บล.เคจีไอฯเบนเข็มเพิ่มรายได้ หลังลดเป้าSBLเหลือ500ล.


ผู้จัดการรายวัน(9 กุมภาพันธ์ 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

บล.เคจีไอ ลั่น ปี50 มูลค่าธุรกรรมยืมหุ้นหด คาดอยู่ที่ 500 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มี 600 ล้านบาท เหตุนักลงทุนหันไปซ็อตเซลในตลาดอนุพันธ์แทน -ก.ล.ต.ยังไม่เปิดช่องให้รายย่อยยืมหุ้นผ่านบัญชีเงินสด ผู้บริหาร เผย เตรียมเบนเข็มหันทำธุรกรรมอื่นเพิ่มสร้างรายได้

นางสาวนฤมล อาจอำนวยวิภาส หัวหน้าฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ามูลค่าการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) ในปี 2550 นี้ จะมีมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีมูลค่าการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์จำนวน 600 ล้านบาท เนื่องจากเมื่อตลาดนุพันธ์เกิดขึ้นก็จะทำให้นักลงทุนหันไปซ็อตในตลาดอนุพันธ์มากกว่าการเข้ามายืมหุ้นเพื่อทำซอตเซล เพราะสามารถที่จะเข้าไปซ็อตได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการยืมหุ้นทำให้สะดวกและ การที่ภาวะตลาดที่นิ่งไม่ค่อยผันผวนทำให้นักลงทุนคาดการณ์ลำบากว่าทิศทางราคาหุ้นจะเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังให้นักลงทุนรายย่อยยืมหุ้นผ่านบัญชีเครดิตบาลานซ์เท่านั้น ซึ่งยังไม่อนุญาตให้มีการยืมหุ้นในบัญชีเงินสด (บัญชีแคลช) ทำให้ให้มีการทำธุรกิจไม่ค่อยสะดวก ซึ่งทางสำนักงานงานก.ล.ต.อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์ แต่จากเอกสารการทำประชาพิจารณ์ของก.ล.ต.นั้น หากก.ล.ต.อนุญาตให้มีการยืมหุ้นผ่านบัญชีเงินสดได้ จะต้องมีการนำเงินมาวางเป็นหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น ซึ่งหากเป็นอย่างไรนั้นก็จะทำให้ธุรกรรม SBL ไม่ค่อยได้รับความสนใจ บริษัทจึงหันมาให้น้ำหนักในการทำธุรกรรมอนุพันธ์นอกตลาด (OTC) มากขึ้น

"หากทางก.ล.ต.มีการอนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยสามารถยืมหุ้นผ่านบัญชีแคลชได้ และไม่ต้องวางหลักประกันเพิ่ม จะทำให้มูลค่าการทำ SBL เพิ่มขึ้น โดยในปีนี้มูลค่าการทำธุรกรรม SBL จะไม่ค่อยคึกคักเท่าไร จากที่นักลงทุนหันไปซ็อตในตลาดฟิวเจอร์แทน แต่ก็ยังมีนักลงทุนที่มีการทำธุรกรรมดังกล่าวยังคงมีการทำธุรกิจดังกล่าวอยู่แต่จำนวนการเปิดบัญชีการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์จะไม่เพิ่มขึ้นมาซึ่งจะอยู่ที่ระดับ 100 บัญชี โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เข้ามาทำธุรกรรมSBL จะเป็นนักลงทุนสถาบัน"นางสาวนฤมล กล่าว

ทั้งนี้ หากก.ล.ต.ยังไม่อนุญาตให้นักลงทุนรายย่อยมีการทำธุรกรรมSBL ในบัญชีแคลช หรือ อนุญาตแต่ต้องมีการวางหลักประกันเพิ่มนั้น ก็อาจจะส่งผลกระทบทำให้บริษัทหลักทรัพย์ ที่มีความสนใจที่จะทำธุรกกรรมSBLมีการชะลอออกไปก็ได้ และการที่บล.จะเข้ามาทำธุรกรรมSBL ก็จะต้องมีการพัฒนาระบบให้มีความพร้อมก่อน ซึ่งบริษัทได้มีการทำธุรกรรมดังกล่าวมานานหลายปีแต่วอลุ่มก็ไม่ค่อยดีเท่าไร

นางสาวนฤมล กล่าวว่า สำหรับในปีที่ผ่านมานั้น เดิมบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีมูลค่าการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์จำนวน 800-900 ล้านบาท แต่พอสิ้นปีพบว่ามีนักลงทุนเข้ามาทำธุรกรรมดังกล่าวเพียง 600 ล้านบาท เนื่องจาก ในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไม่ค่อยเอื้อ ทำให้นักลงทุนคาดการณ์ได้อยากว่าทิศทางตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไร จึง มีการชะลอในการทำธุรกรรมดังกล่าว จึงมีผลทำให้มูลค่าการยืมและให้ยืมหุ้นมีการปรับตัวลดลง

อนึ่งเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2549 ทางบล.เคจีไอ ได้มีการคาดการณ์การว่า มูลค่าการยืมและใช้ยืมหลักทรัพย์ (sbl)ในปีหน้าจะเพิ่มขึ้น 20-30% จากปี49 ที่คาดว่าจะมีมูลค่าการยืมหลักทรัพย์ 800-900 ล้านบาท เนื่องจาก บริษัทได้มีการรับเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เกตติ้ง) เพิ่มอีก 100 ราย เพื่อให้คำแนะนำกับลูกค้าที่ต้องการเข้ามาทำธุรกรรมดังกล่าว ประกอบกับการตลาดอนุพันธ์ (TFEX) เริ่มเปิดทำการยิ่งทำให้มีการทำธุรกรรมมากขึ้น


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.