|

แกะรอย "วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์"อนาคตขุดทองตลาดต่างประเทศ
ผู้จัดการรายสัปดาห์(12 มีนาคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
จับความเคลื่อนไหวกลุ่มสามารถ ภายใต้บอสใหญ่ "วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์" วินาทีสำคัญกับจุดเปลี่ยนทางธุรกิจที่กำลังสร้างโอกาสทองกับธุรกิจที่มีความมั่นคง มีอนาคต สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะทิศทางที่กลุ่มสามารถกำลังโฟกัสกับการเดินทางไปขุดทองในตลาดต่างประเทศ
หลังจากที่มีข่าวลือว่า บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สนใจเข้าซื้อกิจการดาวเทียมจากกองทุนเทมาเส็กนั้น ภาพการลงทุนใหม่ของกลุ่มสามารถเริ่มที่จะเห็นเค้าลางว่าจะมีทิศทางไปสู่ตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น เนื่องจากตลาดต่างประเทศจะเป็นตลาดที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มสามารถในอนาคต
คำยืนยันของ วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวต่อเรื่องนี้ว่า กำลังศึกษารายละเอียดการเข้าซื้อหุ้นบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) จากกองทุนเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินธุรกิจ ผลกำไร และรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าหากบริษัทเข้าไปซื้อหุ้นชินแซทฯ จะคุ้มค่ากับการลงทุน "ผมยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะซื้อหุ้นหรือไม่"
แต่เขาก็ยอมรับว่าสนใจ และอยู่ระหว่างศึกษาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าวบางรายถึงรายละเอียดต่างๆ ทั้งในแง่ของกฎหมาย การเป็นนอมินี เพราะสามารถมีบริษัท เทเลคอมมาเลเซียถือหุ้นอยู่ประมาณ 18.9% และความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ รวมทั้งภาระหนี้สินของชินแซทฯ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหา และสามารถสร้างรายได้ให้บริษัท
"การเติบโตของบริษัทเริ่มต้นจากธุรกิจที่เกี่ยวกับดาวเทียมอยู่แล้ว แม้จะเป็นเรื่องของภาคพื้นดินก็ตาม ดังนั้นเมื่อมีดาวเทียมที่ลอยอยู่บนฟ้า ก็สนใจ แต่ต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในหลายๆ ด้านก่อน"
วัฒน์ชัยยังบอกเป็นนัยว่า หากบริษัทตัดสินใจซื้อหุ้นคงจะเป็นโครงการใหญ่ที่สุดที่บริษัทได้ดำเนินการมาเพราะเป็นโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนหลายพันล้านบาท แต่หากไม่ซื้อหุ้นชินแซทฯ ก็คงเช่าใช้ดาวเทียมของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งคุ้มค่าต่อการลงทุนมากกว่าจะยิงดาวเทียมสู่วงโครจรเอง
สำหรับผลประกอบการของกลุ่มสามารถนั้น วัฒน์ชัยเปิดเผยว่า ปี 49 ถือเป็นอีกหนึ่งปีทองของกลุ่มสามารถ โดยมีผลประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันนับจากช่วงวิฤตเศรษฐกิจจากเป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้จำนวน 25,000 ล้านบาท ปรากฎว่าเมื่อสิ้นปี 49 บริษัทฯ มีรายได้รวมทั้งสิ้น 31,001 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปี 48 ถึง 64% คิดเป็นกำไรสุทธิ 1,990 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 200% ขณะที่ปี 2548 ทำรายได้เพียง 18,858 ล้านบาท
ส่วนที่มาของรายได้ซึ่งถือว่า "ดีเกินคาด" มาจากกลุ่มไอซีที โซลูชั่น ภายใต้การนำของบริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) ที่ทำรายได้ในปีที่ผ่านมารวม 2,880 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2548 กว่า 34% โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการติดตั้งระบบและการให้บริการด้านไอที และเครือข่ายการสื่อสารจากโครงการต่างๆ เช่น โครงการ AIMS ในสนามบินสุวรรณภูมิ โครงการสกูลเน็ต ในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น รายได้ของสายธุรกิจนี้ส่วนใหญ่มาจากการติดตั้งระบบและการให้บริการทางด้านไอทีและเครือข่ายการสื่อสารแก่โครงการสำคัญต่างๆ อาทิ โครงการ AIMS ในสนามบินสุวรรณภูมิโครงการติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล โดยในปีที่ผ่านมา สามารถเทลคอมเพิ่มรายได้จากการขายได้ถึง 47%และเพิ่มรายได้จากงานบริการถึง 20%
สำหรับเป้าหมายรายได้ในปีนี้ของสามารถ เทลคอมนั้นตั้งไว้ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ว่าไว้จึงได้เพิ่มบทบาทธุรกิจไอที เอาต์ซอร์สซิ่งเพิ่มขึ้นโดยได้รับการอนุมัติจากบอร์ดให้ตั้งบริษัท สมาร์ทแวร์ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อให้บริการครบวงจรทางด้านซอฟต์แวร์
สายธุรกิจโมบาย มัลติมีเดีย นั้นทางบริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) มีรายได้ในปีที่ผ่านมา ทั้งสิ้น 24,600 ล้านบาทเพิ่มขึ้นเกือบ 90% มีกำไรสุทธิ 488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% ด้วยยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือรวมทั้งสิ้นกว่า 4,000,000 เครื่อง คิดเป็นจำนวนที่จำหน่ายได้ในประเทศถึง 2,000,000 เครื่องและในจำนวนนี้เป็นเฮาส์แบรนด์ไอ-โมบายถึง 1,700,000 เครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น จากความคืบหน้าในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลให้ยอดจำหน่ายมือถือของไอ-โมบายอินเตอร์พุ่งขึ้นกว่า 400% โดยสามารถจำหน่ายมือถือในต่างประเทศได้ทั้งสิ้นกว่า 2,000,000 เครื่องในปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจของไอ-โมบายในต่างประเทศ บริษัทฯจึงมีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและให้บริการที่ใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาคล่าสุด ไอ-โมบายอินเตอร์ได้ร่วมลงทุนกับบริษัทในเครือ Celcom ของ Telekom Malaysia จัดตั้งบริษัท C-mobile เพื่อจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์เสริมและบัตรเติมเงินรวมทั้งให้บริการรับชำระเงินในประเทศมาเลเซีย ภายใต้ชื่อ Blue cube ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะเปิดได้ทั้งสิ้น 130 สาขาและจะขยายเป็น 250 สาขาในปีต่อไป โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเดียวกันนี้ให้ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 1,000 สาขาในปี 2553
"ต่อไปรายได้จากต่างประเทศต้องมากกว่าในประเทศ จึงจะทำให้เราเติบโตได้ เราจึงพยายามขยายไปในต่างประเทศมากขึ้นอย่างมือถือ" ในปี 2550 สามารถ ไอ-โมบาย ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 27,000 ล้านบาท พร้อมรุกธุรกิจครบวงจรทั้งโทรศัพท์มือถือและสื่ออินเตอร์แอกทีฟ โดยไตรมาสแรกจะเปิดตัวโทรศัพท์จำนวน 7 รุ่น ด้วยคุณสมบัติที่พิเศษโดดเด่นไม่เหมือนใคร ผ่านแบรนด์ แอมบาสเดอร์r"ทาทา ยัง"ภายใต้ Concept"Everywhere we can go"
สำหรับสายธุรกิจเทคโนโลยี Related (ช่วยเขียนเป็นคำไทยให้ด้วย) วัฒน์ชัยขยายความว่า รายได้รวมจากบริษัท สามารถวิศวกรรม บริษัท วันทูวันฯ และบริษัท วิชั่น แอนด์ ซิเคียวริตี้ ซิสเต็มส์ ซึ่งอยู่ในสายธุรกิจนี้ ก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 48 ถึง 74% อีกทั้งบริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟฟิก เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชา ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 10 % ทั้งหมดนี้จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้
ในปีนี้ นายวัฒน์ชัยกล่าวว่าบริษัทฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมในหลายด้านเพื่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันโดยเน้นให้เป็นปีแห่งการเพิ่มมูลค่าหรือความคุ้มค่าในการใช้สินค้าและบริการของกลุ่มสามารถฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ทั้งสิ้น 35,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นประมาณ 21% โดยนอกจากจะเน้นการขยายตลาดให้กับธุรกิจในปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศแล้ว บริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง
"กลุ่มบริษัทสามารถ" มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการด้านเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่างครบวงจรภายใต้บริษัทในเครือกว่า 20 บริษัทและมี 3 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 สายธุรกิจ คือ สายธุรกิจสื่อสารไอทีและโทรคมนาคมครบวงจร สายธุรกิจการสื่อสารข้อมูลและอุปกรณ์สื่อสารไอที สายธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|