“ศุภาลัย”เมินอสังหาฯขาลง ลุยต่อโครงการใหม่5พันลบ.


ผู้จัดการรายสัปดาห์(2 เมษายน 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

“ศุภาลัย” ชูจุดแกร่งเป็นบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยครบวงจร รับมือตลาดอสังหาริมทรัพย์ขาลง เดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ 6-8 แห่ง หวังโกยยอดขาย 8,000 ล้านบาท

แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะซบเซากว่าปีก่อน เห็นได้จากบรรยากาศการลงทุนของดีเวลลอปเปอร์ที่ไม่คึกคักเหมือนปี 2547-2548 ที่มีการโหมเปิดโครงการใหม่กันไม่เว้นแต่ละวัน โดยปีนี้ดีเวลลอปเปอร์หลายรายยังไม่กล้าขยายการลงทุนมากนัก อีกทั้งยังสงวนท่าทีรอคู่แข่งเปิดเผยแผนการลงทุนออกมากก่อน แต่สำหรับบมจ.ศุภาลัย บริษัทพัฒนาที่ดินยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ กลับไม่มีความกังวลกับสถานการณ์ดังกล่าว ยังมีแผนการลงทุนโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง

โดยอาศัยจุดแข็งที่เป็นบริษัทพัฒนาที่ดินที่ไม่มีความถนัดการพัฒนาที่อยู่อาศัยเซกเมนต์ใดเซกเมนต์หนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นแนวราบ แนวสูง เพื่อขายหรือเพื่อเช่า แต่มีความเชี่ยวชาญการพัฒนาที่อยู่อาศัยครบวงจรทุกเซกเมนต์ ทั้งแนวสูง แนวราบ เพื่อขายและเพื่อเช่า เป็นธงนำในการขยายการลงทุน

ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ศุภาลัย เปิดเผยว่า ศุภาลัยเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญการพัฒนาที่อยู่อาศัยทุกประเภท และตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ศุภาลัยได้ลงทุนโครงการทั้งแนวสูง และแนวราบควบคู่กันไปอย่างสม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าสภาพตลาดในช่วงนั้นเหมาะที่จะลงทุนโครงการในรูปแบบใด บริษัทฯก็จะเลือกลงทุนโครงการประเภทนั้น ๆ ในสัดส่วนที่มากกว่าโครงการประเภทอื่น แต่จะลงทุนโครงการแบบผสมผสานกันไป เพื่อลดความเสี่ยงจากความพลิกผันของภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง

“การเลือกลงทุนโครงการแบบผสมผสานเป็นจุดแข็งของศุภาลัย และทำให้บริษัทฯไม่ต้องประสบกับภาวะวิกฤตอย่างหนักเหมือนกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ เพราะหากตลาดต้องการสินค้าประเภทแนวราบ บริษัทก็มีสินค้าขาย ขณะเดียวกัน หากตลาดต้องการสินค้าประเภทแนวสูง บริษัทฯก็มีความสินค้าขาย หรือหากสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายลดลง บริษัทฯก็มีรายได้จากค่าเช่ามาหล่อเลี้ยงองค์กรได้ ”ประทีปกล่าว

สำหรับปีนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างซบเซาในหลายเซกเมนต์ โดยเฉพาะตลาดระดับบนที่ซบเซาอย่างหนัก ขณะที่ความต้องการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียมระดับกลางมีอีกมาก ทำให้บริษัทฯต้องกำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยจะให้น้ำหนักการลงทุนโครงการทั้งแนวราบและแนวสูงควบคู่กันไป แต่จะเน้นกลุ่มเป้าหมายระดับกลางเท่านั้น

โดยปีนี้มีแผนลงทุนโครงการใหม่ 6-8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 2-3 โครงการ ทาวน์เฮาส์ 2โครงการ และคอนโดมิเนียม 2-3 โครงการ ซึ่งจะกระจายการลงทุนไปในหลายพื้นที่ จากที่ปี 2548 จะเลือกลงทุนโครงการบริเวณชานเมือง และในปี 2549 ขยายการลงทุนไปยังพื้นที่โซนตะวันออกและใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ปีนี้จะขยายการลงทุนไปหลายพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้ครอบคุลมทุกทำเล แต่ทุกแห่งจะต้องเดินทางสะดวก มีสาธารณูปโภคครบครัน โดยโครงการคอนโดมิเนียมจะเลือกในทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า แต่ไม่ใช่ทำเลที่ดีเวลลปเปอร์รายอื่นๆ ไปจับจองพื้นที่ไว้แล้ว เพราะไม่ต้องการให้เกิดการแข่งขันมากเกินไป แต่จะเลือกไปในทำเลที่มีคู่แข่งน้อย และความต้องการซื้อสูง

ด้านผลประกอบการในปีก่อน มียอดขาย 7,076 ล้านบาท มีรายได้ 4,517.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ประมาณ 35% และตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 8,800 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากโครงการแนวสูงและแนวราบเท่ากันคือ 50%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.