บอร์ดบีโอไอลุยส่งเสริมฯไบโอเทคหวังปูพรมพัฒนาเทียบชั้นสิงคโปร์


ผู้จัดการรายวัน(2 กุมภาพันธ์ 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

บอร์ดบีโอไอเปิดประเภทส่งเสริมกิจการไบโอเทคแล้ว หวังนำทางให้ไทยมีการวิจัยและพัฒนามากขึ้นเทียบชั้นสิงคโปร์ “โฆสิต” ย้ำ ไทยมีเกษตรกรรมที่เข้มแข็งเป็นพื้นฐานที่ดี พร้อมอนุมัติลงทุน 6 โครงการ กว่า 7 หมื่นล้านบาทฉลุย ลั่นกรณีฟอร์ดหารือไม่ได้ยืนยันว่าจะลงทุนในไทยหรือไม่อย่างไร โดยไทยเป็นตัวเลือกและจะตัดสินใจ พ.ค. นี้

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ) ว่า บอร์ดได้พิจารณาอนุมัติเปิดส่งเสริมลงทุนในธุรกิจชีวภาพของไทย หรือไบโอเทคทั้งการวิจัยและการผลิตที่ใช้ความรู้เทคโนโลยีชีวภาพชั้นสูง โดยจัดให้เป็นกิจการเป้าหมายให้ได้สิทธิประโยชน์เว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี โดยไม่จำกัดวงเงิน ทุกเขตที่ตั้ง และหากตั้งกิจการในอุทยานวิทยาศาสตร์จะได้ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิ 50% เป็นเวลา 5 ปี ภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี

“เราเองก็ทราบว่าทางสิงคโปร์ก็ได้ประกาศเป็นศูนย์กลางด้านไบโอเทค แต่เราเองก็คิดว่าไทยก็มีศักยภาพเพราะมีเกษตรกรรมที่มีความเข้มแข็งเป็นพื้นฐานที่สำคัญ”นายโฆสิตกล่าว

สำหรับกิจการเทคโนโลยีชีวภาพที่จะได้รับการส่งเสริมประกอบด้วย 1. กิจการวิจัยและพัฒนาและอุตสาหกรรมการผลิตเมล็ดพันธุ์หรือการปรับปรุงพันธุ์พืชและสัตว์ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ 2. กิจการวิจัยและพัฒนาและอุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเช่น ยา วัคซีน โปรตีน เพื่อบำบัด 3. กิจการวิจัยและพัฒนา และอุตสาหกรรมการผลิตชุดตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ เกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อม 4. กิจการวิจัยพัฒนาและอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เซลล์จุลินทรีย์ เซลล์พืช และเซลล์สัตว์ ในการผลิตสารชีวโมเลกุล

นอกจากนี้ บอร์ดยังได้อนุมัติยกเว้นภาษีลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาโดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากรายได้ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมก่อนหน้านี้เป็นเวลา 3 ปี ในสัดส่วน 70% ของมูลค่าเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา แต่ต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท พร้อมกับอนุมัติเพิ่มสิทธิประโยชน์ส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือจูงใจให้ตั้งเขต 2-3 รวมถึงการเปิดส่งเสริมการลงทุนโลจิสติกส์ปาร์ค โดยต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 200 ไร่

ที่ประชุมยังได้อนุมัติแผนการลงทุน 6 โครงการ มูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่ได้มีการพิจารณาการลงทุนโครงการสุโขทัยปิโตรเลียม จำกัด เพราะจะต้องให้บริษัทแสดงหลักฐานความชัดเจนด้านเงินลงทุน ผู้ร่วมทุนรวมถึงการตลาดก่อน ส่วนการขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนปรนมาตรการกันสำรอง 30% ให้กับกิจการที่ได้รับบีโอไอยังไม่ได้พูดถึง

นายโฆสิตยังได้กล่าวถึงกรณีที่ผู้บริหารบริษัทฟอร์ด มาสด้า คอร์ปอเรชั่นได้เข้าพบเมื่อเร็วๆ นี้นั้น ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงทุนที่ประเทศใด โดยกำลังพิจารณาอยู่ใน 3 ประเทศ โดยหนึ่งใน 3 มีประเทศไทยด้วย และคาดว่าจะตัดสินใจในเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะมีเงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

“ทางฟอร์ดระบุเพียงว่าจะลงทุนขยายกิจการ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ผมเองก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นที่มีข่าวว่าฟอร์ดถอนการลงทุนและคงไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ได้ยื่นผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานตามมาตรฐานสากลหรืออีโคคาร์แต่อย่างใด เพราะฟอร์ดเข้าใจว่าเรากำลังคุยกับ 6 ราย ที่ได้ยื่นเสนออยู่ และก็รอเกณฑ์ที่เราจะประกาศออกมาช่วงมี.ค. เสียก่อน” นายโฆสิตกล่าว


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.