|

โบรกฯเชียร์ซื้อลงทุนหุ้นHEMRAJ คาดปีนี้ยังเติบโตดีแนะราคาเกิน1บ.
ผู้จัดการรายวัน(9 กุมภาพันธ์ 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
โบรกฯ แนะนำลงทุนหุ้น HEMRAJ เนื่องจากการคาดหมายไตรมาส 4 ปี 49 ซึ่งจะนำไปสู่การจ่ายเงินปันผล 0.05 บาทต่อหุ้นสำหรับครึ่งหลังปี 49 ซึ่งสถานภาพ Backlog ทั้งจากธุรกิจนิคมฯ และ The Park ยังสนับสนุนการ Growth ในปี 50 รวมถึงการคาดหมายอัตราผลตอบแทนการจ่ายเงินปันผลอีก 7% สำหรับปี 50 โดย บล.ฟิลลิป แนะนำ "ซื้อ" ราคาพื้นฐานที่ 1.06 บาท ขณะที่ บล.ฟาร์อีสท์ แนะนำ “ซื้อลงทุน” มูลค่าเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 50 ที่ 1.14 บาท
บล.ฟิลลิป ประเมินฐานรายได้และกำไรที่เติบโตสูงในปี 50 ได้รับการผลักดันจากโครงการ The Park ซึ่งจะส่งมอบ/รับรู้รายได้เสร็จปี 50 การขยายฐานรายได้ในปี 51 ต้องอาศัยการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ ที่สร้างรายได้ได้ทันปี 51 โดยที่ผ่านมาทางบริษัทมีแผนจะลงทุนในโครงการอสังหาฯ เหมือน The Park แต่ก็ยังหkโครงการที่ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมไม่ได้ ซึ่ง ข้อสรุปสุดท้ายน่าจะออกมาในปีนี้ ซึ่งจะบ่งชี้การเติบโตปี 51 ซึ่งน่าจะทำให้การสร้างรายได้จากโครงการใหม่เข้ามาทันปี 51 ทำให้การเติบโตในปี 51 จะทำได้ยากจากฐานที่สูงในปี 50 ในขณะที่บริษัทร่วม Growth HEMRAJ Energy ที่ร่วมลงทุนกับ GROW ยังอยู่ระหว่างการเข้าประมูลโรงไฟฟ้า IPP ในปีนี้ หากขนาดโรงไฟฟ้าต่ำกว่า 1,000 MW ทาง HEMRAJ จะลงไม่เกิน 49% อย่างไรก็ดีผลได้จากการลงทุนนี้จะเป็นรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว 2-3 ปีขึ้นไป
โดย ฟิลลิป แนะนำ "ซื้อ" จากการคาดหมายไตรมาส 4 ปี 49 ซึ่งจะนำไปสู่การจ่ายเงินปันผล 0.05 บาทต่อหุ้นสำหรับครึ่งหลังปี 49 ซึ่งสถานภาพ Backlog ทั้งจากธุรกิจนิคมฯ และ The Park ยังสนับสนุนการ Growth ในปี 50 รวมถึงการคาดหมายอัตราผลตอบแทนการจ่ายเงินปันผลอีก 7% สำหรับปี 50 ขณะที่ ราคาหุ้นล่าสุดยังซื้อขายบน P/E ต่ำเพียง 6.77 เท่า Dividend Yield สำหรับครึ่งหลังปี 49 และ 2550 ที่ 5% และ 7% และท่ามกลางความต่อเนื่องในการเติบโตปี 51 ที่ยังไม่ชัดเจน เรามองราคาพื้นฐานไว้ที่ 1.06 บาท (8 เท่า P/E-2550 อ้างอิง P/E เฉลี่ย 47-49 ที่ 9-10 เท่า และให้ส่วนลดตาม Prospects ที่ไม่ชัดเจนปี 51
ขณะที่ บล.ฟาร์อีสท์ คาดว่า HEMRAJ จะมียอดขายที่ดินในไตรมาส 4 ปี 49 ที่ 394 ไร่ เพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาส 3 ที่ขายได้เพียง 76 ไร่ อันเป็นผลจากการขยายกำลังการผลิตของโรงงานกลุ่มปิโตรเคมีในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ส่งผลให้ HEMRAJ สามารถขายที่ดินในนิคมได้ถึง 324 ไร่ในไตรมาส 4 ปี 49 และเมื่อมาดูในภาพรวมปี 49 แล้ว HEMRAJ ขายที่ดินได้ต่ำกว่าปี 48
ด้านโครงการ The Park มีความคืบหน้าในการก่อสร้าง ณ สิ้นปี 49 อยู่ที่ 65% แต่ไม่สามารถขายโครงการได้เพิ่มเติมเลยในไตรมาส 4 ปี 49 ส่วนรายได้ค่าสาธารณูปโภคคาดว่าจะเติบโตขึ้นเล็กน้อยตามจำนวนโรงงานที่สูงขึ้น คาดว่า HEMRAJ จะมีการบันทึกรายได้จากการขายโรงงาน 3 โรงมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท ซึ่งประเมินรายได้รวมไตรมาส 4 ปี 49 ไว้ที่ 1,297 ล้านบาท เพิ่ม ขึ้น 54.43% เทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ 24.31% เทียบปีต่อปี
อย่างไรก็ตาม แม้ HEMRAJ จะสามารถขายที่ดินในนิคมแต่ก็ไม่สามารถรับรู้ได้ใน 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมด เพราะส่วนใหญ่จะมารับรู้ในปี 50 นี้ ส่งผลให้ HEMRAJ จะมียอด Backlog จากการขายที่ดินที่จะยกมาปี 50 กว่า 900 ล้านบาทและ ยังมียอด Backlog จากโครงการ The Park อีกกว่า 1,660 ล้านบาท เพื่อรองรับการรับรู้รายได้ในปี 50 และคาดว่าในปี 50 รายได้จากค่าสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้ที่มีความแน่นอนของ HEMRAJ จะเติบโตกว่า 17% มาอยู่ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นตัวผลักดันรายได้ในปี 50 ของ HEMRAJ ให้เติบโตได้อีก
ทั้งนี้ จากฐานรายได้ที่หลากหลาย และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือดีอี ยังต่ำ ปีนี้ HEMRAJ จะมีกระแสเงินสดรับกว่า 4 พันล้านบาท จะทำให้ HEMRAJ มีเงินสดเพียงพอที่จะลงทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า IPP ร่วมกับ Glow ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 2.5-3 พันล้านบาท ส่งผลให้เราประเมินระดับ D/E ratio ณ สิ้นปี 50 จะอยู่ที่ระดับ 0.46 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงในแง่ Financial Risk ที่จะยังไม่เพิ่มสูงขึ้น
จากความล่าช้าและการปรับวิธีบันทึกบัญชีของโครงการ The Park ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการรายได้ปี 49 ลงและปรับเพิ่มประมาณการปี 50 ขึ้น ยังคงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน” ตามมูลค่าเหมาะสมปี 50 แทน แต่ยังอิง Prospective PE ที่ 10 เท่าตามเดิม ได้มูลค่าเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐานปี 50 ที่ 1.14 บาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|