|

ชาญอิสสระฯชะลอพัฒนาบ้านเดี่ยว หันเอาดีซิตี้คอนโดฯ-พ่วงชายทะเล
ผู้จัดการรายวัน(9 เมษายน 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
บิ๊กชาญอิสสระฯ ระบุตลาดคอนโดมิเนียมติมชายทะเลยังโตต่อเนื่อง ระบุแค่เปิดขายโครงการบ้านชานทะเล ริมชายหาดชะอำแค่วันเสาร์วันเดียว กวาดไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปียอดขายทะลุเป้า 500 ล้านบาท ชี้แนวโน้มธุรกิจมุ่งตลาดคอนโดฯในเมืองและแหล่งท่องเที่ยว แต่พักพัฒนาตลาดบ้านเดี่ยว เปรยยอดขายปี 50 โตต่อเนื่อง แค่โครงการศรีพันวา ภูเก็ต มียอดขายกว่า 900 ล้านบาทภายในสิ้นปี
นายสงกรานต์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือCI เปิดเผยถึงสภาพตลาดคอนโดมิเนียมริมชายหาดชะอำ-หัวหินว่า ยังมีความต้องการซื้อจากผู้บริโภคทั้งในกรุงเทพฯและนักลงทุนต่างประเทศ โดยซื้อไว้เพื่อการพักผ่อนและซื้อเพื่อการลงทุนในลักษณะการปล่อยเช่า ซึ่งจะเห็นได้จากโครงการคอนโดมิเนียม บ้านชานทะเล ริมชายหาดชะอำ ซึ่งเป็นโครงการที่ 2 ของบริษัท ชาญอิสสระ วิภาพล จำกัด ในฐานะบริษัทย่อยที่ได้เปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าลูกค้าให้การตอบรับอย่างล้นหลาม เพียงแค่วันเสาร์วันเดียว มียอดจองซื้อได้กว่า 300 ล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปีน่าจะสร้างยอดขายได้เกินกว่าเป้าที่วางไว้ประมาณ 450-500 ล้านบาทอย่างแน่นอนอน
สำหรับโครงการบ้านชานทะเล พัฒนาบนเนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ มูลค่าโครงการประมาณ 1,400 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ 6 อาคาร จำนวน 175 ยูนิต โดยอาคารA,B,C และD จะติดชายทะเล สูง 4 ชั้น เฉพาะอาคารเอ จะมีเพียง 8 ยูนิต ยูนิตละ 2 ชั้น ชั้นล่าง 2 ยูนิตจะมีสระว่ายน้ำเป็นส่วนตัว โดยเสนอราคาขายประมาณ 43 ล้านบาท พื้นที่ประมาณ 395 ตารางเมตร ส่วนอาคารEและF จะเป็นอาคารสูง 7 ชั้น อยู่ด้านหลังของโครงการ ซึ่งอาคารE จะมีลักษณะเป็นอาคารรูปตัวแอล มีจำนวนประมาณ 111 ยูนิต
"ที่ดินแปลงดังกล่าวตนใช้เวลาในการหาที่ดินประมาณปีครึ่ง และคิดว่าเป็นที่ดินที่มีศักยภาพติดชายหาด ซึ่งที่ดินในลักษณะนี้ ค่อนข้างหากยากมากในชะอำ ประกอบกับราคาที่ดินได้ปรับขึ้นจากประมาณ 8 ล้านบาทต่อไร่ เป็น 15-16 ล้านบาทต่อไร่ ทำให้เชื่อมั่นว่า จะเป็นโครงการเด่นอีกโครงการหนึ่งในชะอำ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการบริหารโครงการนั้น นอกจากการขายห้องชุดแล้ว ยังมีบริการให้เช่าแก่เจ้าของห้องชุด เนื่องจากตนได้หลักแนวคิดมาจากการพัฒนาโครงการศรีพันวา ที่ภูเก็ต ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและโครงการอย่างต่อเนื่อง "นายสงกรานต์กล่าว
ในส่วนทิศทางการลงทุนของบริษัท กรรมการผู้จัดการกล่าวว่า ในปีนี้จะมีการเปิดโครงการใหม่ประมาณ 3 โครงการ(รวมโครงการคอนโดมิเนียมที่ชะอำ) และมีโครงการต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาโครงการที่ศรีพันวา ภูเก็ต ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมที่ลาดพร้าว คาดว่าภายใน 2-3 เดือนจะรู้ผลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแบบของโครงการ
"ตอนนี้ชาญอิสสระ คงจะหันจากการพัฒนาตลาดบ้านเดี่ยวมาสู่ตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองและคอนโดมิเนียมตามแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากมีศักยภาพและมีแนวโน้มที่จะเติบโต โดยตนได้พิจารณาที่ดินในชะอำไว้หลายแปลง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ และจากนี้ไป โครงการของบริษัทจะเน้นที่ภูเก็นและชะอำเป็นส่วนใหญ่ "
ในส่วนแนวโน้มของยอดขายในปี 2550 คาดว่าจะเติบโตกว่าปี 2549 เนื่องจาก โครงการศรีพันวา จังหวัดภูเก็ต สามารถทำยอดขายได้ดีมาก โดยมียอดขายที่รอบันทึกเป็นรายได้มาปีนี้ประมาณ 300 ล้านบาท บวกกับยอดขายปัจจุบัน 300 ล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปีจะสามารถสร้างยอดขายรวมในส่วนของโครงการศรีพันวากว่า 900 ล้านบาท ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมลาดพร้าว ในปีนี้คงจะรับรู้รายได้ไมมาก แต่จะเพิ่มสัดส่วนในปี 2551 เป็นต้นไป
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|