เบอร์ดี้ทุ่ม550ล.สกัดคู่แข่ง ปั้นริคโค่จับคนรุ่นใหม่พรีเมี่ยม


ผู้จัดการรายวัน(30 มีนาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

อายิฯ ยันปัจจัยลบรุมเร้า ตลาดอาหารเครื่องดื่มยังโตเท่าปีที่ผ่านมา ลั่นปีนี้ขอรายได้โตเป็นตัวเลขสองหลัก อัดฉีด 550 ล้านบาท สกัดผู้ท้าชิงกาแฟพร้อมดื่มเนื้อหอม คลอดสินค้าใหม่ลง 3 ตลาด ปลุกตลาดกาแฟอิ่มตัว ปั้นเบอร์ดี้ ริคโค่ กาแฟพรีเมียมขยายฐานคนรุ่นใหม่ ทุ่ม 50 ล้านบาท ปล่อยแคมเปญโปรโมชันครั้งแรก “ฉลอง 15 ปี ดื่มเบอร์ดี้ ลุ้นรถฟรี 15 คัน” สิ้นปีรั้งบัลลังก์ผู้นำตลาดกวาดแชร์เพิ่มเป็น 71-72%

นายพิเชียร คูสมิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มเบอร์ดี้ เปิดเผยว่า ภาพรวมอาหารและเครื่องดื่มในปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าปีนี้จะมีปัจจัยลบรุมเร้าหลายประการ ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชะลอตัว พฤติกรรมของผู้บริโภคมีความระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย

อย่างไรก็ตามการทำตลาดในปีนี้ต้องดำเนินการในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลประกอบการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นตัวเลขสองหลัก จากปีที่ผ่านมาซึ่งกำลังจะปิดรอบบัญชีเดือนมีนาคม-เมษายน ในรายได้ของบริษัทเติบโต10% หรือ 14,000 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่มีกำไรลดลง เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ในขณะที่การขึ้นราคาสินค้าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะการแข่งขันมีความรุนแรง

ล่าสุดประเดิมการจะเปิดรอบบัญชีใหม่ บริษัทได้ทุ่มงบการตลาด 550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รุกทำตลาดกลุ่มกาแฟเบอร์ดี้ ซึ่งเป็นสินค้าเรือธงที่สร้างรายได้ให้ 1 ใน 3 ให้กับบริษัท ด้วยการเปิดตัวกาแฟเบอร์ดี้ ริคโค่ โฉมใหม่รูปแบบบรรจุภัณฑ์กล่องเตตร้า อยู่ในเซกเมนต์พรีเมียม ราคา 15 บาท มี 2 รสชาติ ได้แก่ คาปูชิโน และมอคค่า เพื่อขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักเรียนและนักศึกษา เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและมีโอกาสที่จะทำให้ตลาดและแบรนด์เบอร์ดี้มีอัตราการเติบโต มากกว่าการทำตลาดขยายฐานไปสู่กลุ่มผู้ใช้แรงงาน ซึ่งบริษัทมีกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม เจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มทั่วไปรวมไปถึงผู้ใช้แรงงานอยู่แล้ว

“ปีนี้ที่บริษัทต้องใช้งบเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข่งขันมีความรุนแรง อีกทั้งสื่อมีราคาสูงขึ้น และยังมีหลายช่องทาง ทำให้บริษัททุ่มงบเป็นจำนวนเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย สำหรับกาแฟเบอร์ดี้ ลีโอ บริษัทได้ตัดสินใจเลิกทำตลาด หลังจากที่มีอยู่ในตลาด 3 ปี เนื่องจากเป็นกาแฟระดับพรีเมียม ราคา 15 บาท ใกล้เคียงกับเบอร์ดี้ ริคโค่”

พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวกาแฟเบอร์ดี้ทรีอินวัน รสชาติใหม่คาปูชิโน รวมทั้งลูกอมรสคาปูชิโนซึ่งได้ลงสู่ตลาด 2-3 เดือนแล้วได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับสินค้าใหม่บริษัทใช้งบการตลาด 50% จากงบโดยรวม ส่วนอีก 50% เป็นงบสำหรับการทำคอนซูเมอร์แคมเปญ นำร่องด้วยการทุ่มงบ 50 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ”ฉลอง 15 ปี ดื่มเบอร์ดี้ ลุ้นรถฟรี 15 คัน” นับว่าเป็นแคมเปญโปรโมชันครั้งแรกของเบอร์ดี้หลังจากที่อยู่ในตลาดมา 15 ปี เริ่มระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 1 สิงหาคม 2550 โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มให้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น จากในช่วง 2 -3ปีที่ผ่านมา ตลาดมีอัตราการเติบโต 5% ส่วนยอดขายตั้งเป้าโต 20%

แนวโน้มตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มมูลค่า 8,500 ล้านบาท ปีนี้คาดว่ามีอัตราการเติบโต 5-7% ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น อาทิ แบล็คแคท ซูปเปอร์ มิกซ์ และอาฮ่า โดยเฉพาะการรุกขยายตลาดไปสู่เซกเมนต์พรีเมียม ทั้งนี้คาดว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้าสัดส่วนเซกเมนต์พรีเมียมเพิ่มเป็น 5% จากตลาดรวม ส่วนตลาดกาแฟทรีอินวันมูลค่า 8,400 ล้านบาท คาดว่ามีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 40% ซึ่งปีนี้เซกเมนต์ดังกล่าวก็มีการแข่งขันที่รุนแรงเช่นกัน โดยมีแบรนด์ที่ทำตลาดในเชิงรุก 5-6 แบรนด์ ในขณะที่บางแบรนด์ก็ใช้กลยุทธ์ราคา

ปัจจุบันกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มเบอร์ดี้เป็นผู้นำตลาด ครองส่วนแบ่ง 70% ทั้งนี้หลังจากที่เปิดตัวสินค้าใหม่และการทำโปรโมชันคาดว่ากระตุ้นส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น 1-2% เนสกาแฟไม่ถึง 30% ที่เหลือเป็นอื่นๆ ส่วนกาแฟทรีอินวัน มีส่วนแบ่ง 12% ปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 15% เป็นอันดับสามของตลาด ไล่เลี่ยกับมอคโคน่า ส่วนผู้นำตลาดเนสกาแฟไม่ถึง 60% และซูปเปอร์ มิกซ์ 20% ลูกอมมีส่วนแบ่ง 12-13% เป็นอันดับ 2 ของตลาดรวม 500 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.