 หมื่นเครื่องเป็นเงิน 30 ล้านบาทของไทยโมบาย ซึ่งมีการอนุมัติจัดซื้ออย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ไทยโมบายหนี้ท่วมหัว งบซ่อมบำรุงก็ไม่มี โฆษณาก็ไม่มี การปรับปรุงระบบงานก็ไม่มี ลูกค้าก็ทยอยเลิกใช้บริการ ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเครื่องมาขายเอง แต่ก็ดันทุรังจนได้ อ้างว่าเป็นการกระตุ้นยอดขาย อ้างว่าเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นจ้างทำพิเศษ มีโลโก้ไทยโมบายตอนเปิดเครื่อง แต่ฟังก์ชั่นน้อยมาก เทียบไม่ได้กับเครื่องรุ่นอื่นที่วางขายในตลาด แถมขายได้น้อยมาก ในขณะที่ไทยโมบายมีเงินสดหมุนเวียนในขณะนี้เพียงไม่กี่แสนบาทเท่านั้น
นอกจากนี้ยังเป็นที่รู้กันในทีโอทีว่า ผู้บริหารระดับสูงที่อื้อฉาวมีพฤติกรรมที่ไปเกี่ยวพันเรื่องที่น่าสงสัยอย่างเรื่อง อาทิ ตำนานซื้อของขวัญให้ลูกค้าวีไอพี ซึ่งทุกๆปีทีโอทีจะมีงบการตลาดไว้ซื้อของชำร่วยให้ลูกค้าวีไอพี แต่ปรากฏว่าใช้วิธีสั่งการด้วยวาจาให้ซื้อของขวัญจากบริษัทลูกท่าน ด้วยงบประมาณที่เกินกว่าอำนาจอนุมัติของจังหวัด แต่บางจังหวัดก็ยอมเซ็นเกินแสนบาท ซึ่งปี 2548 ฟันไปกว่า 3 ล้านบาท นอกจากนี้ของชำร่วยที่ถูกบังคับให้ซื้อคุณภาพก็ไม่ได้เรื่อง หากมีการตรวจสอบก็จะพบความจริง
ตำนานเรื่อง Loop Care Test ซึ่งทำให้ทีโอทีเสียหายกว่า 32 ล้านบาทเพราะซื้อมาก็ไม่ได้ใช้งาน แถมตอนซื้อก็มีการถีบบริษัทที่ไม่ใช่พวกพ้องของตัวเองให้ตกสเปก ซึ่งบอร์ดสามารถตรวจสอบได้ที่ชุมสายสระบุรี ชุมสายนครปฐม ชุมสายอยุธยาและชุมสายสมุทรสาคร
“เขา เล่นแรงและพร้อมทำลายทุกอย่างที่ขวางทางหัวเหว่ยถึงขนาดให้ลูกน้องเดินแจกใบปลิวโจมตีท่านบรรณวิทย์ (พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน) กล่าวหาซีอีโอว่าล็อกสเปกงานประมูลนครหลวง 3 หวังให้เกิดความปั่นป่วนในทีโอที แล้วตัวเองจะได้ฉวยโอกาส อ้างความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นรมว.ไอซีที ทำให้บอร์ดไว้ใจ ทั้งๆที่เบื้องหลังยังทำประโยชน์ให้ระบอบทักษิณอยู่”แหล่งข่าวกล่าว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|