Feel the Rush-Music Connect

โดย ฐิติเมธ โภคชัย
นิตยสารผู้จัดการ( เมษายน 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

เสียงของไม้ตีกอล์ฟเมื่อกระทบกับลูก ณ สนาม ไดร์ฟกอล์ฟ Oriental Golf City บนเกาะฮ่องกง สวรรค์ ของนักชอปปิ้ง และศูนย์กลางการเงินของโลก อาจจะดูไม่สมบูรณ์สำหรับหลายๆ คน ที่กำลังฝึกเล่นกอล์ฟก่อนออกรอบจริง

อีกด้านหนึ่งของสนาม เสียงเพลงเร้าใจภายใต้โดมสีขาวดูมีความดุดันและมั่นคง ยิ่งเดินเข้าไปใกล้มาก เท่าไรพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แสดงถึงความมีประสบการณ์และรายละเอียดได้เป็นอย่างดีสำหรับงาน เปิดตัวโทรศัพท์มือถือใหม่ 2 รุ่นของค่ายโนเกีย ในค่ำคืน วันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา

ด้วยแนวความคิดของโนเกียเพื่อเชื่อมผลิตภัณฑ์ ที่เพียบพร้อมไปเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารไร้สายสมบูรณ์ แบบแห่งวงจรยุคใหม่เข้ากับวิถีชีวิตของคนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก อาจจะดูขัดแย้งกับคนที่จัดอยู่ในกลุ่ม Out แต่ดูลงตัวสำหรับกลุ่มคน In-Trend

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โนเกียรุ่น 3300 ถูกออกแบบ มาเพื่อคนรุ่นใหม่ที่มีดนตรีอยู่ในหัวใจ (Music in mind) เพราะเมื่อไรก็ตาม ที่เสียงเพลงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ได้ปลุกเร้าให้จิตวิญญาณและกลายเป็นแรงดลใจให้ยักษ์ใหญ่แห่งโทรศัพท์มือถือสัญชาติฟินแลนด์ ไม่เคยหยุดนิ่งในการมองหาเส้นทางการทำงานเพื่อสร้างความ บันเทิงและตื่นเต้นให้กับลูกค้า

"โทรศัพท์มือถือยุคนี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่โทรเข้าและโทรออกเท่านั้น และความบันเทิงเป็นโอกาส การเติบโตทางธุรกิจและพวกเรามุ่งไปด้านนี้นับจากนี้เป็นต้นไป" ไทเลอร์ แมคจี รองประธานฝ่ายขายโนเกีย โมบาย โฟนส์ ประจำภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิกเล่า

เขาเชื่อว่าทุกวันนี้ผู้คนแสวงหาความบันเทิงมากขึ้นเพื่อหลีกหนีวิถีชีวิตที่นับวันดูวุ่นวาย และโทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางช่วยให้พวกเขาและเธอสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น "โนเกียช่วยผ่อนคลายความรีบเร่งของสังคมยุคใหม่ พวกเราเป็นมิตรกับความบันเทิง"

โนเกีย 3300 มิวสิกโฟนรุ่นแรกจากค่ายโนเกีย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพวกเขาในการสร้างสรรค์ให้กับโทรศัพท์มือถือด้วยการเปิดตลาดใหม่ด้านเสียงเพลง เพราะมีเครื่องเล่นเพลงระบบดิจิตอล (MP/AAC) ในตัว พร้อมด้วยวิทยุเอฟเอ็ม สเตอริโอ เครื่องอัดเสียงระบบดิจิตอล

นอกจากนี้ ยังรองรับเสียงเรียกเข้าเหมือนเสียงเพลงจริง (True Tones) สำหรับผู้ที่รักเสียงเพลงและให้ความสะดวกในการเชื่อม ต่อสื่อสาร รวมทั้งรองรับการรับส่ง SMS ที่เหนือชั้น และเกมที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น คาดว่าไตรมาส 3 นี้ โนเกีย จะนำเข้ามาจำหน่ายให้กับวัยรุ่นเมืองไทย

"รุ่น 3300 ถูกออกแบบมาเพื่อ Music Device อย่างแท้จริง เป็นการพัฒนาที่ก้าวหน้าสำหรับโทรศัพท์มือถือ" แมคจีบอก

ขณะที่โนเกีย 6220 เพื่อสนองตอบต่อตลาดที่พวกเขาเรียกว่า ตลาดคลาสสิก ซึ่งไม่แตกต่างไปจากตลาดผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระดับผู้บริหารเลย โดยรุ่นนี้ได้นำเทคโนโลยี EDGE มาใช้สำหรับมืออาชีพและนักธุรกิจ พร้อมกับรองรับระบบไทรแบรนด์ ติดตั้งกล้องดิจิตอลในตัว สามารถเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยี EDGE และ GPRS จอสีความละเอียดสูง รองรับ MMS และเทคโนโลยีจาวา และจะเข้ามาวางตลาดในเมืองไทยพร้อมกับรุ่น 3300

"สิ่งที่น่าตื่นเต้นในปีนี้คือ เทคโนโลยีและจอสี ไม่ใช่เฉพาะเราเท่านั้นแต่ทุกค่ายกำลังนำเสนอแก่ลูกค้าตัวเอง" แมคจีกล่าว

ความสมบูรณ์ของธรรมชาติส่งผ่านไปสู่ความต่อเนื่องเพื่อค้นหาความตื่นเต้น ความท้าทายและความรื่นเริง ดังนั้นจึงเป็นคำตอบว่าทำไมโนเกียถึงพยายามสร้างโลกไร้สายให้กลมกลืนกับทุกสิ่งทุกอย่าง ลองจินตนาการว่าถ้าทุกหนแห่งมีแต่เสียง เพลง หรือนั่งดูหนังขณะที่นั่งอยู่บนรถไฟฟ้าจะมีความรู้สึกอย่างไร

"หลายปีก่อนเราบอกว่า Voice go mobile คือ เสียงเคลื่อนที่ได้อย่างไม่มีขีดจำกัด แต่ปัจจุบันกลายเป็น Everything go mobile ทุกอย่างไปได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็น content คือ แอพพลิเคชั่นหรือว่าบริการทุกอย่างที่สามารถเคลื่อนที่ได้ หมด ดังนั้นโทรศัพท์มือถือไม่ได้มีแค่เสียงอย่างเดียวอีกต่อไป" โรเบิร์ต แอนเดอร์สัน รองประธานอาวุโส โนเกีย โมบายโฟนส์ ประจำภูมิภาคภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกอธิบาย

อดีตที่ผ่านมาโนเกียเปิดตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยโทรศัพท์มือถือ ที่มีเฉพาะเสียง จากนั้นสามารถถ่ายรูปได้ ถัดมาเล่นเกมได้ และล่าสุดเล่นดนตรีได้ "ปัจจัยหลักที่พวกเราสร้างสรรค์โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารไร้สายได้อย่างเหนือ ชั้น เพราะเข้าใจความต้องการและวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปของผู้ใช้แต่ละคนได้อย่างตรงจุด" เขาบอก

การเปิดตัวโนเกีย 3300 และ 6220 ครั้งนี้ด้วยการเน้นความบันเทิงเกิดความเชื่อมั่นที่ว่า Music Content จะกลายเป็นช่องทางรายได้สำคัญสำหรับการบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยปีที่ผ่านมารายได้ทั้ง Music Content และ Java Game คิดเป็น 5% ของรายได้ทั้งหมด และในอนาคตดูเหมือนว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

คำพูดของแอนด์เดอร์สันอาจจะเป็นบทสรุปของบรรยากาศการเปิดตัวโนเกีย ทั้ง 2 รุ่น ผู้คนที่มาร่วมงานได้แสดงออกถึงความเป็นอิสรเสรีและความต้องการของแต่ละคนอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงเสียงเพลงที่มีความหลากหลายทั้งร็อก แอนด์ โรล, บลู, ฮิพ ฮ็อพ และแนวร่วมสมัย

งานค่ำคืนในวันนั้นจบลงเมื่อไรไม่รู้ แต่เชื่อมั่นได้เลยว่า โนเกียยังเป็นผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือในเอเชีย-แปซิฟิกต่อไป



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.