|

ตลาดเอเชียวูบ30%-ทัวร์จีนยกเลิก คาดสงกรานต์ปีนี้กร่อยรับหลากภัยร้าย
ผู้จัดการรายวัน(30 มีนาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
กระทรวงการท่องเที่ยว ฯสร้างความเชื่อมั่นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จับมือ ทุกหน่วยงานด้านความปลอดภัย พร้อมสื่อวิทยุ ตำรวจท่องเที่ยว ลงพื้นที่ กระจายกำลังเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติ หวังดึงนักท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง นายกแอตต้าเผย ตลาดเอเชียเริ่มทรุด สิงคโปร์ จีน ยอดตกไปกว่า 30% ล่าสุดทัวร์จากประเทศจีนที่จะมาช่วงสงกรานต์ ยกเลิกแล้วกว่า 20 เที่ยวบิน เหตุข่าวลือสะพัดลอบวางระเบิด และปฏิวัติซ้อน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ชี้สถานการณ์เช่นนี้ โรดโชว์ก็ไม่เป็นผล
ร.ท.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่จะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์(8-22 เม.ย.50) โดยได้ร่วมมือกับกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว, อาสาสมัครที่เป็นชาวต่างประเทศ, ตำรวจนครบาล และกองทัพภาคที่ 1 ในการระดมเจ้าหน้าที่ออกประจำยังจุดต่างๆที่มีการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่กรุงเทพมหานคร และเมืองใหญ่ๆ ที่มีการจัดงาน
นอกจากนั้น ในพื้นที่ที่ ททท.ได้จัดงานมหาสงกรานต์ ซึ่งมีทั้งสิน 12 แห่ง ยังได้มีการติดกล้องวงจรปิด โดยให้เจ้าของพื้นที่จัดกำลังเจ้าหน้าที่มาเฝ้าประจำจุดเพื่อคอยแจ้งเหตุด้วย และจะขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลในสถานที่ที่เดินทางไปเที่ยว เพื่อเป็นการช่วยกันเฝ้าระวัง เมื่อมีเหตุไม่ปกติก็ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่โดยด่วน
อย่างไรก็ตาม ททท.ใช้งบจัดเทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ ใน12 พื้นที่ทั่วประเทศปีนี้รวม 55 ล้านบาท คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางในช่วงจัดงานไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน เงินสะพัดกว่า 2.5 พันล้านบาท
เปิดศูนย์Crisis รับมือเหตุการณ์
นอกจากนั้น ททท. ยังได้เปิดให้บริการ ศูนย์ปฎิบัติการวางแผนการท่องเที่ยว และศูนย์ปฎิบัติการในภาวะวิกฤต(Tourism Intelligence Unit and Crisis Management Center)โดยจะเริ่มปฎิบัติการตั้งแต่เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นต้นไปโดยศูนย์ดังกล่าวททท. จะใช้เป็นห้องปฎิบัติการสำหรับผู้บริหาร หรือ วอร์รูม ในการวางแผนการดำเนินงานของ ททท. ทั้งในสถานการณ์ปกติ และในกรณีที่เกิดวิกฤต เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ และสามารถปรับแผนกลยุทธ์ในการที่จะลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ทันท่วงที โดยในศูนย์นี้จะมีคอมพิวเตอร์ ออนไลน์ ลิงค์กับทุกสำนักงานของ ททท. ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อรับและส่งข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในกรณีเกิดเหตุร้าย พร้อมแจ้งระบบวิธีการจัดการ เพื่อคลายความกังวลและสร้างความเชื่อมมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว
ทางด้านนายอักกพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤต กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าว จะปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศไทย เช่น เทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น โดยจะเกาะติดสถานการณ์ ในทุกพื้นที่ พร้อม รับแจ้งเหตุ และส่งข่าวสาร โดยจะทำงานร่วมกับ เครือข่ายพันธมิตร เช่น จ.ส.100 ร่วมด้วยช่วยกัน สวพ.91 ศูนย์นเรนทร กรมประชาสัมพันธ์ ตำรวจท่องเที่ยว ตลอดจนภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมและชมรมด้านการท่องเที่ยวทั้งหมด สายการบิน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น เพื่อลิงค์ข้อมูลทั้งหมดให้ส่งถึงกัน แล้วประมวนเป็นสถานการณ์ พร้อมรับมือในทุกๆเรื่อง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ศูนย์ปฎิบัติการฯ นี้ได้จัดตั้งขึ้นโดยทุนประเดิมของ ททท. ใช้งบประมาณประจำปี 2549 ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ และอินทราเน็ต ส่วนในเฟสสอง ที่จะขยายการลิ้งค์ข้อมูลให้เพิ่มมากขึ้น จะทำเรื่องของใช้เงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวจำนวน 10 ล้านบาท ในการขยายเซฟเวอร์ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น รองรับข้อมูลได้จากทุกๆแหล่ง ขณะที่ภาคเอกชนและผู้สนใจก็สามารถเข้ามาใช้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวจากศูนย์นี้ได้ โดยข้อมูลทั้งหมดจะเป็นเชิงลึก ทั้งเรื่อง จำนวนนักท่องเที่ยว สถานการณ์ พฤติกรรมนักท่องเที่ยว เป็นต้น
นักท่องเที่ยวหวั่นความปลอดภัยยกเลิกเดินทาง
สำหรับภาคเอกชน นายอภิชาต สังฆอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวจากประเทศในแถบเอเชีย เริ่มน่าเป็นห่วง โดยมีรายงานแจ้งว่า นักท่องเที่ยวตลาดญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน ไตรมาสแรก ลดลงไปแล้วตลาดละกว่า 30% ขณะที่ช่วงสงกรานต์ ก็มียอดจองทัวร์เข้ามาจำนวนน้อย และตัวเลขของการยกเลิกด้วย สาเหตุเพราะความไม่ปกติของสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งแม้ว่าททท.จะจัดกิจกรรมกระตุ้น หรือจัดโรดโชว์ ก็ไม่มีผล หากไม่มีการเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาก่อน
นายวิชิต ประกอบโกศล รองนายกแอตต้า ดูแลตลาดจีน กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจากตลาดจีน มีการยกเลิกการเดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก จากจำนวนเที่ยวบินเหมาลำ(ชาร์เตอร์ไฟล์ท) ที่กำหนดจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์จำนวน 60 เที่ยวบิน ขณะนี้ยกเลิกเหลือประมาณ 40 เที่ยวบินเท่านั้น และยังอาจมีการทยอยยกเลิกอีกบ้าง คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตลาดจีนน่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาน้อยลงกว่าปีก่อนราว 30% ทั้งนี้เพราะเกิดกระแสข่าวการปฏิวัติซ้อน ข่าวการลอบวางระเบิด ส่งผลให้ชาวจีนขาดความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวซึ่งทำทัวร์อินบาวนด์จากประเทศจีนเข้ามาไทยเป็นเวลานานแล้ว พบว่า ชาวจีนยินดีและพร้อมที่จะมาเที่ยวประเทศไทย หากรัฐบาล และ ททท. มีการประชาสัมพันธ์ และการตลาดที่ดีพอ แต่ที่ผ่านมามองว่า สิ่งที่ ภาครัฐและ ททท.ดำเนินการยังไม่แรงพอเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง ฮ่องกง และมาเลเซีย
กิจกรรม ที่ ททท.จัดขึ้น ยังไม่ช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดการท่องเที่ยวมากนัก และยังขาดเรื่องความต่อเนื่องด้วย ซึ่งก็เข้าใจดีว่า ททท.มีงบประมาณจำกัด ขณะที่ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนปีนี้ 1 ล้านคน ทั้งที่สถานการณ์ของประเทศยังอยู่ในภาวะอึมครึม
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|