ปี49กำไรธุรกิจวัสดุก่อสร้างลดเหตุราคาน้ำมันสูง-อสังหาฯนิ่ง


ผู้จัดการรายวัน(27 กุมภาพันธ์ 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

จับตาบริษัทวัสดุก่อสร้าง ยังคงได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน "ไดนาสตี้ฯและดีคอนโปรดักส์" ระบุราคาน้ำมันทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการในการขายสินค้าสูงขึ้น "กระเบื้องหลังคาตราเพชร"สวนกระแส ผลจากความต้องการกระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์และไม้ฝาสูง บวกกับหันไปทำตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น ขณะที่RCI กำไรสุทธิทำได้ 106.7 ล้านบาท

ผลพวงจากการชะลอตัวของธุรกิจอสังหาฯ และผลต่อเนื่องจากการปรับตัวที่สูงขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงปี 2549 ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อธุรกิจต่างๆ ซึ่งตลาดวัสดุก่อสร้าง เป็นธุรกิจที่มีการพึ่งพาน้ำมันในกระบวนการผลิต และอาจจะกระทบต่อถึงแนวโน้มของรายได้จาการขายสินค้า

นายรุ่งโรจน์ แสงศาสตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 49 บริษัทมีกำไรสุทธิ 566.9 ล้านบาท ลดลง 24% จากงวดเดียวกันของปี 48 เนื่องจากยอดขายรวม เท่ากับ 4,452 ล้านบาทสูงกว่าปีก่อน 5% ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนวิธีการบันทึกราคาขายสินค้าเป็นราคาขายปลีกของ 3 บริษัทจัดจำหน่าย ที่นำมาบันทึกในงบการเงินรวมเครือฯ ในขณะที่ต้นทุนขายสินค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 119 ล้านบาทหรือ 4% ส่วนใหญ่เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 260 ล้านบาท หรือ 55% ซึ่งเป็นผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้นทำให้ค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นและมีการรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจาก 3 บริษัทจัดจำหน่ายเพิ่ม ในขณะที่ 3 ไตรมาสแรกของปี 2548 บริษัทฯยังไม่มีการรวมกิจการเข้าด้วยกัน ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 57 ล้านบาท เนื่องจากมีการกู้ยืมเงินมาใช้ในการขยายกำลังการผลิตในระหว่างปีที่ผ่านมา

ในส่วนของบริษัท ดีคอนโปรดักส์ฯ นายวิทวัส พรกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัทฯกล่าวว่า มีกำไรสุทธิ 48.473 ล้านบาท ลดลงจากปี 48 จำนวน 23.198 ล้านบาท คิดเป็น 32% โดยมียอดขายเท่ากับ 595.30 ล้านบาท ลดลง 22.163 ล้านบาท หรือ 4% เนื่องจากภาวะการณ์ก่อสร้างที่ชะลอตัว ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทลดลง 8.32 ล้านบาท และเนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มขึ้น 15.77 ล้านบาท

ด้านนายอัศนี ชันทอง กรรมการผู้จัดการบริษัท กระเบื้องหลังคาตราเพชรฯ (DRT ) กล่าวว่า บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาเป็น 314.04 ล้านบาท จากปี 48 ที่ 112.91 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้นสูงถึง 56.14 % เนื่องมาจากรายได้รวมเพิ่มขึ้น 296.54 ล้านบาท คิดเป็น 14.07% เนื่องจากตลาดมีความต้องการกระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์และไม้ฝาในกลุ่มสินค้าพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่า 77%

สำหรับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 92.27 ล้านบาท มาจากการขายที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาวัตถุดิบโสหุ้ยในการผลิต และค่าขนส่งมีการปรัรบราคาเพิ่มขึ้น แต่ด้วยปัจจัยบวกของค่าเงินบาท ส่งผลให้วัตถุดิบนำเข้ามีราคาลดลงต่ำกลง มีผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น 211.97 ล้านบาท คิดเป็น 35.03 % ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จากการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีภาษีที่ต้องเสียประมาณ 25% จาก 30% เป็นเวลา 5 รอบ

ในส่วนของบริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรมฯ บริษัทมีกำไรสุทธิ 106.75 ล้านบาท เทียบกับปี48 ที่มีกำไรสุทธิ 126.75 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.