ปัญญา ควรตระกูล ยังไม่อาจวางมือได้

โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
นิตยสารผู้จัดการ( มีนาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

ในวัย 72 ปี ปัญญา ควรตระกูล ยังสนุกกับการขายบ้านจัดสรร มีความสุขที่ได้พูดคุยพบปะลูกค้าเก่าแก่ที่คุ้นเคยกันมา ตั้งแต่สมัยซื้อหมู่บ้านเศรษฐีโครงการแรก "ปัญญาพัฒนาการ" ที่วันนี้กลับมาอีกครั้งเพื่อมาหาซื้อบ้านให้ลูกหรือหลาน

เกือบทุกวัน ในสำนักงานขายของ หมู่บ้านปัญญารามอินทราโครงการใหม่ "Private Living Panya" ปัญญา ควรตระกูล เจ้าของโครงการ ในชุดกางเกง ขาสั้น เสื้อยืด จะนั่งประจำอยู่ในออฟฟิศตั้งแต่ 10 โมงเช้า ก่อนที่จะกลับไปทานข้าวเที่ยงที่บ้าน ที่ห่างไปไม่มากนักและ จะกลับเข้ามาอีกครั้งในช่วงบ่าย หลังจากนั้นก็เลยไปออกรอบในสนามกอล์ฟปัญญารามอินทราฝั่งตรงข้ามกับลูกชาย หรือไม่ก็บริวารคนรอบข้าง

ปัญญา คือโมเดลของผู้ประสบความสำเร็จอีกคนหนึ่งในสังคมไทยที่ใช้ความลำบาก ยากจน เป็นฐานสำคัญในการสร้างความมุมานะ เพื่อสร้างฐานะ เขาเป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวน 3 คนของคุณพ่อแสง และคุณแม่หงษ์ แซ่โค้ว มีรูปร่างผอมสูง ผิวพรรณดีตามเผ่าพันธุ์ ซึ่งเป็นคนจีนผสมไทยปนมอญ ในวัยเด็กต้องช่วยครอบครัว ขายผัก ขาย ปลาทู ขายขนมหวาน อยู่ในตลาดพระประแดง ย่างเข้าวัยรุ่น ก็เคี่ยวน้ำหวาน น้ำแดง น้ำสละ น้ำมะลิ ส่งขายเป็นกิจการของตัวเองตั้งแต่อายุ 15 ปี พร้อมๆ หัดตั้งวงแชร์ เพื่อเป็นเงินเก็บตั้งแต่ตอนนั้น ต่อมาก็เริ่มมาเป็นลูกจ้างให้กับพี่สาวซึ่งเป็นเอเย่นต์ ขายบุหรี่ แล้วเปลี่ยนไปอยู่โรงรับจำนำ ก่อนที่จะไปร่วมหุ้นกับทางญาติภรรยาเพื่อเริ่มงานซื้อขาย ที่ดิน ซื้อมาขายไปจนกระทั่งไปได้ที่ดินแปลงหนึ่งบนถนนพัฒนาการ และพัฒนาเป็นหมู่บ้านผู้มีรายได้สูงโครงการแรกๆ ของเมืองไทย

"ปัญญาพัฒนาการ" เป็นสปริงบอร์ดครั้งสำคัญทำให้ชีวิตพลิกกลับเหมือนฝ่ามือ การอ่านเกมการตลาดได้ออก เข้าใจความต้องการของคนในสังคมไทยเรื่องที่อยู่อาศัย ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างมากจากโครงการนี้ และมีเม็ดเงินไปหว่านซื้อที่ดินในทำเลต่างๆ ไว้อีกอย่างมากมาย

ดีลการขายครั้งสำคัญของเขาอีกครั้ง เมื่อปี 2538 คือการขายสนามกอล์ฟปัญญารีสอร์ท และปัญญาฮิลล์ให้กับพันธมิตรต่างวัย ทวีพงศ์ จารุทวี แห่งกลุ่มแนเชอรัลพาร์ค ผู้เล่นกอล์ฟ ไม่เป็นเลย แต่หวังอย่างยิ่งว่าจะทำรายได้มหาศาลจากธุรกิจกอล์ฟที่กำลังรุ่งโรจน์สุดๆ ในช่วงนั้น

2 ปีหลังจากนั้น ความล่มสลายของเศรษฐกิจโลกก็เกิดขึ้น ธุรกิจที่เคยเฟื่องฟูอย่างกอล์ฟ ได้ตกต่ำลงอย่างสุดขีด กลับกลายเป็นว่าปัญญา ควรตระกูล โชคดีอย่างมากๆ ที่ได้ขายสนามกอล์ฟ ไปได้ก่อนหน้านี้ และหลังจากเปิดขายโครงการปัญญาเลคโฮมที่สุวินทวงศ์เมื่อปี 2539 พร้อมๆ กับ การขายที่ดินแปลงเปล่ารอบๆ สนามกอล์ฟไปอย่างเงียบๆ กลุ่มนี้ก็แทบจะหายไปจากวงการพัฒนาที่ดินเหลือไว้เพียงตำนานของอดีตเจ้าพ่อสนามกอล์ฟของเมืองไทยเท่านั้น

วันนี้ ปัญญา งัดเอาที่ดินในไพร์มแอเรียแปลงสุดท้าย ย่านรามอินทรา ตรงข้ามสนามกอล์ฟ ปัญญารามอินทรา จำนวน 85 ไร่ มาทำโครงการบ้านจัดสรรราคาแพงและเปิดโครงการไปเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2545 พร้อมๆ กับข่าวการขายโครงการสนามกอล์ฟ 27 สุวินทวงศ์ให้กับกลุ่มดัชมิลล์เป็นเม็ดเงินไม่ต่ำว่า 700-800 ล้านบาท

วันที่ "ผู้จัดการ" เข้าไปนั่งคุยกับเขาที่สำนักงานขายเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2546 นั้น ปัญญากำลังรอโทรศัพท์จากชาตรี โสภณพนิช เตรียมเสนอเงื่อนไขซื้อหุ้นส่วนหนึ่งของสนาม กอล์ฟที่สุวินทวงศ์คืน เพื่อรวบรวมขายต่อให้กับกลุ่มดัชมิลล์ ซึ่งเขาบอกว่าไม่น่ามีปัญหา

ในช่วงบั้นปลายของชีวิต ปัญญา ควรตระกูล น่าจะปิดฉากการทำธุรกิจของเขาอย่างมีความสุขเพียงแค่โครงการบ้านจัดสรรโครงการนี้ แต่ดูเหมือนว่าความเป็นนักซื้อนักขายมันยังเดือดพล่านอยู่ในสายเลือด

"พอได้เงินมามันก็อดไม่ได้อีกที่จะมองหาที่ดินแปลงใหม่ๆ" เขาพูดยิ้มๆ ด้วยท่าทีเรียบเรื่อยดูสบายๆ เช่นเดียวกับสไตล์การทำธุรกิจที่ดินของเขาที่จะมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และระวังตัวมาโดยตลอด ปัญญายอมรับว่ากลุ่มปัญญา พร็อพเพอร์ตี้ส์ มีตัวเขาเองเป็นหลัก เป็นภาพพจน์ที่ดี และเป็นจุดขายสำคัญในเรื่องการรักษาคำมั่นกับลูกค้ามาตลอด โดยมีลูกอีก 3 คนในตำแหน่งกรรมการรองผู้จัดการเป็นคนคอยช่วยเสริม โดย พัชร ลูกชายคนโต จะรับผิดชอบทางด้านบัญชีและการเงิน อรนภา ดูแลทางด้านงานประชาสัมพันธ์ ส่วนปฏิญญา ลูกสาวคนเล็กมีหน้าที่ดูแลทางด้านงานขาย

ปัญญา เป็นนักพัฒนาที่ดินรายแรกๆ ในเมืองไทยที่กล้าลงทุน ทำบ้านจัดสรรขายเศรษฐี โดยพัฒนารูปแบบบ้านให้ต่างกับบ้าน จัดสรรอื่นๆ ที่คนระดับนี้เคยมองว่าเป็น "บ้านโหล" ในขณะเดียว กันก็ลงทุนเต็มที่ในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค และระบบความปลอดภัยในโครงการขายทั้งที่ดินเปล่าและบ้านพร้อมที่ดิน ซึ่งแบ่ง ขายแปลงใหญ่ถึง 200-300 ตารางวา ส่วนแบบบ้านในยุคนั้นได้มติ ตั้งพานิช เป็นคนเขียนแบบ ต่อมาเป็นพวงเพ็ญ วิบูลย์สวัสดิ์ ผู้เป็นน้องภรรยาเข้ามาช่วย

กว่าโครงการใหญ่นั้นจะสำเร็จ เขาต้องฉีดยาบำรุงประสาท เพื่อลดความเครียดวันละ 3 เวลา และเป็นที่มา ทำให้ต้องลุกขึ้นมาออกกำลังกายด้วยการตีกอล์ฟ ก่อนที่ยาจะเอาไว้ไม่อยู่ กอล์ฟเลยกลายเป็นชีวิตจิตใจของเขามานับตั้งแต่ตอนนั้น

สนามกอล์ฟปัญญารีสอร์ท ที่อำเภอบางพระ จังหวัดชลบุรี เป็นสนามกอล์ฟแห่งแรกที่ซื้อที่ดินมาจากบริษัทเชลล์จำนวน 2,800 ไร่ และหลังจากนั้นสนามกอล์ปัญญา ฮิลล์ สนามกอล์ฟปัญญารามอินทรา และสนามปัญญาปาร์ค สุวินทวงศ์ ก็เกิดขึ้นตามๆ มา พร้อมกับแผนการที่จะสร้างสนามกอล์ฟเพิ่มอีก 3-4 สนาม ฉายาเจ้าพ่อสนามกอล์ฟเลยเกิดขึ้นในเวลานั้น

วันนี้เขาเหลือโครงการสนามกอล์ฟปัญญารามอินทรา เพียงสนามเดียว ที่เขาจะต้องเล่นทุกวัน วันละ 9 หลุม เป็น การออกกำลังกายอย่างเดียวที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมๆ กับการทานอาหารชีวจิต



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.