ทีซีแอลชะงักแผน-หั่นงบตลาด ปีนี้ขอแค่ประคองตัวรอด3.5พันล.


ผู้จัดการรายวัน(30 มีนาคม 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

เศรษฐกิจ-การเมือง รุมเร้า ทีซีแอล ชะงักแผนธุรกิจ หลังฝันขึ้นเป็น 1 ใน 3 ในกลุ่มเอวี ภายใน 5 ปี ล่าสุดปีนี้หั่นงบเหลือ 100 ล้านบาท ทำตลาด เน้นทำโปรโมชั่น ณ จุดขายมากที่สุด พร้อมชะลอการขยายการลงทุนด้านสินค้ากลุ่มเอชเอไว้ก่อน หากสถานการณ์ดีขึ้น เดินหน้าต่อแน่นอน เผยปีนี้หวังแค่ประคองตัวเลี้ยงรายได้เท่าปีที่ผ่านมาที่ 3,500 ล้านบาท หรือมีแชร์ในตลาดเอวีที่ 12%

นายเมธา โรจนชัยชนินทร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ทีซีแอล อีเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯได้วางแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้โดยเฉพาะในเรื่องของงบการตลาดที่วางไว้กว่า 200 ล้านบาทเท่าปีที่ผ่านมานั้น ล่าสุดได้ลดลงเหลือเพียง 100 ล้านบาท เพื่อรอดูสถานการณ์ต่างๆก่อน

“หลังจากที่ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาทางด้านการเมืองที่ยังไม่แน่นอน หรือสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่ จนเกิดเป็นช่วงสูญญากาศขึ้นนั้น กระแสข่าวที่ออกไป ทำให้บริษัทแม่ ต้องมีการประชุมพิจารณาถึงแผนลงทุนในประเทศไทยให้ชะลอไปก่อน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความแน่ใจทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจมากกว่านี้ แผนการดำเนินธุรกิจที่วางไว้จึงจะดำเนินการต่อไป”

ทั้งนี้จากเดิมตามแผนที่วางไว้นั้น ทีซีแอล (ประเทศไทย) จะต้องขึ้นเป็น 1 ใน 5 ของกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทจอภาพภายใน 3 ปี และขึ้นเป็น 1 ใน 3 ในกลุ่มเดียวกันภายใน 3 ปีที่วางไว้นั้น ปีนี้อาจจะต้องชะลอแผนดังกล่าวก่อน แต่จะเน้นทางด้านยอดขายเป็นหลัก อย่างน้อยให้ยังคงรักษาตำแหน่งสัดส่วนการขายในตลาดไว้ที่ 12% เท่าปีที่ผ่านมา หรือมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาท

โดยแผนการทำตลาดภายใต้งบ 100 ล้านบาทนั้น กว่า 50% จะนำมาใช้ในเรื่องของโปรโมชั่น ณ จุดขาย ไม่ว่าจะเป็นการลดราคาสินค้าลง การให้สินเชื่อในการผ่อนชำระสินค้าได้นานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางบริษัทฯจะเน้นในเรื่องการนำเอากลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งมาใช้ในปีนี้ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับกีฬาฟุตบอล และกอล์ฟ เป็นสำคัญ

ล่าสุดบริษัทฯเป็นผู้สนับสนุนหลักการจัดการแข่งขันกอล์ฟ รายการ แอร์-คอน สำหรับลูกค้าพิเศษ ซึ่งในแต่ละปีจะมีการแข่งขัน 7 รายการด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีโครงการที่จะสร้าดาวรุ่งในวงการกีฬากอล์ฟ ด้วยการเซ็นสัญญากันเด็กที่อายุไม่ถึง 14 ปี มาเป็นตัวแทนของ ทีซีแอล สำหรับเข้าแข่งขันในระดับนานาชาติต่อไป

นอกจากนี้ในส่วนของการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่ในหมวดเอชเอ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน อาทิ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้านั้น ปีนี้ทางบริษัทฯก็ได้ชะลอแผนการขยายไลน์การผลิตเครื่องซักผ้าในประเทศไทยอีกด้วย จากเดิมที่วางไว้ว่าจะเพิ่มไลน์การผลิตเครื่องซักผ้าที่โรงงานเดิมในจังหวัดปทุมธานี ที่มีการผลิตโทรทัศน์อยู่ก่อนแล้ว เพื่อจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศนั้น

ตามแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ในปีนี้ ทางบริษัทฯจะยังคงนำเข้าเครื่องซักผ้าจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่ายไปก่อน รวมไปถึงเครื่องปรับอากาศด้วย โดยในส่วนของเครื่องซักผ้านั้น จะนำเข้าประมาณ 4 รุ่น แบบฝาบนทั้งถังคู่และถังเดี่ยว ขนาด 8 ก.ก., 9 ก.ก., 10 ก.ก. และ 12 ก.ก.

ส่วนเครื่องปรับอากาศนั้น หลังจากในปีที่ผ่านมาได้เริ่มทดลองตลาดไปบ้าง ปีนี้บริษัทฯจะทำตลาดอย่างจริงจัง โดยจะวางจำหน่ายในขนาด 9,000 บีทียู, 12,000 บีทียู และ 18,000 บีทียู คาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนโทรทัศน์นั้นปีนี้จะเพิ่มการจำหน่ายอีก 3-4 รุ่น ในรูปแบบของจอซีอาร์ที, แอลซีดี และสลิมแฟลต

ส่วนทางด้านช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น ปีนี้จะเพิ่มจำนวนสาขาย่อยให้ครบ 5 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 3 แห่งทั่วประเทศ คือ เชียงใหม่, ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช

ปัจจุบันผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในหมวดเอวี คือ 1.ซัมซุง 2.โซนี่ 3. พานาโซนิค 4.แอลจี และ5.ทีซีแอล ตามลำดับ ซึ่งหากทีซีแอลต้องการขึ้นเป็นผู้นำตามแผนที่วางไว้ใน 5 ปีนั้น อย่างน้อยจะต้องมีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่ต่ำกว่า 20-30% หรือมียอดขายไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.