"แม็กซ์ โดนัท ชื่อนั้นสำคัญไฉน


นิตยสารผู้จัดการ( กันยายน 2536)



กลับสู่หน้าหลัก

ชื่อ "แม็กซ์ โดนัท" ฟังดูเหมือนร้านขายโดนัทเล็ก ๆ ริมถนนซึ่งหลาย ๆ คนก็เข้าใจเช่นนี้ วันดีคื่นดีก็จะมีโทรศัพท์เข้ามาสั่งโดนัททีละโหล จนแดนนี่ กอว์ คิดจะเปลี่ยนชื่อบริษัทเสียใหม่ เพราะชื่อเดิมนั้นไม่ได้บ่งบอกความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงของบริษัทเลย

"แม็กซ์ โดนัท" เป็นชื่อบริษัทผู้ผลิตโดนัทรายใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกของแคนาดา สามารถผลิตโดนัทได้ปีละ 30 ล้านชิ้น จากโรงงานที่มีพื้นที่ 2,300 ตารางเมตรในแวนคูเวอร์

แดนนี่ กอว์ เป็นประธานกรรมการของแม็กซ์ โดนัท วัย 47 ปี ผู้อพยพมาจากพม่า ผ่านการทำงานมาทั้งในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย สามารถพูดได้ถึง 6 ภาษา

แม้ว่ากอว์จะเป็นที่รู้จักของคนส่วนใหญ่ในฐานะผู้บริหารของแม็กซ์ แต่ธุรกิจการผลิตโดนัทก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในหลาย ๆ กิจการของนักลงทุนกลุ่มหนึ่งจากฮ่องกงที่กอว์รับหน้าที่บริหารอยู่ ในพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนกลุ่มนี้ ยังมีกิจการประเภทอื่น ๆ อีกคือ ร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ ร้านหนึ่ง แฟรนไชส์ร้านโดนัทซึ่งมีเครือข่ายอยู่ 8 แห่ง และธุรกิจเรียลเอสเตทอีก 2-3 บริษัท

กอว์เทคโอเวอร์แม็กซ์ โดนัท มาเมื่อ 6 ปีก่อนโดยมีมูลค่าเงินลงทุน 10 ล้านเหรียญ และสามารถสร้างรายได้ในขณะนี้มากกว่าปีละ 10 ล้านเหรียญ

"เรามีความสามารถที่จะเข้าไปแข่งขัน ในตลาดใหม่ ๆ ที่นี่ แต่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลท้องถิ่น และเศรษฐกิจที่ตกต่ำของแคนนาดา เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ รวมทั้งเราด้วยขอ "เวท แอนด์ ซีไปก่อน" กอว์กล่าว

กอว์เกิดที่ร่างกุ้งในปี 1944 เขามีความทรงจำเกี่ยวกับเมืองหลวงของพม่าแห่งนี้น้อยมาก จะมีก็แต่เพียงภาพในวัยเด็กที่วิ่งเท้าเปล่าไปตามถนน บางครั้งก็ไปเหยียบเอาก้นบุหรี่ที่ยังไม่ดับ พ่อของเขาตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงอพยพครอบครัวไปอยู่ที่ฮ่องกงเมื่อปี 1956

"พ่อของผมยังคงทำธุรกิจต่อไปในพม่า แต่เมื่อรัฐบาลประกาศนโยบายชาตินิยม ทหารก็เข้ามาควบคุมธุรกิจ" กอว์เล่า

สถานการณ์ทางการเมืองเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของกอว์อีกครั้งหนึ่งในช่วงที่เขาเข้ามาทำธุรกิจสิ่งทอในประเทศไทย "ผมยังจำได้ดี ตอนปี 1973 ผมนั่งอยู่ในออฟฟิศทีกรุงเทพ ตอนที่นักศึกษาเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตย วิทยุประกาศให้ประชาชนกลับเข้าบ้าน มีการประกาศเคอร์ฟิว ช่วงที่ผมอยู่มีการเปลี่ยนรัฐบาลทุกปี" กอว์อยู่ในไทยถึง 10 ปี แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าต้องการสภาพแวดล้อมที่มีเสถียรภาพ จึงพาภรรยาและลูก 3 คน อพยพไปอยู่ที่แวนคูเวอร์

กอว์ ซึ่งจบเอ็มบีเอจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์คก็ได้เริ่มออกแสวงหาธุรกิจในแคนาดาที่เหมาะสมกับตัวเขา ในช่วงแรกเขามองว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ตลาดสิ่งทอในแคนาดาค่อนข้างเล็ก แถมตลาดผู้ซื้อในแคนาดาก็ค่อนข้างไกลจากซัพพลายเออร์ซึ่งอยู่ที่ฮ่องกงกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีบริษัทโฮลดิ้งอยู่แล้วทั้งในสหรัฐอเมริกา, สก็อตแลนด์และอังกฤษ และกำลังหาช่องทางเข้ามาลงทุนในแคนาดา

ในปี 1985 นักลงทุนกลุ่มนี้รับข้อเสนอของกอว์ที่จะเข้าไปซื้อกิจการของนักธุรกิจเบเกอรี่ขนาดกลางชื่อ "สุพีเรียร์ เบเกอรี่" และในปี 1987 ทางกลุ่มก็ได้เข้าไปซื้อกิจการร้านแม็กซ์ โดนัทซึ่งก่อตั้งมาแล้วกว่า 20 ปี

"แม็กซ์มีผลประกอบการในอดีตที่ผ่านมาค่อนข้างจะดี และข้อสำคัญคือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับพนักงานเป็นไปด้วยดี แม้ว่าจะอยู่ในบริติชโคลัมเบียซึ่งมักจะมีข้อพิพาทแรงงานเกิดขึ้นเสมอ" กอว์กล่าวด้วยความภูมิใจว่า ปัญหาเกี่ยวกับแรงงานสัมพันธ์ที่นี่ไม่เคยมี แม้ว่าจะมีคนงานมากถึง 120 คน โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 กะ ตลอด 24 ชม. สัปดาห์ละ 6 วันครึ่ง

อย่างไรก็ตาม กอว์เคยมีบทเรียนเกี่ยวกับสหภาพแรงงานเหมือนกัน โดยเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาทางสหภาพก็ได้เคยพยายามจะเข้าไปคัดเลือกคนเข้าทำงานด้วยตัวเอง ซึ่งคนงานกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ก็เห็นด้วยทันที แต่ในที่สุด กอว์ก็สามารถหาทางออกที่พอใจทั้ง 2 ฝ่ายได้ในที่สุด

"เขาเป็นนักสื่อสารชั้นเยี่ยม ฝ่ายบริหารและคนงานในบริษัทส่วนใหญ่มักจะมีความสัมพันธ์ที่เป็นปฏิปักษ์กัน ปรัชญาของเขาที่มีต่อคนงานทั้งหลาย ก็คือคนงานทุกคนเป็นมนุษย์ที่จะต้องได้รับการปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ" ผู้บริหารคนหนึ่งของแม็กซ์อธิบาย

กอว์รู้สึกว่าการทำธุรกิจในบริติช โคลัมเบียเริ่มมีอุปสรรคมากขึ้น ตั้งแต่พรรคประชาธิปไตยใหม่ซึ่งเป็นพรรคเสรีนิยมชนะการเลือกตั้งในปี 1991 และปรากฏว่ากฎหมายหลายฉบับที่ออกตามมาภายหลัง จะมีผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนอย่างมากในสายตาของนักธุรกิจ

หลังจากผ่านประสบการณ์มามากมาย ทำให้เมื่อธุรกิจของเขาเกิดปัญหา เขาจะปรับตัวทันทีด้วยการย้ายบริษัทซึ่งอยู่ตอนใต้ของแคนนาดาเข้าไปในรัฐวอชิงตัน ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งแผนการนี้ก็ไม่เลวนัก เพราะชายแดนของแคนาดาอยู่ห่างจากสหรัฐอเมริกาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีการตกลงในเรื่องเขตการค้าเสรีระหว่างสหรัฐและแคนาดาอีกด้วย ส่วนปัญหาการขนส่งสินค้าข้ามชายแดนนั้นก็ตัดทิ้งไปได้เลย รวมถึงที่ดิน และค่าแรง คนงานในสหรัฐอเมริกาก็ถูกกว่าอีกด้วย

กอว์ตั้งใจว่า ถ้าการทำธุรกิจที่แคนาดามีปัญหามากนัก เขาก็จะย้ายกิจการข้ามพรมแดนทางใต้เข้าไปอยู่ในรัฐวอชิงตันของสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากแวนคูเวอร์เพียงแค่ชั่วโมงเดียว และไม่มีปัญหาในเรื่องส่งสินค้าข้ามแดนอีกด้วย เพราะแคนาดากับสหรัฐฯ มีข้อตกลงเรื่องการค้าเสรีระหว่างกันอยู่ นอกจากนั้นต้นทุนค่าที่ดินและแรงงานในสหรัฐฯ ก็ถูกกว่าแคนาดาด้วย

แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ การเปลี่ยนชื่อบริษัท ซึ่งกอว์กล่าวว่า "เราผลิตโดนัทได้วันละมากกว่า 1 แสนชิ้น แต่วันดีคืนดีก็จะมีคนโทรศัพท์เข้ามาสั่งโดนัทจากเราทีละโหล ดูเหมือนว่าชื่อบริษัทที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ จะบดบังความสามารถที่แท้จริงของเรา"



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.