สตูดิโอไฮเทค

โดย ไพเราะ เลิศวิราม
นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

วิวัฒนาการของห้องสตูดิโอจัดทำและถ่ายทอดรายการ นับเป็นการสะท้อน การเติบโตของอุตสาหกรรมวิทยุได้ในระดับหนึ่ง

การให้ความสำคัญกับนำระบบไอทีมาช่วยในการจัดรายการเพลงเป็นสิ่งหนึ่ง เอ-ไทม์ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีมานี้

"แต่ละคลื่นมี concept มีโครงสร้างของคลื่นที่ครอบคลุมอยู่การใช้ไอทีของเรา มาช่วยอำนวยความสะดวก ไม่ได้ทำเหมือนต่างประเทศที่ใช้เทคโนโลยีมาจัด ให้ดีเจกดปุ่มอย่างเดียว" พี่ฉอด หรือสายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา บอกกับ "ผู้จัดการ" ถึงพัฒนาการต่อเนื่องของการลงทุนด้านไอทีของ เอ-ไทม์

ด้วยข้อจำกัดของเทคโนโลยี และธุรกิจเพลงในอดีต ที่เป็นแต่เพียงผู้จัดรายการรายย่อย ที่เช่าเวลาเพียงแค่ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมงมาจัดรายการ ทำให้การลงทุนสตูดิโอเป็นของตัวเองยังเป็นเรื่องห่างไกลเกินฝัน

"ตอนนั้นไม่มีใครกล้าลงทุน ถึงขั้นทำห้องส่งเอง เพราะเป็นการลงทุนมหาศาล และสัญญาแค่ปีเดียว ไม่มีใครรู้ว่าปีหน้าจะไปอยู่สถานีไหน ผู้จัดส่วนใหญ่ยังเป็นรายย่อยๆ" อภิสิทธิ์ ปุณณะนิธิ ผู้จัดการ Studio and Broadcasting อดีตดีเจ ที่ผันตัวเองมาดูแลงานเทคนิค

จนกระทั่งเมื่อเทคโนโลยีระบบสื่อสัญญาณผ่านดาวเทียม และระบบเคเบิลเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง บวกกับ ความชัดเจนของธุรกิจวิทยุที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจไหนที่มีกำลัง ก็เริ่มเปลี่ยนหันมาลงทุนสร้างห้องสตูดิโอเป็นของตัวเอง และเชื่อมสัญญาณผ่านเคเบิลไปออกที่สถานีถ่ายทอด

"เดิมที เราต้องไปจัดรายการที่ สถานีวิทยุ หรือบางครั้งก็ให้พนักงานส่งเอกสาร ขี่มอเตอร์ไซค์ หิ้วเทปเป็นถุงไปส่งสถานี เพื่อออกอากาศให้ทันเวลาถ่ายทอดรายการ" อภิสิทธิ์ย้อนอดีต

จนกระทั่งเมื่อธุรกิจเริ่มอยู่ตัวมีรายได้เเข้ามาต่อเนื่อง ทำให้เอ-ไทม์ มีเงินลงทุนมากพอสร้างสตูดิโอจัดรายการเป็นของตัวเอง

แม้ว่า ในเวลานั้นยังเช่าอาคารซีมิคทาวเวอร์จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยังไม่ได้เป็นเจ้าของตึกของตัวเอง แต่ด้วยธุรกิจที่ขยายตัวทำให้เอ-ไทม์ ใช้เงิน 40 ล้านบาท ลงทุนสร้างห้องจัดรายการ 4 ห้อง ห้องผลิต 2 ห้อง และห้องอัดรายการ หรือ sound boot อีก 2 ห้อง

"การลงทุนช่วงนั้น เอ-ไทม์ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดอยู่แล้ว พอมาสร้างสตูดิโอเอง ทำให้เราทำงานสะดวกขึ้น การติดต่อกันผ่านผลิต การตลาดง่ายขึ้น" อภิสิทธิ์บอก

ระบบการใช้งานในห้องสตูดิโอของเอ-ไทม์ในยุค นั้น แม้ว่ายังไม่ได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้งาน แต่เรียกว่าเป็นการยกระดับของการทำธุรกิจให้เข้าสู่มาตรฐานระดับสากล

ห้องจัดรายการถูกเป็นสัดเป็นส่วน การทำงานของดีเจได้รับความสะดวกมากขึ้น สปอตโฆษณา และเสียงประกอบ (sound effect) ที่อยู่ในรูปเทปคาสเซตต์ เปลี่ยนมาอยู่ในรูปของ floppy disk ช่วยให้ระบบการทำงานของดีเจ ที่ต้องมีกิจกรรมร่วมกับผู้ฟังทำได้สะดวก และรวดเร็วขึ้น ระบบเสียงดีขึ้น แต่ส่วนการเปิดเพลงยังต้องใช้แผ่นซีดี

"ตอนนั้นเราไปดูงานในต่างประเทศ ไปดูว่าสตูดิโอไหน ที่เขาใช้ระบบมาตรฐานเราไปดูหมด อย่างสถานีวิทยุบีบีซีเราก็ไปดู สตูดิโอที่เอ-ไทม์สร้างในช่วงนั้น ถือว่าได้มาตรฐานของโลก ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น เสียงดีขึ้น" อภิสิทธิ์ย้อนถึงการลงทุนสร้างห้องสตูดิโอ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

จนกระทั่งเมื่อมีการย้ายสำนักงานมาอยู่ที่อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ การลงทุนสร้างสตูดิโอใหม่ เริ่มขึ้นอีกครั้ง และถือเป็นพัฒนาการต่อเนื่องของไอที ที่ต้องลงทุนต่อเนื่องตลอดเวลา

ครั้งนี้ นอกจากข้อจำกัดในเรื่องของเทคโนโลยี disk drive ที่ไม่มีการผลิตอีกต่อไป ทำให้ยากต่อการดูแลรักษา การลงทุนสร้างห้องสตูดิโอใหม่ให้เทียบเคียงมาตรฐานในครั้งนี้ ยังทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความเป็น format station ของเอ-ไทม์ ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จของรูปรายการ ที่มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ฟังรายการในแบบสองทาง ผ่านกิจกรรมต่างๆ การเปิดให้โทรศัพท์เข้ามาขอเพลงในรายการ เล่นเกมทายปัญหา ชิงบัตรชมคอนเสิร์ต ทำให้เอ-ไทม์มองเห็นจำเป็นของการมีอุปกรณ์เครื่องมือในห้องจัดรายการ เพื่อสร้างความสะดวกให้กับดีเจในการทำรายการให้สอดคล้องกับ format station มากที่สุด

"ประเทศอื่นๆ เขาเปิดเพลง 10 เพลง ดีเจพูดครั้งเดียว สลับด้วยข่าวพยากรณ์อากาศ ตลาดหุ้น แต่ของเราดีเจต้องติดต่อกับคนฟังตลอดเวลา มีกิจกรรมของคลื่น จัดคอนเสิร์ต เล่นเกม เป็นรูปแบบการจัดรายการวิทยุที่เป็นแบบเฉพาะตัว ไม่เหมือนกับประเทศไหนๆ ในโลก ต้องหาระบบที่มาประยุกต์ใช้กับการทำงานของเราให้มากที่สุด" อภิสิทธิ์ย้อนอดีตถึงที่มาของการลงทุนห้องสตูดิโอจัดรายการวิทยุของเอ-ไทม์ บนชั้น 38

สตูดิโอจัดทำรายการ ถูกสร้างขึ้น 5 ห้องรองรับ 5 รายการ เพื่อให้สอดรับกับคอนเซ็ปต์รายการของแต่ละคลื่น

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากการลงทุนในครั้งนี้ อยู่ที่การเปลี่ยนมาใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการเปิดเพลงของดีเจ ที่ถือเป็นการยกระดับการจัดทำรายการให้เข้ากับมาตรฐานสากล

ซีดีเพลงทั้งหมด รวมทั้งสปอตโฆษณา และเสียงประกอบ ถูกจัดเก็บในรูปไฟล์ดิจิตอลในเครื่องคอมพิวเตอร์ server ที่ถูกแบ่งแยกตามแต่ละสถานี

แทนที่ดีเจจะต้องเปิดเพลงจากแผ่นซีดี เปลี่ยนคีย์จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สามารถค้นหา หรือเลือกเพลงจากโปรแกรม

"ระบบทำถึงขั้นต่อเพลงให้เลย แต่เราไม่เลือกวิธีนั้น เพราะรายการวิทยุไทยกับฝรั่งไม่เหมือนกัน ต่างประเทศดีเจไม่ได้เลือกเพลงเองจะพูดเชื่อมอย่างเดียว music director เป็นคนเรียงเพลง ใส่ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ หลังจากจบด้วยเสียงเปียโน ต่อด้วยเพลงอะไร ใครกรอกตรงนี้เก่งที่สุด จะทำให้เพลงที่ออกมาเพราะที่สุด แต่ของเราไม่ใช่" อภิสิทธิ์บอก

ในขณะที่วัฒนธรรมการฟังเพลงของไทย ที่ยังต้องอาศัยดีเจยังคงเป็นสื่อกลางที่จะเข้าถึงผู้ฟัง การนำไอทีมาใช้จึงต้องพบกันตรงกลาง นั่นคือ เพิ่มความสะดวกให้กับดีเจในการจัดรายการเป็นหลัก

ทุกวันนี้ดีเจของเอ-ไทม์ เลือกเพลง เลือกสปอตโฆษณา และเสียงประกอบ ด้วยการ click mouse ที่อยู่บนหน้าจอ คือสิ่งที่ปรากฏขึ้นกับการทำงานของดีเจในเวลานี้

"ระบบที่ใช้อยู่ เราใช้แค่ 10% ของประสิทธิภาพที่มีอยู่ ถ้าใช้อย่างเต็มที่ เขาสามารถตัดต่อเพลง จัดปฏิทินเพลงล่วงหน้า คำนวณเวลา เงินทองได้"

สีสัน และชีวิตชีวาในการจัดทำรายการ จากเสียงประกอบที่ดีเจเลือกใช้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนธุรกิจวิทยุ ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีในห้องสตูดิโอแห่งนี้



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.