|

เหล็กจ่อปรับราคาตามตลาดโลกสามชัยฯเบนเข็มส่งออกเพิ่ม30%
ผู้จัดการรายสัปดาห์(26 กุมภาพันธ์ 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
สามชัยฯลุยส่งออกเหล็กไปเพื่อนบ้าน เหตุค่าเงินบาทแข็ง และความต้องการมาก ขณะที่ราคาเหล็กในตลาดโลกทยานขึ้น 580 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันจากเดิม 550 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
ประวาส สันตวะกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ. สามชัย สตีล อินดัสทรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาธุรกิจเหล็กอยู่ในภาวะหดตัว เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมหดตัวโดยเฉพาะ ธุรกิจก่อสร้างที่ชะลอการลงทุน จากอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงเป็นเท่าตัว ส่งผลให้ราคาเหล็กในตลาดโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นจาก 540-550 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เป็น580 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ดังนั้น บริษัทฯจึงมีแผนปรับราคาเหล็กขึ้น จากราคาเดิมอยู่ที่ 20,000-22,000 บาทต่อตัน เป็น 22,000-24,000 บาทต่อตัน ทั้งนี้ เป็นการปรับขึ้นตามราคาเหล็กตลาดโลก
การปรับราคาดังกล่าว มาจากความต้องการใช้เหล็กในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศจีน ที่มีการก่อสร้างอาคารสถานที่ เพื่อรองรับการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2008 อีกทั้ง จีนเองยังมีนโยบายควบคุมโรงงานผลิตเหล็กขนาดเล็กให้เหลือเฉพาะโรงงานขนาดใหญ่เท่านั้น ทำให้เหลือโรงงานผลิตเหล็กขนาดใหญ่ไม่กี่ราย รวมถึงรัสเซียที่มีการพัฒนาประเทศมาก จึงมีความต้องการใช้เหล็กเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มในเครื่องจักร อเมริกัน ปิโตเลียม อินฟิดิ้ว หรือ API ซึ่งเป็นเครื่องจักรผลิตท่อส่งก๊าซหรือน้ำมัน จากเดิมที่บริษัทผลิตเฉพาะท่อส่งน้ำ ERW ขณะนี้อยู่ระหว่างปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ในปลายปี 2550 ใช้งบลงทุน 250-300 ล้านบาท โดยเงินลงทุนนี้อาจมาจากการเพิ่มทุนหรือเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
โดยการลงทุนดังกล่าวเป็นการรองรับตลาดในประเทศและตลาดส่งออก เนื่องจากขณะนี้มีผู้ผลิตเพียงรายเดียวจากประเทศสวีเดน ดังนั้น บริษัทจึงเชื่อว่าท่อดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะในเวียดนาม ที่มีอัตราการเติบโตอย่างมาก และมีแนวโน้มความต้องการก๊าซและนำมันเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการท่อส่งเพิ่มตามไปด้วย
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2549 ถือว่าโตไม่ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เดิมคือโต 30% จากปี 2548 ที่มียอดขาย 3,990 ล้านบาท ซึ่งบริษัทสามารถทำได้เพียงประมาณ 4,000 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมีการชะลอตัว การลงทุนของต่างชาติหดตัวลง รวมถึงความไม่สงบทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปี 2550 ภาวะต่างๆ จะคลี่คลายขึ้น และบริษัทฯตั้งเป้าอัตราการเติบโต 20% โดยจะเน้นการส่งออกเพิ่มจากเดิม 10% เป็น30% และรับงานภาครัฐเพิ่มจาก 10% เป็น 30%
ล่าสุด บริษัทได้ร่วมมือกับกลุ่มบริษัท BISHOP EASTERN PIPE และ SCREWPILE ENGINEERING PTY LTD.(AUSTRALIA) ซึ่งเป็นพันธมิตรจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อร่วมกันแปรรูปท่อเสาเข็มเหล็กแบบสกรู หรือสกรูพาวโดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะมีการผลิตที่โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการและสมุทรสาคร คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในอีก 3 เดือนข้างหน้า และมีกำลังการผลิตเบื้องต้น 30,000 ตันต่อปี
ส่วนกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้รับเหมา สถาปนิก วิศวกร ทั้งในส่วนของงานเอกชนและงานราชการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อสร้างประเภทอาคารสูง ที่การนำเสาเข็มคอนกรีตหรือปั้นจั่นเข้าไปได้ยาก นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือกำหนดเวลาก่อสร้างได้แน่นอน และลดต้นทุนแรงงานได้อีกด้วย
วรัญชัย ลีกาญจนากร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด บมจ.สามชัย สตีล อินดัสทรี กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เสาเข็มเหล็กแบบสกรูพาว (SCREWPILES by Samchai) มีราคาสูงกว่าการตอกเสาเข็มทั่วไปประมาณ 15-20% หากเปรียบเทียบกับงานก่อสร้างแบบเดียวกัน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาตอกเสาเข็มและปริมาณการใช้แรงงานแล้ว ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตอกมากกว่า ซึ่งเท่ากับว่า การใช้สกรูพาวถูกกว่า
นอกจากนี้ บริษัทจะเริ่มรับงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้น โดยจะนำสกรูพาวเข้าไปเสนองาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอแก่ผู้รับเหมาที่จะเข้ารับงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ และยังมีแผนที่จะเข้าไปรับงานแก้ไขรันเวย์ และเท็กซี่เวย์ ของสนามบินสุวรรณภูมิ หากผลการพิสูจน์ระบุออกมาว่าการแก้ไขต้องใช้เสาเข็ม เพราะปัจจุบันการก่อสร้างดังกล่าวไม่ได้ใช้เสาเข็ม
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|