|

ดันบอสสินี่แตกไลน์เจาะวัยรุ่นไมเนอร์ฯหั่นราคา30%เท่าฮ่องกง
ผู้จัดการรายวัน(28 มีนาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
ไมเนอร์ฯ เปิดแผนลุยกลุ่มแฟชั่นไตรมาส 2 ชูบอสสินี่ ส่งไลน์ใหม่ทำตลาด ขยายฐานจับวัยรุ่น เผยตั้งแต่ปรับราคา ฮ่องกง-สิงคโปร์ กระชากยอดทะยานขึ้นได้กว่า 30% จากการแตกไลน์ใหม่พร้อมทำตลาดเพิ่ม เชื่อสิ้นปียอดโต 2 หลักแน่
นายจตุพล เกียรติระบิล ผู้จัดการอาวุโส แบรนด์ บอสสินี่ บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้าและทำตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์เนม อาทิ เอสปรี บอสสินี่ อีดีซี เป็นต้น เปิดเผยว่า แผนทำตลาดในไตรมาส 2 จะมุ่งเน้นให้ความสำคัญสินค้ากลุ่มแฟชั่นโดยเฉพาะยี่ห้อ “บอสสินี่” โดยเตรียมเปิดตัวสินค้ากลุ่มใหม่ “ยูธ บาย บอสสินี่” (Youth By Bossini) เสื้อผ้าสำหรับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นอายุระหว่าง 12-18 ปี ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800-900 บาทต่อชิ้นซึ่งแบรนด์ดังกล่าวทำตลาดในต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง และ สิงคโปร์ ฯลฯ มาแล้ว ซึ่งบริษัทฯจะเปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายผ่านร้านจุดจำหน่ายบอสสินี่ เดือนเมษายน
ล่าสุด ยูธ บาย บอสสินี่ จะใช้คอลเล็กชั่นสินค้าแนวทางเดียวกับแบรนด์บอสสินี่หลัก โดยเปิดตัวสินค้าใหม่ๆราว 4 คอลเล็กชั่นต่อปี ตามฤดูกาล แต่มีความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและตลาดในประเทศไทย รองรับกลุ่มเป้าหมายทุกระดับตั้งแต่แบรนด์หลักบอสสินี่ สำหรับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นและผู้ใหญ่ แบรนด์ บอสสินี่ คิด(Bossini Kid) จับกลุ่มเป้าหมายเด็กเล็กอายุ 3-12 ปี และ ซึ่งบริษัทฯจะวัดผลตอบรับแบรนด์ดังกล่าวก่อนในปีแรกนี้ ก่อนปรับแผนการทำตลาดและขยายช้อปหรือร้านค้าจำหน่ายแยกออกมาจากแบรนด์หลักในอนาคต
นายจตุพลกล่าวถึงภาพรวมแบรนด์บอสสินี่ ในไตรมาสแรกที่ผ่านมามีอัตราเติบโต 1หลัก ส่วนหนึ่งจากการลงทุนการขยายสาขาเพิ่มช่วงรอยต่อปลายปี 2549 ถึงต้นปี 2550 มี 4-5 สาขาใหม่ จากปัจจุบันมีทั้งสิ้น 72 สาขา ทำให้มีรายได้ทั้งจากยอดขายสาขาเดิมและจากสาขาใหม่ การปรับกลยุทธ์เรื่องราคาสินค้าลดลง 20-30% จากราคาเดิมมีราคาใกล้เคียงประเทศฮ่องกง และสิงคโปร์ ส่งผลให้ยอดขายในภาพรวมเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนซื้อต่อครั้ง อาทิ 2-3 ชิ้นต่อคนต่อครั้ง จากเดิม 1-2 ชิ้นต่อคนต่อครั้ง และยอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 30%
สำหรับการทำตลาดปี 2550 จะใช้ 5% ของยอดขาย โดยจะเน้นทั้งการจัดกิจกรรมกระตุ้นกำลังซื้อ ณ จุดขายและ กิจกรรมแคมเปญสำหรับลูกค้าโดยตรงด้วยการร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพราะเนื่องจากการแข่งขันรุนแรงในกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่นเห็นได้จากการเปิดตัวแบรนด์เนมใหม่เข้ามาในตลาด หรือ ในศูนย์การค้าชั้นนำใจกลางเมือง อย่างไรก็ตามยอดขายในกลุ่มลูกค้านอกเมืองกลับเพิ่มขึ้นทดแทน เป็นต้น ขณะรายได้รวมในปีนี้คาดเติบโต 2หลัก
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|