|

แฟมิลี่พลิกกลยุทธ์ตลาดเครื่องเล่นดีวีดีใส่สีสัน สร้างคอนเซ็ปต์ Connecting
ผู้จัดการรายสัปดาห์(18 มกราคม 2550)
กลับสู่หน้าหลัก
แฟมิลี่งัด Emotional Marketing สร้างสีสันเครื่องเล่นดีวีดี พร้อมคอนเซ็ปต์ Connecting สร้างฟังก์ชั่นในการใช้งานให้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หวังขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่
ในช่วงที่สินค้าจีนเข้ามารุกตลาดเครื่องเล่นวีซีดีโดยใช้กลยุทธ์ด้านราคา บรรดาสินค้าแบรนด์เนมต่างก็หนีสงครามราคาด้วยการหันไปโฟกัสสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นนั่นคือเครื่องเล่นดีวีดี ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าตลาดดังกล่าวน่าจะมีการเติบโตที่ดีกว่าเครื่องเล่นวีซีดี แต่เนื่องจากการแข่งขันในสมรภูมิเครื่องไฟฟ้าเมื่อ 2 ปีที่แล้วมีการตัดราคาอย่างมากในกลุ่มทีวีทำให้บรรดาแบรนด์เนมต้องทำโปรโมชั่นแรงๆโดยเฉพาะทีวีจอใหญ่แถมเครื่องเล่นดีวีดี ส่งผลให้ยอดขายในส่วนของเครื่องเล่นดีวีดีไม่เติบโตเท่าที่ควรดังนั้นหลายๆค่ายจึงพยายามสร้างฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ เช่น คาราโอเกะ การรับประกันความสามารถในการอ่านแผ่นได้ทุกชนิด รวมถึงของแถมอย่างไมโครโฟนและลำโพงเพื่อกระตุ้นดีมานด์ให้สูงขึ้น
ปัจจุบันตลาดเครื่องเล่นแผ่นมี 3 เซกเมนต์คือ เครื่องเล่นวีซีดี เครื่องเล่นดีวีดี และเครื่องบันทึกดีวีดี โดย จีเอฟเค ได้คาดการณ์ว่าตลาดเครื่องเล่นดีวีดีในปีที่ผ่านมาจะมีปริมาณความต้องการสูงถึง 1,400,000 เครื่อง ขณะที่ เครื่องบันทึกดีวีดีจะมีดีมานด์ 40,000 เครื่อง ส่วนตลาดเครื่องเล่นวีซีดีเป็นเซกเมนต์ที่มีการเติบโตลดลง 30% คิดเป็นดีมานด์ 650,000 เครื่อง ทั้งนี้การเติบโตของเครื่องเล่นดีวีดีเป็นผลมาจากราคาตัวเครื่องและแผ่นหนังที่ลดลงอย่างต่อเนื่องรวมถึงความพยายามของสินค้าจีนที่จะอัพเกรดตัวเองด้วยการทำสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นเช่นเครื่องเล่นดีวีดีแต่ยังคงนโยบายราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ส่วนเครื่องบันทึกดีวีดีได้รับอานิสงส์จากฟุตบอลโลก 2006 ซึ่งมีการโปรโมตทีวีจอใหญ่อย่างพลาสม่าและแอลซีดีค่อนข้างมากโดยมีการแถมเครื่องบันทึกดีวีดีให้กับผู้บริโภคประกอบกับเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครองราชย์ครบ 60 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำให้ผู้บริโภคเห็นถึงประโยชน์ของเครื่องบันทึกดีวีดีในการบันทึกรายการสดต่างๆทางทีวี
สำหรับในปีนี้คาดว่าจะมีเครื่องเล่นแผ่นเกิดขึ้นอีก 2 เซกเมนต์คือเครื่องเล่นบลูเรย์ดิสก์ และเครื่องเล่นเอชดี-ดีวีดี ซึ่งทั้ง 2 ฟอร์แมตให้ความละเอียดในระดับ Full HD ซึ่งมากกว่าเครื่องเล่นแผ่นในปัจจุบัน ทั้งนี้เทคโนโลยีบลูเรย์ดิสก์จะไม่สามารถอ่านแผ่นชนิดอื่นได้นอกจากแผ่นบลูเรย์เท่านั้นขณะที่แผ่นบลูเรย์เองก็ยังมีการผลิตไม่มากนักในตลาดโลก ประกอบกับตัวเครื่องและตัวแผ่นยังมีราคาแพง จึงเชื่อว่าในช่วง 1-2 ปีแรกยังเป็นตลาดเฉพาะสำหรับลูกค้าระดับบนเท่านั้น อย่างไรก็ดีในปีที่ผ่านมาซัมซุงได้มีการลอนช์เครื่องเล่นบลูเรย์โดยนำหัวอ่านดีวีดีเข้ามาใส่ในเครื่องด้วยโดยมีราคาสูงถึง 30,000 บาท ส่วนในปีนี้จะมีทั้งโซนี่และพานาโซนิคที่เตรียมนำเครื่องเล่นแผ่นบลูเรย์ดิสก์เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย
ขณะที่เครื่องเล่นเอชดี-ดีวีดีซึ่งสามารถอ่านแผ่นดีวีดีได้ และมีราคาถูกว่าเครื่องเล่นบลูเรย์ค่อนข้างมาก แต่ท่าทีของผู้ผลิตซอฟต์แวร์หรือแผ่นภาพยนตร์ส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ฟากบลูเรย์ดิสก์เนื่องจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่าทำให้ยากต่อการก็อปปี้ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ผลิตภาพยนตร์จากทั่วโลกให้ความสำคัญ ดังนั้นทั้ง 2 ฟอร์แมตใหม่จึงยังไม่ใช่คู่แข่งโดยตรงสำหรับตลาดเครื่องเล่นดีวีดีในปัจจุบันซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่ใหญ่ที่สุด และยังสามารถเติบโตได้อีก แต่ยังต้องเผชิญกับปัญหาราคาที่ลดต่ำลงโดยราคาเฉลี่ยของเครื่องเล่นดีวีดีในท้องตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 2,800 บาท ลดลงจาก 3,000 บาทในช่วง 1 ปีก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดียังมีเครื่องเล่นดีวีดีที่มีราคาในระดับ 1,000 บาทต้นๆให้เห็นอยู่ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มีการสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง ในขณะที่แบรนด์เนมส่วนใหญ่จะมีราคา 2,000 กว่าบาทขึ้นไป การแข่งขันโดยทั่วไปแบรนด์เนมจะพยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์รวมถึงประสิทธิภาพในการอ่านแผ่นชนิดต่างๆ ส่วนแบรนด์จีนและโลคัลแบรนด์ยังคงแข่งเรื่องราคา อย่างไรก็ดียังมีโลคัลแบรนด์ในตลาดบางรายที่พยายามยกระดับตัวเองให้แตกต่างจากสินค้าราคาถูกทั่วไป เช่น โซเคน อะโคเนติก และแฟมิลี่
ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือการใช้ Emotional Marketing ของแฟมิลี่ในการสร้างสีสันให้กับเครื่องเล่นดีวีดีรุ่นไบซ์ (Bice) ภายใต้สโลแกนดีวีดีเลือกสีได้ โดยมีสีให้ผู้บริโภคได้เลือก 8 สีคือ สีขาว และอีก 7 สีเป็นคอนเซ็ปต์สีตามวันคือ แดง เหลือง ชมพู เขียว ส้ม ฟ้า ม่วง เพื่อให้เครื่องเล่นดีวีดีแฟมีลี่เป็นเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้านที่สามารถวางเข้าชุดกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆได้ นอกจากนี้แฟมิลี่ยังเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆให้กับเครื่องเล่นดีวีดีรุ่นไบซ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ Connecting โดยต่อผ่าน USB พอร์ต เช่น ชุดลำโพงของไบซ์สามารถต่อเชื่อมกับเครื่องเล่น MP3, MP4 และ iPod ส่วนตัวเครื่องเล่นมี USB พอร์ต สามารถต่อ Reader Card แล้วอ่านข้อมูลจากมีเดียต่างๆได้ไม่ว่าจะเป็น SD Card Memory Stick และมีเดียอื่นๆที่ผ่าน Reader Card ได้ รวมถึงทรัมป์ไดรฟ์ และโทรศัพท์มือถือ โดยรองรับแผ่นที่หลากหลายตั้งแต่ DVD SVCD CD-RW MP3 MP4 divx ตลอดจนไฟล์ภาพ jpg
คุณสมบัติเหล่านี้จะทำให้แฟมิลี่สามารถขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่วัย 18-25 ปีได้มากขึ้นโดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ในการดาวน์โหลดเพลง การใช้ MP3 และ MP4 ซึ่งจีเอฟเคคาดการณ์ว่าในปีที่ผ่านมาตลาดเครื่องเล่น MP3 และ MP4 จะมีปริมาณความต้องการในตลาดสูงถึง 558,000 เครื่องหรือคิดเป็นมูลค่าเกือบ 2,000 ล้านบาท แต่ความต้องการดังกล่าวก็จะลดลงในปี 2551 เนื่องจากถูกแทนที่ด้วยโทรศัพท์มือถือที่มีทั้งกล้องดิจิตอลและเครื่องเล่น MP3 ในเครื่องเดียวกัน ดังนั้นแฟมิลี่จึงรองรับความต้องการในอนาคตด้วยการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้
ไบซ์ ดีวีดี มีราคาอยู่ที่ 2,990 บาท ซึ่งแพงกว่าราคาเฉลี่ยในท้องตลาดแต่ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆได้มากมายจึงไม่ใช่อุปสรรคในการทำตลาดเพราะหากเทียบคุณสมบัติโดยเฉพาะในการต่อเชื่อมด้วย USB พอร์ตแล้วส่วนใหญ่จะมีราคาแพงกว่าอย่างเช่นไพโอเนียร์มีฟังก์ชั่น USB พอร์ตในรุ่นที่เป็นเครื่องบันทึกดีวีดีซึ่งมีราคาหลักหมื่นบาท ขณะที่คู่แข่งในระดับเดียวกันอย่างโซเคนก็มีการออกรุ่น DVD DV-390 ที่มีฟังก์ชั่นในการอ่านการ์ด MMC SD MS และ USB ที่บันทึกไฟล์ JPEG และ MP3 แต่มีราคาอยู่ที่ 4,990 บาท
นอกจากการ Cross Category สินค้าระหว่างเครื่องเล่น DVD และ MP3 แล้ว แฟมิลี่ยังมีการ Cross ช่องทางจำหน่ายจากร้านเครื่องไฟฟ้าไปสู่ร้านไอทีเพื่อขยายฐานลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์สอดคล้องกับฟังก์ชั่นการใช้งานของสินค้า โดยแฟมิลี่ใช้งบในการโฆษณาไบซ์ดีวีดี 15 ล้านบาท ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ จากนั้นจะมีการลอนช์สินค้าใหม่ๆออกสู่ตลาดโดยชูฟังก์ชั่นในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆได้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|