จวกยับมาตรการธปท.ผิดพลาด แนะเว้น 30% ให้บ.ที่ผ่านบีโอไอ


ผู้จัดการรายวัน(1 กุมภาพันธ์ 2550)



กลับสู่หน้าหลัก

“ณรงค์ชัย” จวกยับมาตรการธปท.เป็นความผิดพลาดการบริหารด้านค่าเงินบาท ชี้กันสำรอง 30% ไม่จำเป็นต้องใช้เลยหากไตรมาส 4 ปีที่แล้วยอมลดดอกเบี้ยอาร์พี 14 วัน ชี้การเมืองปัจจัยหลักชี้ชะตาเศรษฐกิจปี 50 เผยเกมชิงอำนาจทั้งขั้วใหม่และเก่า ชนะก็อยู่บนความบอบช้ำของประเทศ “จักรมณฑ์” แนะบีโอไอเสนอธปท.เว้นมาตรการกันสำรอง 30% ให้นักลงทุนที่ได้รับส่งเสริมลงทุนจากบีโอไอ

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) กล่าวในการสัมนาเรื่องทิศทางการลงทุนภาครัฐและเอกชนปี 2550 และการรับมือค่าเงินบาทผันผวน ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) และเอ็กซิมแบงก์ วานนี้ (31ม.ค.) ว่า การที่จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมีทางเดียว คือการยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อกลับเข้าสู่ความเป็นจริง เพราะรัฐบาลบริหารประเทศในนโยบายการเงินการคลังไม่ดีพอ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศในปัจจุบัน มีการปล่อยให้เกิดการเก็งกำไรค่าเงินบาท รวมทั้งปล่อยให้เกินดุลการค้าแทนที่จะทำให้ขาดดุลการค้า

ขณะเดียวกัน หากในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วมีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรืออาร์พี 14 วัน ขณะนี้ก็ไม่ต้องใช้มาตรการกันสำรอง 30%

“ภาวะเศรษฐกิจของไทยในปีนี้จะยังได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองสูงมากเพราะขั้วอำนาจเก่าก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว มีการจ้างล๊อบบี้ยีสต์ประชาสัมพันธ์ตัวเอง, นำตัวเองไปออกอากาศผ่านโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นและเร็วๆ นี้ก็จะลงสัมภาษณ์ในหนังสือ time ขณะที่ขั้วอำนาจใหม่ได้แต่เพียงตั้งรับสถานการณ์ เพราะถ้าหากทั้งสองฝ่ายยังเล่นเกมช่วงชิงชัยชนะอยู่เช่นนี้ สุดท้ายก็ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ชนะบนความบอบช้ำของประเทศ ประเทศไทยก็จะสูญเสียภาพพจน์ด้านการลงทุน ”นายณรงค์ชัยกล่าว

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า บีโอไอควรจะทำหนังสือถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเว้นมาตรการกันสำรอง 30% ให้กับนักลงทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เนื่องจากนักลงทุนดังกล่าวมีแผนการลงทุนที่ชัดเจนอยู่แล้ว

“บอร์ดบีโอไอวันนี้ (1ก.พ.) บอร์ดบางคนอาจจะเสนอให้บีโอไอทำหนังสือถึงธปท. ให้เว้นมาตรการดังกล่าว เพราะไม่ต้องห่วงว่าหากยกเว้นให้เป็นพิเศษแล้วจะนำเงินไปเก็งกำไรค่าเงินบาทเพราะต้องทำตามเงื่อนไขบีโอไอและเรื่องนี้ก็ให้บีโอไอรับผิดชอบไปเลย”นายจักรมณฑ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าระยะสั้นคงจะต้องมีการแก้ไขปัญหาไปก่อนแต่ระยะกลางและระยะยาวแล้วเอกชนจะต้องเน้นเพิ่มประสิทธิภาพทางการแข่งขันหลายๆ ทางไม่ควรจะมุ่งการแข่งขันจากการทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง โดยจะต้องมองเรื่องทุนและแรงงาน ระบบลอจิสติกส์ และระบบการเงินที่สอดรับกันเป็นสำคัญ

นายสาธิต ชาญเชาวน์กุล เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า แม้ว่าไทยจะมีปัญหาหลายด้านและมีการขู่ถอนการลงทุนแต่ยอดขอส่งเสริมกลับไม่ได้ลดลงอย่างที่หลายฝ่ายคิด โดยเดือนม.ค. มียอดขอรับบีโอไอ 94 โครงการวงเงินรวม29,300 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับม.ค.ปี 2549 มาก แต่สิ่งที่น่าห่วงคือภาคการส่งออกเพราะหากเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะของสหรัฐฯหดตัวจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยทันที

นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ปี 2550 ภาคลงทุนของไทยน่าจะยังขยายตัวได้อยู่แต่ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าหากภาคอุตสาหกรรมไทยไม่ปรับตัวก็จะแข่งขันลำบากมากขึ้นโดยจะต้องเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.