|

กฏ30%-บึ้มกทม.พ่นพิษเอ็นเอวีกองทุนหุ้นลดวูบ
ผู้จัดการรายวัน(31 มกราคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (MFC) เปิดเผยว่า บริษัทได้แจ้งไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนรวมเอ็มเอฟซีสปอทสี่ (SPOT4) เพื่อขอแก้ไขโครงการกองทุนจากกองทุนปิดเป็นกองทุนเปิด ซึ่งสาเหตุที่ต้องขอแก้ไขโครงการดังกล่าว เนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศในช่วงปลายปีที่ผ่านมามีการพลิกผัน ทั้งการประกาศมาตรการป้องกกันการเก็งกำไรค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 และเหตุการณ์ลอบวางระเบิด 8 จุดในกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2549 จนส่งผลให้ภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ได้ปรับตัวลดงลงอย่างคาดไม่ถึงจาก 730.55 จุด ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2549 เป็น 622.27 จุด ณ วันที่ 10 มกราคม 2550 ซึ่งเป็นการปรับลดลงกว่าร้อยละ 14 ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวกองทุนรวมเอ็มเอฟซีสปอทสี่ ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน ถึงแม้ว่าผู้จัดการกองทุนได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนไว้ โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยของกองทุนได้ปรับลดลงจาก 11.1775 บาท ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2549 มาอยู่ที่ 9.663 บาท ณ วันที่ 10 มกราคม 2550 หรือลดลงกว่าร้อยละ 13
โดยบริษัทจึงมีความเห็นว่า การปิดกองทุนตามที่กำหนดไว้ตามรายละเอียดโครงการคือในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 จะมีผลให้กองทุนต้องเร่งจำหน่ายหลักทรัพย์ที่กองทุนถือครองในภาวะตลาดที่ผิดปกติอย่างมาก ซึ่งจะมีผลสืบเนื่องทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อย่างมากจากมูลค่าหลักทรัพย์ที่ลดลงเกินกว่าที่ควรเมื่อเปรียบเทียบกับการจำหน่ายหลักทรัพย์ให้สภาวะตลาดปกติ
ดังนั้น บริษัทจึงเสนอให้มีการแก้ไขรายละเอียดโครงการของกองทุน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น โดยการปรับเปลี่ยนสภาพของกองทุนรวมเอ็มเอฟซีสปอทสี่ จากกองทุนปิดเป็นกองทุนเปิด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งเห็นว่าควรจะรักษามูลค่าของกองทุนไว้ก่อนโดยไม่ต้องเร่งจำหน่ายหลักทรัพย์เพื่อปิดกองทุนสามารถคงสภาพการถือครองหน่วยลงทุนต่อไป ในขณะที่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีความประสงค์จะไถ่ถอนหน่วยลงทุนก็สามารถกระทำได้
สำหรับกองทุนรวมเอ็มเอฟซีสปอทสี่ มีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนเพื่อผลตอบแทนการลงทุนที่ดี จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2547 มีอายุโครงการ 3 ปี โดยจะครบกำหนดอายุกองทุนในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีเงื่อนไขพิเศษ คือ มูลค่าหน่วยลงทุนหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 127.50 ของมูลค่าที่ตราไว้ (10 บาท) เป็นเวลา 5 วันทำการติดต่อกัน และมูลค่าหน่วยลงทุนที่ต้องคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 125 ของมูลค่าที่ตราไว้ แล้วแต่เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อน
บลจ.กสิกรไทยปิดกองทุนRKBDCหลังมูลค่าเอ็นเอวีต่ำกว่า50ล้านบ.
รายงานข่าวของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนเปิดรวงข้าวดุลทรัพย์ปันผล (RKBDC) ประกาศหยุดรับคำสั่งซื้อขายคืนหน่วยลงทุน เนื่องจากกองทุนดังกล่าวมีมูลค่าหน่วยลงทุนลดลงต่ำกว่า 50 ล้านบาท ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน โดยมีผลให้ต้องเลิกกองทุนตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา
นายนคร ตามไท ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า สาเหตุของการปิดกองทุนเปิดรวงข้าวดุลทรัพย์ปันผล เนื่องจากกองทุนมีขนาดเล็ก และมีนักลงทุนบางส่วนได้ทำการขายคืนกองทุนดังกล่าวออกไปจำนวน 1-2 ราย ทำให้มีจำนวนผู้ถือหน่วยลงทุนมีจำนวนต่ำกว่า 35 ราย ซึ่งตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดไว้ ต้องยกเลิกกองทุนทันที
ทั้งนี้ ทางบริษัทจะชำระคืนหน่วยลงทุนให้กับนักลงทุนภายใน 10 วัน หลังจากที่ได้แจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบแล้วในวันที่ 24 มกราคม 2550 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ บลจ. กสิกรไทย ยังมีกองทุนที่มีความใกล้เคียงกับกับกองทุนเปิดรวงข้าวดุลทรัพย์ปันผล (RKBDC) เช่น กองทุนเปิดรวงข้าวดุลทรัพย์ หรือกองทุนเปิดรวงข้าวทุนวิภาค สำหรับนักลงทุนรายใดที่ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนกับทางบริษัท
ส่วนผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ วันที่ 19 มกราคม 2550 ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ -5.40% ย้อนหลัง 6 เดือนอยู่ที่ -0.57% และย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ -3.40% ส่วนมูลค่าหน่วยลงทุน 10.12 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวจดทะเบียนเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2539 ด้วยทุนจดทะเบียนของโครงการ 5,000 ล้านบาท
กองทุนเปิดรวงข้าวดุลทรัพย์ปันผล (RKBDC) สัดส่วนการลงทุนคิดเป็นเปอร์เซ็นของมูลค่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2549 ประกอบด้วย 1. หุ้นกู้ ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน 12.00% 2. หุ้นทุนอื่นๆ 14.66% 3. ธนาคาร 14.92% 4. พันธบัตรหรือตราสารหนี้ รัฐบาล รัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลังค้ำประกัน 19.14% 5. พลังงาน 19.64% 6. วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง 4.74% 7. พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 6.51% และ 8. เงินฝาก บัตรเงินฝาก หุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงินของ หรือรับรอง รับอาวัลโดยสถาบันการเงิน และอื่นๆ 8.35%
สำหรับกองทุนเปิดรวงข้าวดุลทรัพย์ปันผล (RKBDC) เป็นกองทุนรวมผสม ประเภทรับซื้อหน่วยลงทุน ซึ่งไม่กำหนดอายุโครงการ โดยเน้นลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝาก ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนในขณะใดขณะหนึ่งไม่เกินร้อยละ 65 และไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะปานกลางถึงระยะยาวภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม
ทั้งนี้ นโยบายการจ่ายเงินปันผลของกองทุนดังกล่าวไม่เกินปีละ 2 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่า 90% ของการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานประจำแต่ละงวดบัญชี ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่รวมถึงรายการกำไรหรือขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น (Unrealized Gain) ทั้งนี้ อัตราเงินปันผลที่จะจ่ายเมื่อคำนวณเป็นจำนวนเงินปันผลแล้วจะต้องไม่เกินการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิ จากการดำเนินงานประจำงวดบัญชีที่จ่ายเงินปันผลนั้น และบริษัทจัดการอาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมส่วนที่ไม่รวมกำไรหรือขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น (Unrealized Gain) ของกองทุนได้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|